มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่จอดรถสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

Main Article Content

อัครพงศ์ บุญแท้
วีรพงศ์ อ่อนน้ำคำ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่จอดรถสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 2. เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการ‍จัดการพื้นที่จอดรถสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของประเทศไทย และต่างประเทศ และ 3. ‍เพื่อ‍เสนอแนะแนวทางการออกแบบมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับจัดการพื้นที่จอดรถสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โดยการวิจัยนี้เป็นกระบวนทัศน์ในการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้วิธีการวิจัยทางเอกสาร (Documentary Research) โดยทำการศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร ตำรา บทความทางวิชาการ รายงานวิจัย ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง‍ในประเทศไทยได้แก่ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และประมวลกฎหมายอาญา โดย‍เปรียบเทียบกับมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่จอดรถสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ กฎหมายเกี่ยวกับใบรับรองว่ามีที่จอดรถ (Shako Shomei Sho) ภายใต้พระราชบัญญัติโรงจอดรถ พ.ศ. 2505 (Garage Act, 1962) และกฎหมายเฮ้าบิล 31 ‍(House Bill No.31) ของประเทศฟิลิปปินส์


ผลการวิจัยพบว่า ในประเทศไทยไม่ได้มีการให้มีการจัดการที่จอดรถอย่างเพียงพอ มีเพียงกฎหมายเพื่อสร้างรูปแบบหรือวิธีการจอดรถที่ปลอดภัยเท่านั้น โดยมีการกำหนดเป็น พื้นที่ห้ามจอดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ไม่ได้มีการกล่าวถึงการจัดการพื้นที่จอดรถแต่อย่างใด โดยในประเทศญี่ปุ่น กำหนดให้ผู้ที่จะซื้อรถยนต์หรือผู้ที่ต้องการจดทะเบียนรถยนต์ โดย‍รถยนต์ในประเทศญี่ปุ่นทุกคันต้องมีใบรับรองว่ามีที่จอดรถ (Shako shomei sho) เพื่อแสดงให้เห็นว่ารถคันดังกล่าวมีที่จอดรถและประเทศฟิลิปปินส์ กำหนดให้ผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์ที่อาศัยหรือมีธุรกิจอยู่ในเมืองใหญ่ ๆ อย่างเช่น กรุงมะนิลา แองเจลลิส ดาเบา จะต้องยื่นเอกสารแสดงหลักฐานว่ามีที่จอดรถแล้ว ยังมีมาตรการเกี่ยวกับการควบคุมพื้นที่จอดรถเมื่อซื้อรถใหม่หรือจดทะเบียนรถยนต์ ก็ยังมีมาตรการในการลงโทษ โดยในประเทศญี่ปุ่นมีการล็อคล้อสำหรับรถยนต์ที่จอดรถไม่เป็นที่และไม่อนุญาตให้จดหรือต่อทะเบียนรถยนต์ และในประเทศฟิลิปปินส์ มีการตรวจสอบการมีที่จอดรถโดยทะเบียนรถ และหากผู้ใดปลอมแปลงทะเบียนรถยนต์จะถูกระงับไม่ให้จดทะเบียนรถยนต์ในชื่อของตนเองเป็นระยะเวลา 3 ปี และต้องจ่ายค่าปรับ 50,000 เปโซ หรือราว 31,000 บาท


จากการวิจัยผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอแนะให้ 1. ควรมีการกำหนดให้รถทุกคันต้องมีที่จอดรถ โดย‍ต้องมีการรายงานข้อมูลซื้อรถยนต์ใหม่ และต้องรายงานทุกครั้งเมื่อการต่อภาษีรถยนต์ เพื่อ‍ตรวจสอบสถานะของที่จอดรถเป็นรายปี และ 2. ควรมีมาตรการโดยให้ภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดวิธีการสำหรับผู้ที่ไม่สามารถจัดหาที่จอดรถ

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (research article)

เอกสารอ้างอิง

เจตน์ ชุนถนอม. (2559). แนวทางการพัฒนาพื้นที่จอดรถเพื่อรองรับการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนระบบรางในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์.

ธนารัฐ แก้วพฤกษ์. (2565). การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการจัดให้มีพื้นที่จอดรถของอาคารชุด ในเมืองใหญ่: ศึกษากรณีเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร. สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีปทุม.

ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2562. (2562). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 136. ตอนพิเศษ 247. หน้า 1-24.

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2522). พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา.

Garage Act. (1962). Government Gazette Extraordinary. No.44. 3-27.

House of Representatives. (2022). House Bill No.31. Philippines: House of Representatives.