ความสัมพันธ์พื้นที่ว่าง พื้นผิวทางสถาปัตยกรรมโดย กอตต์ฟรีด เซมเปอร์ ออตโต วาร์กเนอร์ อดอล์ฟ โลส และ เพเทอร์ เบเรนส์
DOI:
https://doi.org/10.14456/bei.2026.2คำสำคัญ:
พื้นที่ว่าง, พื้นผิว, ความหมายในทางสถาปัตยกรรม, ทฤษฎีสถาปัตยกรรม, สถาปัตยกรรมร่วมสมัยบทคัดย่อ
บทความนี้นำเสนอทฤษฎีและความหมายพื้นที่ว่าง - พื้นผิวทางสถาปัตยกรรม ประวัติความเป็นมาของ กลุ่มสถาปนิกที่มีอิทธิพลต่อสังคมสมัยศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นรากฐานของทฤษฎีและแนวคิดส่วนนึงของสถาปัตยกรรมยุคโมดิร์นและส่งผลต่อแนวคิดที่มีความสัมพันธ์กับพื้นที่ว่าง - พื้นผิว โดยศึกษาแนวคิดของกอตต์ฟรีด เซมเปอร์, ออตโต วาร์กเนอร์, เพเทอร์ เบเรนส์ และอดอล์ฟ โลส สถาปนิกนักทฤษฎีผู้เป็นรากฐานของงานสถาปัตยกรรมโมเดิร์น และส่งผลต่อทั้งโลกของทฤษฎีและโลกของการออกแบบสถาปัตยกรรมจนมาถึงทุกวันนี้ โดยศึกษาผลงานสถาปนิกผ่านการออกแบบผลงานที่เป็นสากลส่งผลถึงกระบวนการทำงานที่ต่างกัน เพื่อเปรียบเทียบแนวคิดที่มีความสัมพันธ์กับพื้นที่ว่าง - พื้นผิวในงานสถาปัตยกรรม โดยศึกษาผลงานที่เริ่มต้นด้วยการพัฒนาองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมการพัฒนาความสัมพันธ์ “พื้นที่ว่าง – พื้นผิว” เป็นหลัก โครงการที่มีการเริ่มเปิดเผยพื้นผิวของอาคาร การไม่ปิดบัง พื้นผิวของวัสดุเพราะเห็นถึงความหมายในวิธีการแสดงออกแบบหน้าที่ใช้สอยของมัน การกำหนดรูปทรงใหม่จากการสร้างจินตนาการทางเทคนิค การเปลี่ยนรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่ไม่ประดับประดาเป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ช่วงเริ่มต้นรวมถึงเห็นความสำคัญของ“พื้นที่ว่าง – พื้นผิว” ที่มีผลต่อสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เป็นหลัก
กรอบทฤษฎีการศึกษาข้อมูลที่สามารถทำความเข้าใจพื้นที่ว่าง - พื้นผิว และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่เกิดผลกระทบและส่งผลต่อพัฒนาการ จากการศึกษาแนวคิดที่เกี่ยวข้อง องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมจะดูคุ้นเคยเพราะมีภาษาสื่อสารลักษณะที่แสดงออกเป็นสากล สื่อสารหน้าที่ใช้สอยและความจำเป็นอยู่ของมันพร้อมทั้งเรียนรู้พัฒนาการด้านวัสดุและวิธีการสร้างใหม่ ๆ องค์ประกอบที่เราไม่เคยเห็น ที่ไม่ได้พยายามลอกเลียนรูปแบบในอดีตของใคร ลักษณะเฉพาะของภาษาสถาปัตยกรรมนี้เป็นจุดเริ่มของสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า “Modern Architecture” ที่มีการพัฒนามาจากองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมการพัฒนามุมมองเกี่ยวกับ “พื้นที่ว่าง – พื้นผิว” จากนักคิดในยุคก่อนหน้านี้มีผลต่อสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในยุคปัจจุบัน
เอกสารอ้างอิง
ฉัตร์ชัย อรรถปักษ์. (2550). องค์ประกอบศิลปะ. วิทยพัฒน์.
ต้นข้าว ปาณินท์. (2553). คนและความคิดทางสถาปัตยกรรม. สำนักพิมพ์สมมติ.
ผุสดี ทิพทัส. (2530). หลักการเบื้องต้นในการจัดองค์ประกอบในงานสถาปัตยกรรม. ไทยวัฒนาพานิช.
สภาวิทย์ ด่านธำรงกูล. (2547). สถาปัตยกรรมแห่งจินตภาพ: กรณีศึกษาที่ว่างและความสัมพันธ์ระหว่างพื้นผิวภายนอกของสถาปัตยกรรมกับคนในบริบทของเมือง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร]. คลังปัญญา มหาวิทยาลัยศิลปากร. https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/6055
Anderson, S. (1981). Peter Behrens and a new architecture for the twentieth century. MIT Press.
Avendaño, M. R. T. (2006). Otto Wagner, El Camino Inconsciente Hacia la Relación Interior-Exterior Moderna. Cuadernos De Arquitectura: Habitar El Norte, (10), 14–17. https://doi.org/10.22199/S071985890.2006.0010.00004
Bötticher, K. (1846). Das Prinzip der hellenischen und germanischen Bauweise hinsichtlich der Übertragung in die Bauweise unserer Tage. im Verlag von L. Förster.
Breitschmid, M. (2004). Can architectural art-form be designed out of construction?. Architecture Edition.
D’Mello, S. A., Finlay, G. J., Baguley, B. C., & Askarian-Amiri, M. E. (2016). Signaling pathways in melanogenesis. International Journal of Molecular Sciences, 17(7), 1144. https://doi.org/10.3390/ijms17071144
Korver, D. J. (2010). Instant Hut: Digital Fabrication and Tectonic Prototypes [Master’s thesis, Dalhousie University]. Library and Archives Canada. https://www.collectionscanada.gc.ca/obj/thesescanada/vol2/002/MR68086.PDF?is_thesis=1&oclc_%20number=811404119
Loos, A. (1982). Spoken into the void: Collected essays 1897–1900. MIT Press.
Mallgrave, H. F. (1996). Gottfried Semper: Architect of the Nineteenth Century. Yale University Press.
Moravánszky, Á. (1997). Educated Evolution: Darwinism, Design Education, and American Influence in Central Europe, 1898-1918. In M. Polia (Eds.), The Education of the Architect: Historiography, Urbanism, and the Growth of Architectural Knowledge (pp.113-140). https://direct.mit.edu/books/oa-monograph/chapter-pdf/2317008/9780262367998_c000300.pdf
Moravánszky, Á. (2017). Metamorphism: Material change in architecture. Birkhäuser.
Neri, R. (2021). Peter Behrens: Between the myth of art and the myth of science. In T. Kozłowski, A. Mielnik, & O. W. Atut (Eds.), Defining the Architectural Space–The Myths Oo Architecture. Definiowanie Przestrzeni Architektonicznej Mity Architektury-vol. 2 (pp.125-133). https://doi.org/10.23817/2021.defarch.2-1
Panin, T. (2007). On The Surface: Purposes of Architectural Enclosure. NAJUA: Architecture, Design and Built Environment, 22, 25–48.
Roth, M. (1999). The surface of architecture [Master’s thesis, Virginia Polytechnic Institute and State University]. VTechWorks. https://vtechworks.lib.vt.edu/handle/10919/36755
Semper, G. (1834). Du style et de l’architecture: Écrits, 1834-1869. https://www.editionsparentheses.com/IMG/pdf/p645_du_style_et_de_l_architecture.pdf
Semper, G. (1989). The four elements of architecture and other writings. Cambridge University Press.
Semper, G. (2004). Style in the technical and tectonic arts, or, Practical aesthetics. Getty Research Institute.
Tournikiotis, P. (2002). Adolf Loos. Princeton Architectural Press.
Van Duzer, L., Kleinman, K., & Loos, A. (1994). Villa Müller: A work of Adolf Loos. Princeton Architectural Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างวินิจฉัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและข้อคิดเห็นของบทความที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
