ความได้เปรียบในการแข่งขันของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในเขตกรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษานวัตกรรมด้านการจัดการ การเพิ่มมูลค่าที่ส่งผลต่อการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) 2. วิเคราะห์ความสอดคล้องของโครงสร้างนวัตกรรมและการเพิ่มมูลค่าที่ส่งผลต่อการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ใช้การวิจัยเชิงปริมาณด้วยการวิเคราะห์ตัวแบบเส้นทางจากพนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เครื่องมือในการวิจัยเชิงปริมาณ คือแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความตรงของเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ด้วยวิธีคำนวณหา IOC และทดสอบความน่าเชื่อถือด้วยการหาค่าสหสัมพันธ์ด้วยวิธีของครอนบัช
ผลการวิจัยพบว่า: 1. นวัตกรรมด้านการจัดการ มีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุต่อการเพิ่มมูลค่าที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ P<0.05 โดยมีความสัมพันธ์ทางบวก ประสิทธิภาพในการพยากรณ์ พบว่า โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่เกี่ยวข้องส่งผลต่อการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) 2. นวัตกรรมด้านการจัดการ มีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุต่อการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ P<0.05 โดยต่างมีความสัมพันธ์ทางบวก และการเพิ่มมูลค่า มีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุต่อการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ P<0.05 โดยต่างมีความสัมพันธ์ทางบวก ประสิทธิภาพในการพยากรณ์ พบว่า ประสิทธิภาพในการพยากรณ์ พบว่า โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่เกี่ยวข้องส่งผลต่อการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ภัทรพล ชุ่มมี. (2565). นวัตกรรมการตลาดที่ส่งอิทธิพลต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มของธุรกิจเพื่อสังคม. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(2), 147-159.
ธนกร แก้วมณี และจิรพล จิยะจันทน. (2561). บทบาทของนวัตกรรมต่อความสำเร็จของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมประเภทเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้าน. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 6(2). 606-618.
สุดารัตน์ พิมลรัตนกานต์. (2564). การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน มูลค่าเพิ่ม และความสามารถในการจัดการนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรมะม่วงเพื่อการส่งออกในบริบทพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา, Southeast Bangkok Journal. 17(1), 41-54.
ฟารีดา มะ ชญานิศ ประทุมรัติน์ และเพชราภรณ์ วงค์หลวง. (2567). ความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 13(1), 61-76.
พีรพงศ์ ทิพนาค ชนาภรณ์ ปัญญาการผล และวิศิษฐ์ศักดิ์ บุญจิตต์. (2566). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการบริหารจัดการธุรกิจขนาดย่อม ในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 12(2), 103-118.
วีณา กรแก้ว. (2564). ผลการวิจัยเรื่องปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อการจัดการนวัตกรรมและความได้เปรียบทางการแข่งขัน. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยบูรพา.
Barney, J. (1991). Firm resources and sustained competitive advantage. Journal of management, 17(1), 99-120.
Cronbach, L. J. (1970). Essentials of psychological testing (3rd ed.). Harper & Row.
Henry, M. (1989). On management: inside our strange world of organizations. New York: Free Press.
Joreskog, K. G., & Sorbom, D. (1993). LISREL 8: Structural Equation Modeling with the SIMPLIS Command Language. Chicago, IL: Scientific Software International.
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 1-55.
Porter, M.E. (1998). The Competitive Advantage: Creating and Sustaining Superior Performance. NY: Free Press.
Saris, W.E. & Strenkhorst, L. H. (1984). Causal modeling non experimental research: Dissertation Abstract International. An Introduction to the lisrel approach, 47(7), 2261-2270.
Schramm, W. (Ed.). (1949). Mass communications. University of Illinois Press.