คนข้ามเพศ: ตัวตน วัฒนธรรมย่อย และพื้นที่ทางสังคม

ผู้แต่ง

  • ปิยลักษณ์ โพธิวรรณ์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำสำคัญ:

พื้นที่ทางสังคม, คนข้ามเพศ, อัตลักษณ์, วัฒนธรรมย่อย

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์และความหมายของคนข้ามเพศในสังคมไทย กระบวนการสร้างพื้นที่ทางสังคม และวัฒนธรรมย่อยของคนข้ามเพศ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ กลุ่มชายรักเพศเดียวกันที่เปิดเผยตนเองว่าเป็นคนข้ามเพศ จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แนวทางการสัมภาษณ์ แนวทางการสังเกต ผลการวิจัยพบว่าคนข้ามเพศในสังคมไทยได้มีการรวมกลุ่ม และสร้างวัฒนธรรมย่อยของกล่มุตนเองขึ้นมา จนกระทั่งนำมาสู่การสร้างพื้นที่ทางสังคมของคนข้ามเพศ ซึ่งมีทั้งการต่อสู้ในระดับกลุ่ม และการต่อสู่ระดับปักเจกซึ่งเป็นการต่อสู้ในชีวิตประจำวัน โดยการต่อสู้ ต่อรองกับความสัมพันธ์เชิงอำนาจในสังคมนั้นจะแตกต่างกันไปตามจุดประสงค์ของการดำเนินชีวิตและประสบการณ์ที่คนข้ามเพศแต่ละคนประสบมา ถึงแม้ว่าโดยสรุปแล้ว การมองเพียงรูปร่างภายนอกของคนข้ามเพศทุกคนจะอ้างอิงเลียนแบบความเป็นหญิง แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับความสามารถทางการเลียนแบบของคนข้ามเพศแต่ละคนที่มีระดับความสามารถและศักยภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งคนข้ามเพศเหล่านี้ไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ล้ายกันเสมอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่คนข้ามเพศแต่ละคนประสบอยู่แตกต่างกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามคนข้ามเพศมีการสร้างความหมายให้กับตนเองภายใต้บริบททางสังคมวัฒนธรรม และชีวิตประจำวัน

เอกสารอ้างอิง

จตุพร บุญหลง. (2548). ชีวิตติดเบอร์: ตัวตนและเพศ วิถีของเกย์ "ควิง” ในเซานา M. กรุงเทพฯ: สํานักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

พิมพ์วัลย์ ปรีดาสวัสดิ์. (2530). การดูแลรักษาสุขภาพตนเองและทัศนทางสังคมวัฒนธรรม. ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล.

สุชาดา ทวีสิทธิ์. (2547). "เพศภาวะ: การท้าทายร่าง การค้นหาตัวตน" ใน สุชาดา ทวีสิทธิ์ (บรรณาธิการ). เพศภาวะ : กระบวนทัศน์เพื่อโลกใบใหม่ที่เท่าเทียม. (หน้า 1 – 20). เชียงใหม่ : ศูนย์สตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิร้อคกี้เฟลเลอร์.

สุไลพร ชลวิไล. (2550). เพศไม่นิ่ง ตัวตน เพศภาวะ เพศวิถี ในมิติสุขภาพ. กรุงเทพฯ: โครงการจัดตั้งสํานักงานศึกษานโยบายสาธารณสุข สวัสดิการและสังคม. มหาวิทยาลัยมหิดล.

อานันท์ กาญจนพันธ์. (2545). การต่อสู้เพื่อความเป็นคนชายขอบในสังคมไทย. เอกสารประกอบวิชาการเพื่อเป็ นเกียรติแด่อ.ฉลาดชาย รนิตานนท์ในวาระอายุครบ 60 ปี. ใน กนกศักดิ์ แก้วเทพ (บรรณาธิการ). ศูนย์สตรีศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

Benjamin, H. (1966). The transsexual Phenomenon. New York: Julian Press.

Bolin, Anne. (1996). Vandalized Vanity: Feminine Physiques Betrayedand Portrayed. In tattoo, Torture, Mutilation and Adomment: the Danaturalization of the Body in Cultureand Text. Albang: SUNY Press.

Bullough, Vernl. (1997). Homosexuality: A History. New York: NAL.

During, S. (1999). Space Power and Knowledge. The CulturalStudies Reader. New York: Routledge.

Feinberg, L. (2006). Transgender Liberation: A Movement WhoseTime Has Come. The Transgender Studies Reader. Susan Stryker and Stephen Whittle. (ed). USA: Routledge Taylor and Francis Group.

Peter Nardi. (2000). Gay Masculinities. SAGE Publication, London.

Richardson, D. (2000). Rethinking Sexuality. London: SAGE Publications.

Sedgwick, E.K. (2006). Axiomatic. The Cultural Studies Reader. 6th ed.Simon During (ed). USA: Routledge.

Tim Edwards. (2005). “Queering the Pitch? Gay Masculinities” in Michael S. Kimmel, Jeff Hearn and R. W. Connell (eds.) Hand-book of Studies on Men & Masculinities. SAGE Publication, London.

Winter, &Udomsak. (2002). Gender Stereotype and self amongTransgenders: Uderlying Element. The international of Journal of Transgenderism 6; 4.

ดาวน์โหลด

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความ