การตรวจชำระคัมภีร์ปัญจคติทีปนี
คำสำคัญ:
คัมภีร์, การตรวจชำระ, ภาษาสันสกฤต, วรรณคดีบทคัดย่อ
คัมภีร์ปัญจคติทีปนี (ความรู้แห่งทางทั้ง 5) เป็นบทประพันธ์ฉันท์ปัฎฐวัตรจำนวน 114 บท แบ่งออกเป็น 5 กัณฑ์ คือ นรกกัณฑ์ เปตกัณฑ์ เดรัจฉานกัณฑ์ มนุสสกัณฑ์ และ สัคคกัณฑ์
คัมภีร์นี้แต่เดิมเป็นวรรณคดีภาษาสันสกฤต มีชื่อว่า บัฑคติการิกา จากตามข้อในศิลาจารึกที่พบในพม่ากล่าวว่า พระสัทธัมมฆาสเถระ เป็นผู้ประพันธ์ แต่แท้ที่จริงแล้วท่านเป็นเพียงแค่ผู้แปล แปลจากสันสกฤต สันนิษฐานว่าแปลในรัชกาลพระเจ้าอนิรุทธมหาราชกษัติริย์สมัยเมืองพุกาม
คัมภีร์นี้แต่เดิมเป็นวรรณคดีภาษาสันสกฤต มีชื่อว่า บัฑคติการิกา จากตามข้อในศิลาจารึกที่พบในพม่ากล่าวว่า พระสัทธัมมโฆสเถระ เป็นผู้ประพันธ์ แต่แท้ที่จริงแล้วท่านเป็นเพียงแค่ผู้แปล แปลจากแปลจากสันสกฤต สันนิษฐานว่าแปลในรัชกาลพระเจ้าอนิรุทธมหาราชกษัตริย์สมัยเมืองพุกาม
ในการตรวจชำระครั้งนี้ ผู้ชำระครั้งนี้ ผู้ชำระใช้ต้นฉบับตัวเขียนที่เก็บรักษาอยู่ในหอสมุดแห่งชาติ จำนวน 5 ฉบับ และใช้คัมภีร์ปัญจคติทีปนีฎีกา คัมภีร์มหาวิปาก ซึ่งต้นฉบับอยู่ในหอสมุดแห่งชาติอย่างละ 2 ฉบับ (ทั้งนี้เพราะคัมภีร์ 2 ได้นำฉันท์ในปัญจคติทีปนีมาอธิบาย) อีกทั้งคัมภีร์ษัฑคติการิกา ที่ ศ.มุส ตรวจชำระ ในการสอบเทียบผลจากการชำระพบว่า ในฉบับภาษาบาลีมีพัฒนาการ 3 ช่วง
เมื่อแรกแปลภาษาสันสกฤตมาเป็นบาลี คัมภีร์นี้มีชื่อ ฉคติทีปนี (ความรู้แจ้งแห่ภพทั้ง 6) ต่อมาในช่วงพัฒนาการที่สองของคัมภีร์ได้ยุบอสูรกายพิภพโดยให้กาลัญชิกาสูรไปรวมกับพิภพเปรต และ เวจิตตาสูรไปรวมกับพิภพสวรรค์ ซึ่งลักษณะเช่นนี้เป็นอิทธิพลทางความคิดจากคัมภีร์กถาวัตถุปกรณ์ ผลงานของพระโมคคลีปุตตติสส ดังนั้นจึงทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อมา เป็นปัญจคติทีปนี ส่วนพัฒนาการชั้นสุดท้ายได้เพิ่มฉันท์บทที่ 5 และพบว่าต้นฉบับที่ใช้ในการชำระเป็นพัฒนาการขั้นสุดท้าย
เอกสารอ้างอิง
พุทธรักขิตาจารย์, พระ (2545) ชินาลงฺการฎีกา กรุงเทพฯ : มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.
เมธังกร, พระสังฆราช (2529) โลกทีปกสาร, แปลโดย แย้ม ประพัฒน์ทอง. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร.
โมคคลีปุตตติสสะ, พระ (2530) กถาวัตถุและอรรถกถา แปล เล่มที่ 4 ภาคที่2. กรุงเทพฯ : กรมการศาสนา.
Bode, M.H. (1995) The Pali Literature of Burma. Rangoon : Burma Research Society.
David, R and Stede, W. (1992) Pali-English Dictionary. London : Antony Rowe Ltd.
Denis, E. (1977) La lokapaññatti et les idèes cosmologiues du Bouddhisme ancient. Vol II. These pour le Doctorat d’Etat Lettres et Seience Humains Universite de Paris-Sorbonne.
Feer, L. (1883) “Pañcagatidīpanaṃ” Fragments Trauits du kanjour Annales du Musée Guimet” V : 514-528.
Feer, L. (1884) “Pañcagatidīpanaṃ” Journal of the Pāli Text Society : 153-161.
Hinüber, O. von. (1996) A Handbook of Pāli Literature New Delhi : Munshiram.
Mus, P. (1930) La Lumiére sur les Six Voies Paris : Institut d’Ethnologie.
ดาวน์โหลด
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้เป็นผลงานของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว และ/หรือเป็นผลงานของข้าพเจ้าและผู้ร่วมงาน ตามชื่อที่ระบุในบทความจริง และเป็นผลงานที่มิได้ถูกนำเสนอหรือตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน