ความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ภาษาอังกฤษกับความสามารถในการระบุคำภาษาอังกฤษที่มีการกร่อนเสียงสระโดยนักเรียนไทย
คำสำคัญ:
การระบุคำ, การกร่อนเสียง, ภาษาอังกฤษบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบความสามารถในการระบุคำภาษาอังกฤษ ที่มีการกร่อนของเสียงสระ 3 กลุ่ม คือคำที่กร่อนเป็นเสียง สระ 3 กลุ่ม คือ คำที่กร่อนเป็นเสียง และ และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ภาษาอังกฤษกับความสามารถในการระบุคำของนักเรียนไทย ข้อมูลเก็บจากกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม ได้แก่ นักเรียนไทยที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษสูง และนักเรียนไทยที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษตำจำนวนกลุ่มละ 30 คน และกลุ่มเจ้าของภาษา เพื่อนำมาเปรียบเทียบ 10 คน ใช้คำเปาหมายจำนวน 30 คำ เก็บข้อมูลโดยวิธีเขียนคำตามคำบอก
ผลการวิจัยพบว่า เจ้าของภาษาระบุคำได้ถูก 98.33% ระบุคำผิด 1.00% และไม่ระบุคำ 0.67% นักเรียนกลุ่มที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษสูงระบุคำได้ถูก 62.56% ระบุคำผิด 31.11% และไม่ระบุคำ 6.33% นักเรียนกลุ่มที่มีประสบการณ์ภาษาอังกฤษตำระบุคำได้ถูก 26.00% ระบุคำผิด 47.22% และไม่ระบุคำ 26.78% ข้อผิดที่พบในกลุ่มนักเรียนไทยจำแนกได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่ 1.) ระบุคำได้ถูกแต่สะกดคำผิด 2.) ระบุคำผิดเป็นคำอื่น และ 3.) ระบุคำผิดเป็นคำอื่นและสะกดคำผิด 4.) ระบุคำผิดไม่เป็นคำ 5.) ไม่ระบุคำ ส่วนเจ้าของภาษามีการระบุคำได้ถูกแต่สะกดคำผิด ระบุคำผิดเป็นคำที่มีความหมาย และไม่ระบุคำ โดยกลุ่มประสบการณ์สูงมีการระบุคำผิดเป็นคำที่มีความหมายมากที่สุด ในขณะที่กลุ่มประสบการณ์ตำไม่ระบุคำมากที่สุด ผลของการวิจัยแสดงความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ภาษาอังกฤษกับความสามารถในการระบุคำที่มีการกร่อนของเสียงสระ นอกจากนี้ การวิเคราะห์ปัญหาในการระบุคำจากกลุ่มตัวอย่างแสดงให้เห็นว่า ความสามารถในการระบุคำต้องอาศัยความรู้ทางไวยากรณ์ที่ฝังตัวอยู่ในคำ ทั้งในด้านเสียง ตัวสะกด และความหมายของคำ รวมทั้งคลังคำที่ผู้เรียนมีอยู่ด้วย
เอกสารอ้างอิง
Ball, M.J. and Rahilly, J. (1999). Phonetics: The Science of Speech.1st ed. London: Arnold Publishers.
Corder, S.P. (1981). Error Analysis and Interlanguage. 1st ed. Oxford: Oxford University Press.
Dauer, R.M. (1993). Accurate English: A Complete Course in Pronunciation. 1st ed. Englewood Cliffs, N.J.: Prentice Hall.
Gass, S.M. and Selinker, L. (1992). Language Transfer in LanguageLearning. rev ed. Amsterdam: John Benjamins.
James, C. (1980). Contrastive Analysis. 1st ed. London: Longman.
Lado, R. (1968). Linguistics across Cultures: Applied Linguisticsfor Language Teachers. 1st ed. Ann Arbor: The University of Michigan Press.
Luksaneeyanawin, S. (1998). Intonation in Thai. In Daniel Hirst and Albert Di Cristo (Ed.). Cambridge University Press.
Luksaneeyanawin, S. (2007). Unfolding Linguistics. In Wirote Aroonmanakun (Ed.). Bangkok: Chulalongkorn University.
Postman, L. (1971). Transfer, interference and forgetting. Woodworth’sand Schlosberg’s Experimental Psychology. 3d ed. by J.W. Kling and L.A. Riggs. New York: Holt, Rinehart, and Winston.
Selinker, L. (1992). Rediscovering Interlanguage. 1st ed. London: Longman.
Sudasna Na Ayudhaya, P. (2007). The Ways of the Mental Lexicon.In Wirote Aroonmanakun (Ed.). Bangkok: Chulalongkorn University.
นิตยา วัยโรจนวงศ์. (2527). การศึกษาเปรียบต่างของระบบเสียงหนักเบาในภาษาอังกฤษและภาษาไทยและการวิเคราะห์ข้อผิดในการออกเสียงศัพท์แพทย์หลายพยางค์ในภาษาอังกฤษ.วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พนอเนื่อง สุทัศน์ ณ อยุธยา. (2545). แบบจําลองระบบคลังคําในผู้พูดทวิภาษาที่มีประสบการณ์ทางภาษาที่สองสูงและต่ำ: การศึกษาการนึกรู้คําเชิงทดลอง. วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต ภาควิชาภาษาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดาวน์โหลด
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้เป็นผลงานของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว และ/หรือเป็นผลงานของข้าพเจ้าและผู้ร่วมงาน ตามชื่อที่ระบุในบทความจริง และเป็นผลงานที่มิได้ถูกนำเสนอหรือตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน