การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียนสำหรับโรงเรียน เอกชนสอนศาสนาอิสลามในอำเภอสายบุรี จังหวดั ปัตตานี

ผู้แต่ง

  • ดานียา มาแจ -
  • ซัมซู สาอุ

คำสำคัญ:

เครือข่ายความร่วมมือ , แหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียน, โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม อำเภอสายบุรี

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาแหล่งเรยี นรู้ นอกโรงเรียนสำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี และ 2) เพื่อ ศึกษาผลจากกระบวนการดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างเป็นครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนเอกชนสอน ศาสนาอิสลาม กลุ่มสลินดงบายู อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี  จำนวน 4 โรงเรียน โรงเรียนละ 2 คน รวม 8 คน  ใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ กิจกรรมพัฒนา เครือข่ายความร่วมมือ แบบสัมภาษณ์กลุ่ม และแบบประเมินความพึงพอใจ  วิเคราะห์ผลด้วยการ วิเคราะห์เนื้อหา และใช้สถิติเชิงพรรนณา  ผลการวิจัยพบว่า 1) กิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นด้วย แนวคิด “การพัฒนาเครือข่าย” มีกระบวนการ 6 ขั้นตอนคือ ขั้นตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้าง เครือข่าย ขั้นประสานหน่วยงาน/องค์กรเครือข่าย ขั้นสร้างพันธสัญญาร่วมกัน ขั้นบริหารจัดการ เครือข่าย ขั้นพัฒนาความสัมพันธ์ และขั้นรักษาความสัมพันธ์ และ 2) ครูผู้สอนสามารถใช้เครือข่าย การเรียนรู้ในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียนใน โดยออกแบบและทดลองใช้แผนการจัดการ เรียนรู้แบบบูรณาการแหล่งเรียนรู้เมืองสายบุรีด้วยแนวคิด “ชมวัง-ชิมอาหาร-สานสัมพันธ์ฉันท์มิตรสร้างสังคมพหุวัฒนธรรม”  มีการทดลองสอน วิพากษ์ และนิเทศการสอน และมีความพึงพอใจในการ เข้าร่วมกิจกรรมในระดับมาก 

เอกสารอ้างอิง

กิตติพงศ์ เซ่งลอยเลื่อนปรียา แก้วพิมลรัตติกาล เรืองฤทธิ์และ สุธินันท์ กําาเนิดรักษา. (2565). การสร้างสรรค์สื่อประชาสัมพันธ์ชุมชนบ้านเตราะบอน อําเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี. Journal of Information and Learning, 33(1), 91-100.

จิรภัทร มหาวงค์ วิทยา จันทร์ศิลา และทรงลักษณ์ เอื ้อนครินทร์. (2559). การพัฒนารูปแบบการบริหารเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการของโรงเรียนในถิ ่นทุรกันดารบนเขตพื ้นที ่สูง. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 18 (4),114-127.

ชูศักดิ ์ เอกเพชร. (2561). การวิจัยปฏิบัติการ. สืบค้นจาก https://graduate.sru.ac.th/wpcontent/uploads/2018/11/Action-Research-1.pdf

ปริญญา จันทะคาม และ ธัชชัย จิตรนันท์. (2563). แนวทางการพัฒนาแหล่งเรียนรู ้โดยการมีส่วน ร่วมของชุมชนสำหรับสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื ้นที ่การศึกษาประถมศึกษา มหาสารคาม เขต 1. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, 14(1), 91-108.

ปิยะ ศักดิ ์เจริญ. (2558). ทฤษฎีการเรียนรู ้ผู ้ใหญ่และแนวคิดการเรียนรู ้ด้วยการชี ้นำตนเอง : กระบวนการเรียนรู ้เพื่อการรส่งเสริมการเรียนรู ้ตลอดชีวิต. วารสารพยาบาลทหารบก ,16(1), 8-13.

พลเดช ปิ่นประทีป. (2556). การสร้างและบริหารเครือข่ายในยุคปัจจุบัน. สืบค้นจาก https://www.ldi.or.th/2016/08/30

พิณสุดา สิริธรังศร. (ม.ป.ป.). สุขภาวะของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ : ปัญหาที ่แก้ได้ด้วยการจัดการการเรียนรู ้แบบเครือข่ายการมีส่วนร่วม. สืบค้นจาก https://www.dpu.ac.th/ces/upload/km/1506842375.%20%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%93%E 0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%B2%2029-9-60

พิสิฐ เทพไกรวัล. (2554). การพัฒนารูปแบบเครือข่ายความร่วมมือเพื ่อคุณภาพการจัด การศึกษา ในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ยุทธนา เกื ้อกูล และ นิเลาะ แวอุเซ็ง. (2560). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการของ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื ่อสร้างผู ้เรียนสู ่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์. วารสารอัล-ฮิกมะฮฺ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี, 8(15), 15-28.

รจนา บุญลพ และกาญจนา ภัทราวิวัฒน์. (2563). บทบาทของค่านิยมร่วมและวิสัยทัศน์ร่วมใน ชุมชนการเรียนรู ้ทางวิชาชีพสู ่การพัฒนาการเรียนรู ้ของผู ้เรียน. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 26(1), 110-112.

สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย. (2565). กิจกรรมเดินเมือง. สืบค้นจาก https://www.goethe.de /prj/tus/th/act/-.html

อับดุลสุโก ดินอะ. (2556). กระบวนการชูรอกุญแจสู่ความเป็นพลเมือง. สืบค้นจาก https://prachatai.com/journal/2013/04/46402

อาอิด๊ะ เจ๊ะแว. (2558). ปัญหาและแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดปัตตานี. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ปัตตานี : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

Abas, Z. & Ghofur, A. (2021). maintaining religious harmony through collaboration strategies. Indonesian Journal of Islamic Literature and Muslim Society, 6(2), DOI : 10.22515/islimus.v6i2.5209

Camarinha-Matos, L.M. & Afsarmanesh, H. (2006). Collaborative networks: Value creation in a knowledge society. In Proceedings of PROLAMAT’06 (Springer) – Shanghai, China, 14-16 June 2006. DOI:10.1007/978-0-387-79426-6

Clark, M.A., Robertson, M.M., & Young, S. (2018). “I feel your pain”: A critical review of organizational research on empathy. Journal of Organizational Behavior,40(2), 166-192.

Irajpour, A., Ghaljaei, F., & Alavi, M. (2014). Concept of collaboration from the Islamic perspective: the view points for health providers. Journal of Religion and Health, 54(5):1800-9. DOI: 10.1007/s10943-014-9942-z.

Katz, S.J., Earl, L., Jaafar, S.B., & Elgie, S. (2008). Learning networks of schools: The key enablers of successful knowledge communities. McGill Journal of Education, 43(2):111. DOI:10.7202/019578ar

Phiraisaengchan, P., Puthaprasert, C. ., Yaboonthong, Y. ., & Manokarn, M. . (2021). Developing a model of collaborative network for promoting learning management efficiency in schools under Chiang Mai Primary Educational Service Area. Interdisciplinary Research Review, 16(1), 12–17.

Wijaya, A. & Ramadhon, R. (2022). Collaborative relations between Islamic religious education (PAI) teachers and parents in Islamic education. Journal of Research in Islamic Education, 4(2),106-122. DOI: 10.25217/jrie.v4i2.2945

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-01-01

รูปแบบการอ้างอิง

มาแจ ด., & สาอุ ซ. . (2024). การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียนสำหรับโรงเรียน เอกชนสอนศาสนาอิสลามในอำเภอสายบุรี จังหวดั ปัตตานี . วารสาร อัล-ฮิกมะฮฺ, 13(26), 180–196. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/HIKMAH/article/view/270107