แนวทางการส่งเสริมการจัดการห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำผึ้งชันโรงเพื่อพัฒนาทักษะด้านการแข่งขันของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรน้ำผึ้งชันโรง บ้านพงยาวี ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
คำสำคัญ:
จัดการห่วงโซ่คุณค่า , ผลิตภัณฑ์แปรรูป , น้ำผึ้งชันโรง , กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบทคัดย่อ
Abstract
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สภาพปัญหาการจัดการห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำผึ้งชันโรงแล้วนำมาแก้ไขปัญหาพร้อมทั้งเสนอแนวทางการส่งเสริมการจัดการห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำผึ้งชันโรง เพื่อพัฒนาทักษะด้านการแข่งขันของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรน้ำผึ้งชันโรง บ้านพงยาวี ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เป็นการวิจัยเชิงสำรวจใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี คือเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ นำแบบสอบถาม แบบสนทนาเชิงกลุ่มและการสัมภาษณ์เชิงลึกเป็นเครื่องมือในการศึกษาโดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริโภค จำนวน 400 คน พบว่า ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 20-30 ปี สถานภาพโสด นับถือศาสนาอิสลาม การศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่อาชีพเกษตรกร มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ส่วนการสนทนากลุ่มได้ ผู้บริหารระดับนโยบาย รวมไปถึงผู้ปฏิบัติ นักวิชาการ เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่ายและผู้บริโภคผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำผึ้งชันโรง รวมทั้งสิ้นจำนวน 7 คน ในส่วนของการวิเคราะห์ลักษณะบรรจุภัณฑ์ พบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ มีความเห็นว่าการกำหนดขนาดของสบู่ที่มี 2 ขนาดคือ ขนาด 50 กรัม และขนาด 100 กรัม ลักษณะบรรจุภัณฑ์เหมาะสมและสวยงาม ด้านการย่อยสลายบรรจุภัณฑ์เป็นกล่องกระดาษไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับผลจากการสนทนากลุ่มพบว่าลักษณะของบรรจุภัณฑ์ควรมีขนาด 50 กรัม และขนาด 100 กรัม เนื่องจากเป็นขนาดของสบู่ที่ผู้บริโภคนิยมใช้ และเสนอให้มีการทำสบู่ขนาดเล็กสำหรับทดลองใช้สำหรับแจกให้ลูกค้าเพื่อเป็นการสร้างความรู้จักให้ผู้บริโภค รวมถึงผลวิเคราะห์เกี่ยวกับ องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสบู่ก้อนน้ำผึ้งชันโรง พบว่า ด้านศักยภาพ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อมากที่สุด สอดคล้องกับผลจากการสนทนากลุ่มพบว่าด้านศักยภาพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ คือ ผลิตภัณฑ์ควรได้รับการรับรองเครื่องหมายมาตรฐานในการผลิตเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกคณะวิจัยจึงทำการสัมภาษณ์เชิงลึก เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง กลุ่มแม่บ้านที่ผลิตสบู่ก้อนน้ำผึ้ง ร้านค้าปลีก และ หน่วยงานภาครัฐ โดยใช้แนวคิดการจัดการห่วงโซ่คุณค่ามาทำการศึกษา พบว่า ปัญหาต้นน้ำ คือ การเพาะเลี้ยงผึ้งชันโรงมีปริมาณจำกัด อีกทั้งการควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบเป็นไปได้ยาก สำหรับกลางน้ำคือ การขาดมาตรฐานในการผลิต การขาดความรู้เกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน ส่วนปลายน้ำ คือกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรขาดความรู้ด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ แนวทางการแก้ไขปัญหาต้นน้ำคือ ควรมีการจัดทำมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงผึ้ง เจ้าหน้าที่ภาครัฐจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความรู้และฝึกอบรมเรื่องโรคผึ้งและมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงผึ้ง ส่วนแนวทางการแก้ปัญหากลางน้ำและปลายน้ำคือ การถ่ายทอดความรู้ให้กับกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร โดยการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อให้ได้ผลผลิต ที่มีคุณภาพและมีความหลากหลายมากขึ้น และในการทำการตลาดออนไลน์ เช่น Tiktok Shopee Lazada มาส่งเสริมการจำหน่ายเพื่อขยายโอกาสทางการตลาด ไปสู่กลุ่มลูกค้าในวงกว้างได้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีการดำเนินการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังมีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ อาจเพราะขาดการติดตามหรือประเมินผล ดังนั้นควรมีการประเมินผลการดำเนินงานเพื่อเป็นการการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แปรรูปซึ่งจะต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยเปรียบเทียบมูลค่าที่เพิ่มขึ้น และภาพรวมสามารถช่วยเหลือกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ได้มากน้อยเพียงไร เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กองพัฒนาเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร. (2560). คู่มือการจัดตั้งและดำเนินงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
จิระเดช มณีรัตน์ และอัญชลี สวาสดิ์ธรรม. (2554). การคัดเลือกชนิดของน้ำผึ้งเพื่อผลิต ผลิตภัณฑ์ลูกกวาด. ปทุมธานี: คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช มงคลธัญบุรี.
นิรันดิ์เกียรติ ลิ่วคุณูปการ. (2565). การจัดการห่วงโซ่คุณค่ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. (17),1 136-146.
นิศา ชูโต. (2551). การวิจัยเชิงคุณภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 4 ). กรุงเทพฯ:บริษัท พริ้นโพร จำกัด
นัย บำรุงเวช. (2562). รู้จัก “ชันโรง” ผึ้งจิ๋ว ตัวช่วยขั้นเทพเกษตรกร. [ออนไลน์]. ค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2566, จาก https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_15954
นุกูล ชิ้นฟัก, วรลักษณ์ ลลิตศศิวิมล, สมจิตร ยิ้มสุด, ถาวร ไชยมะโณ และประวีณ เลิศอริยะพงศ์กุล. 2564. การจัดการความรู้การเลี้ยงชันโรงเพื่อสร้างอาชีพทางเลือกตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช. (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ :สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ประภัสสร คุ้มตระกูล. (2559). แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สบู่เหลวน้ำผึ้งชันโรงวิสาหกิจชุมชนกระแจะจันท์ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.
วรรณเฉลิม ทองพัด และปัญญณัฐ ศิลาลาย. (2559). การพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้าน้ำผึ้งชันโรง กรณีศึกษาผู้ประกอบการในเขตพื้นที่ตำบลรำพัน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี. กรุงเทพมหานคร: สำนักวัฒนธรรม การกีฬา และท่องเที่ยว.
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยะลา (2565). ข้อมูลด้านการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยะลา
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 [ออนไลน์]. ค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2566, จาก https://www.opsmoac.go.th/yala-performance-preview-441591791833
อลิสา ทองเกื้อ. จิตติมา ดำรงวัฒนะ. เดโช แขน้ำแก้ว. อุดมศักดิ์ เดโชชัย. และพระครูวินัยธรสุริยา สุริโย (คงคาไหว). (2565). สวนผึ้งปันแต: แนวทางส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งกรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรงและชันโรงตำบลปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, (5), 1 1-14.
Kotler, P. (2003). Marketing management: Analyzing consumer marketing and buyer behavivor (the Millennium). New Jersey: Prentice Hall.
Porter, M. E. (1985). Competitive Advantage: Creating and Sustainting Superior Performance. New Jersey: Free Press.
บุคลานุกรม
เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งผู้ให้สัมภาษณ์). นรบดี ภัทรวิศรุตและคณะ. (ผู้สัมภาษณ์). ที่ สถานที่ตั้งแม่บ้านเกษตรกรน้ำผึ้งชันโรง บ้านพงยาวี ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 02 พฤษภาคม 2566
ประธานกลุ่ม (ผู้ให้สัมภาษณ์). นรบดี ภัทรวิศรุตและคณะ. (ผู้สัมภาษณ์). ที่ สถานที่ตั้งแม่บ้านเกษตรกรน้ำผึ้งชันโรง บ้านพงยาวี ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 02 พฤษภาคม 2566
สมาชิกกลุ่มแม่บ้าน (ผู้ให้สัมภาษณ์). นรบดี ภัทรวิศรุตและคณะ. (ผู้สัมภาษณ์). ที่ สถานที่ตั้งแม่บ้านเกษตรกรน้ำผึ้งชันโรง บ้านพงยาวี ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 02 พฤษภาคม 2566
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสาร อัล-ฮิกมะฮฺ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.