The ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการออมเพื่อการเกษียณอายุของบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี

ผู้แต่ง

  • สรัญญา สุทธิวรพงศ์ศรี นักวิจัยอิสระ
  • อุรุชา เฉลิมวุฒิกุล นักวิจัยอิสระ
  • สุวรรณี จริยะพร นักวิจัยอิสระ
  • ธณกร มณีโชติ นักวิจัยอิสระ

คำสำคัญ:

พฤติกรรมการออม, ทัศนคติทางการเงิน, ความรู้พื้นฐานทางการเงิน, การเกษียณอายุ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์แบบจำลองปัจจัยเชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการออมเพื่อการเกษียณอายุของบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลจากบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี จำนวน 225 ตัวอย่าง โดยอาศัยการสุ่มตัวอย่างตัวอย่างแบบสะดวก และผลการทดสอบค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม (Reliability) เท่ากับ 0.823 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน

ผลการศึกษาพบว่า ค่าดัชนีความสอดคล้อง = 114.229, /df = 1.483, p-value = 0.063, GFI = 0.987, AGFI = 0.972, RMR = 0.157, RMSEA = 0.085 และ CFI = 0.961 มีความเหมาะสมสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน และพบว่า พฤติกรรมการออมเพื่อการเกษียณอายุของบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี ได้รับอิทธิพลทางตรงจากปัจจัยพฤติกรรมทางการเงินมากที่สุด มีขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.383 รองลงมา ปัจจัยทัศนคติทางการเงิน มีขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.368 และน้อยที่สุดคือ ปัจจัยความรู้พื้นฐานทางการเงิน มีขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.210 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ในขณะที่ปัจจัยความรู้พื้นฐานทางการเงิน ส่งอิทธิพลทางอ้อมผ่านปัจจัยทัศนคติทางการเงิน มีขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.184 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยแบบจำลองความสัมพันธ์เชิงสาเหตุดังกล่าว สามารถอธิบายพฤติกรรมการออมเพื่อการเกษียณอายุของบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี ได้ร้อยละ 42.30 (R2=0.423)

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2023-11-06

ฉบับ

บท

บทความวิจัย (Research article)