ปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางกายภาพต่อการเลือกที่ตั้งถิ่นฐานในยุคก่อนประวัติศาสตร์พื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักตอนกลางถึงตอนล่าง

ผู้แต่ง

  • ดร. ชุติพงศ์ ร่มสนธิ์ อาจารย์ประจําภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คำสำคัญ:

ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์, การวิเคราะห์เชิงพื้นที่, ลุ่มน้ำป่าสักและการตั้งถิ่นฐานยุคก่อนประวัติศาสตร์, ปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ

บทคัดย่อ

บทความนี้มุ่งเน้นศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและการกระจายเชิงพื้นที่ของแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักตอนกลางถึงตอนล่างโดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) ด้วยเทคนิควิเคราะห์เชิงพื้นที่ (spatial analysis) ร่วมกับการวิเคราะห์ทางสถิติ เพื่อศึกษาปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยนำปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่ 1) ระดับความสูงภูมิประเทศ (elevation) 2) ความลาดชัน (slope) 3) ทิศด้านลาด (aspect) 4) ความอุดมสมบูรณ์ของดิน (soil fertility) และ 5) ระยะห่างจากทางน้ำ (stream distance) มาวิเคราะห์ความสัมพันธ์กับตำแหน่งแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ ด้วยการกำหนดและจัดลำดับสมัยย่อยของวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ ประกอบด้วยสมัยย่อยที่ 1 (3,300 ถึง 3,000 ปีมาแล้ว) สมัยย่อยที่ 2 (2,900 ถึง 2,800 ปีมาแล้ว) สมัยย่อยที่ 3 (2,300 ถึง 1,600 ปีมาแล้ว) และสมัยย่อยที่ 4 (1,600 ถึง 1,500 ปีมาแล้ว) ซึ่งผลการวิเคราะห์แสดงอยู่ในรูปแบบของความน่าจะเป็นในการพบแหล่งโบราณคดีของแต่ละปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ผลการวิเคราะห์บ่งชี้ว่า ปัจจัยด้านความอุดมสมบูรณ์ของดิน ความลาดชัน ระดับความสูงภูมิประเทศ และระยะห่างจากทางน้ำมีอิทธิพลต่อการเลือกที่ตั้งถิ่นฐานมากที่สุดเรียงตามลำดับ นอกจากนี้ผลการศึกษาพบว่ามนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์มีแนวคิดในการเลือกที่ตั้งถิ่นฐานไม่แตกต่างจากมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ที่นิยมตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ต่ำซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของดินสูง มากกว่าในพื้นที่สูง

เอกสารอ้างอิง

ทิพย์วรรณ วงศ์อัสสไพบูลย์, 2558. “ข้อมูล สารสนเทศ และความรู้เพิ่มใหม่จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านโป่งตะขบ ตําบลวังม่วง อําเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี พ.ศ.2557.” ใน สุรพล นาถะพินธุ (บรรณาธิการ), ข้อมูล สารสนเทศ และความรู้เพิ่มใหม่จากงานวิจัยโบราณคดีลุ่มแม่น้ำป่าสัก (หน้า 59-81). กรุงเทพฯ: สนับสนุนทุนวิจัยโดยทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) ของสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.).

สุรพล นาถะพินธุ, 2558ก. “โบราณคดีของพื้นที่ซับจําปา.” ใน ภูธร ภูมะธน (บรรณาธิการ), ซับจำปา พิพิธภัณฑ์ซับจำปา จังหวัดลพบุรี (หน้า 16-31). กรุงเทพฯ: บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจํากัด (มหาชน).

สุรพล นาถะพินธุ, 2558ข. “ข้อมูล สารสนเทศ และความรู้เพิ่มใหม่จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านโป่งตะขบ ตําบลวังม่วง อําเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี ระหว่าง พ.ศ.2561-2556.” ใน สุรพล นาถะพินธุ (บรรณาธิการ), ข้อมูล สารสนเทศ และความรู้เพิ่มใหม่จากงานวิจัยโบราณคดีลุ่มแม่น้ำป่าสัก (หน้า 1-37). กรุงเทพฯ: สนับสนุนทุนวิจัยโดยทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) ของสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.).

Clarke D. L., 1977. Spatial Archaeology. Boston: Academic Press.

Endale M., 2003. Cropland Soil Erosion Prediction using WEPP Model (A case study on hillslope in Lom Kao Districy, Thailand). Master’s dissertation. InternationalInstitute for Geo-Information Science and Earth Observation, Enschede, The Netherlands.

Hillel D., 2005. “Civilization, role of soils.” In D. Hillel, J.H. Hatfield, D.S. Powlson, C. Rosenzweig, K.M. Scow, M.J. Singer, and D.L. Sparks (eds.), Encyclopedia of Soils in the Environment Volume 1 (pp. 199-204). Elsevier/Academic Press.

Ridges M., 2006. “Regional Dynamics of Hunting and Gathering: An Australian Case Study Using Archaeological Predictive Modeling” In M.W. Mehrer and K.L. Wescott (eds.), GIS and Archaeological Site Location Modeling (pp. 121-143). Taylor & Francis.

Soonius C.M. and L.A. Ankum, 1990. Ede, II: Archaeologische Potentiekaart. Stichting RAAP, Amsterdam, The Netherlands.

Verhagen P., 2006. “Quantifying the Qualified: The Use of Multicriteria Method and Bayesian Statistics for the Development of Archaeological Predictive Models” In M.W. Mehrer and K.L. Wescott (eds.), GIS and Archaeological Site Location Modeling (pp. 191-216). Taylor & Francis.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-12-19

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความ