แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น อำเภอซงหมิง มณฑลยูนาน
คำสำคัญ:
แนวทางการพัฒนา, ภาวะผู้นำ, ความต้องการจำเป็นบทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพพึงประสงค์และความต้องการจำเป็นของภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น อำเภอซงหมิง มณฑลยูนาน และ 2) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น อำเภอซงหมิง มณฑลยูนาน ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือครูผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น อำเภอซงหมิง มณฑลยูนาน จำนวน 811 คน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจากการใช้ตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน ได้ขนาดตัวอย่าง 260 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม ได้แก่ แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหาร มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.60–1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม เท่ากับ 0.88 และมีค่าความเชื่อมั่น ของแบบสอบถาม เท่ากับ 0.93 ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามได้จำนวนทั้งสิ้น 245 คน คิดเป็นอัตราร้อยละ 94.23 และใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างกับผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ ใช้ดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นในการจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ ของภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น อำเภอซงหมิง มณฑลยูนาน ภาพรวม สภาพปัจจุบัน มีค่ารวมอยู่ในระดับมาก ส่วนสภาพที่พึงประสงค์ มีค่ารวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อวิเคราะห์ ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น อำเภอซงหมิง มณฑลยูนาน ภาพรวม พบว่า ผู้บริหารโรงเรียนมีความต้องการจำเป็นในการพัฒนา ดังต่อไปนี้ ลำดับที่ 1 ด้านการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สื่อ และสร้างบรรยากาศในการเรียนลำดับที่ 2 ด้านการบริหารในการจัดการเรียนการสอน ลำดับที่ 3 ด้านการนิเทศการศึกษา ลำดับที่ 4 ด้านการบริหารจัดการใช้หลักสูตรและ ลำดับที่ 5 ด้านการกำหนดเป้าหมายภารกิจของโรงเรียน และ 2) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น อำเภอซงหมิง มณฑลยูนาน มี 3 ด้าน 10 คุณลักษณะ
เอกสารอ้างอิง
กิตติมนต์ อัมพุกานน, ธีระพงษ์ สมเขาใหญ่, บุญเลิศ วีระพรกานต์. 2566. “ภาวะผู้นำทางวิชาการ ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3”, วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 10(4),
-181.
ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. 2553. การบริหารงานวิชาการ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อเสริม.
ปิยพร บุญใบ. 2563. ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการประกันคุณภาพ ภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
พัชรนันท์ ลอยเมืองกลาง และวันทนา อมตาริยกุล. 2564. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดหนองคาย. วารสาร มหาจุฬานาครทรรศน์. 8(3), 337-350.
รวิภา ศรีวัตร. 2564. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2. วารสารศรีล้านช้างปริทรรศน์. 7(2), 39-51.
วิโรจน์ สารรัตนะ. 2556. กระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษา กรณีทัศนะต่อการศึกษาศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: ทิพยวิสุทธิ์.
อุไรวรรณ ศรีศักดิ์. 2560. การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานสำหรับ สถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาฬสินธุ์ เขต 2. วารสาร ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 13(2), 334-343.
Krejcie, R.V. & Morgan, D.W. 1970. Determining Sample Size for Research Activities.
Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Leithwood, K. 2006. Teacher working conditions that matter: Evidence for change. Toronto: Elementary Teachers Federation of Ontario.
Songming County. 2021. 14th Five-Year Education and Sports Development Plan. Internet. http://file.finance.sina.com.cn/hkdata98/hk/hk_realtime_announcement/
news/20230531/10753391-0.PDF (Retrieved July 15, 2022).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสาร อัล-ฮิกมะฮฺ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.