การศึกษาความสามารถทางภาษาในการเว้นวรรค จากการเขียนภาษาไทยของนักเรียนไทยและญี่ปุ่น

ผู้แต่ง

  • ชลิดา งามวิโรจน์กิจ, สุดาพร ลักษณียนาวิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คำสำคัญ:

ภาวะภาษาในระหว่าง, การเว้นวรรคในการเขียนภาษาไทย

บทคัดย่อ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในงานวิจัยที่ศึกษาภาวะภาษาในระหว่าง (Interlanguage) ของการเว้นวรรคในการเขียนภาษาไทยของนักเรียนไทยและญี่ปุ่นโดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างอย่างมีเกณฑ์ คือ 1) กลุ่มนักเรียนไทย คือ ตัวแทนของกลุ่มเจ้าของภาษาจำนวน 30 คน เป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 3 และ 4 และ 2) กลุ่มนักเรียนญี่ปุ่นซึ่งเป็นตัวแทนของผู้เรียนที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาจำนวน 20 คน ซึ่งกำลังศึกษาภาษาไทยอยู่ที่โรงเรียนสอนภาษาไทยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างนักเรียนญี่ปุ่นจำแนกเป็น 2 กลุ่ม จากแบบสอบถามประสบการณ์การสัมผัสภาษาไทยของนักเรียนญี่ปุ่นคือ กลุ่มประสบการณ์สูง จำนวน 11 คน และกลุ่มประสบการณ์ต่ำจำนวน 9 คนข้อมูลที่ใช้ในงานวิจัยมาจากแบบทดสอบการเว้นวรรคที่มีตำแหน่งที่ต้องเว้นวรรคตามเกณฑ์ของราชบัณฑิตยสถาน จำนวน 66 ตำแหน่งผลการวิจัยสรุปว่า เจ้าของภาษามีความสามารถในการเว้นวรรคในการเขียนภาษาไทยตรงตามกรอบที่ราชบัณฑิตกำหนดไว้มากกว่านักเรียนญี่ปุ่น และนักเรียนญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ภาษาสูงจะมีความสามารถในการเว้นวรรคใกล้เคียงกับเจ้าของภาษามากกว่านักเรียนที่มีประสบการณ์ภาษาต่ำ เจ้าของภาษาทำการเว้นวรรคได้ดีที่สุดในระดับคำเฉพาะ ตำแหน่งการเว้นวรรคระหว่าง ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ที่เป็นการเว้นวรรคเฉพาะ (Specific Rules) แสดงให้เห็นว่า เจ้าของภาษาสามารถนำเกณฑ์ไปใช้ได้เป็นอย่างดี ผิดกับกลุ่มนักเรียนญี่ปุ่นทั้งสองกลุ่มที่ทำได้ต่ำที่สุดในระดับนี้ เนื่องจากในภาษาญี่ปุ่นไม่มีการเว้นวรรคในระดับคำเลย จึงเกิดการถ่ายโอนระบบภาษาแม่มายังภาษาที่สองในทางลบ (Negative L1 Transfer) ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การเว้นวรรคในระดับคำเป็นปัญหาในการเว้นวรรคมากที่สุดสำหรับกลุ่มนักเรียนญี่ปุ่น ดังนั้นอาจารย์ผู้สอนภาษาไทยควรจะเน้นการเว้นวรรคในระดับคำให้มาก เพื่อที่นักเรียนจะสามารถพัฒนาตนเองในการเขียนไปสู่ภาษาเป้าหมายได้ ส่วนการเว้นวรรคที่เจ้าของภาษาทำได้ต่ำที่สุด คือ ในระดับวลี ซึ่งเป็นหนึ่งใน

หลักเกณฑ์ทางเลือก (Optional Rules) ทำให้เกิดการผันแปรสูง การเว้นวรรคในระดับนี้จึงเป็นปัญหาของกลุ่มเจ้าของภาษา กลุ่มนักเรียนญี่ปุ่นทั้งสองกลุ่มทำการเว้นวรรคได้ดีที่สุดในระดับประโยค เนื่องจากการถ่ายโอนระบบภาษาแม่มายังภาษาที่สองในทางบวก (Positive L1 Transfer) ส่วนการเว้นวรรคในระดับอื่น ๆยังคงเป็นปัญหาสำหรับนักเรียนญี่ปุ่นเช่นกัน เนื่องจากในภาษาญี่ปุ่นไม่มีการเว้นวรรค จึงเกิดการถ่ายโอนระบบภาษาแม่มายังภาษาที่สองในทางลบ (Negative L1 Transfer) อย่างไรก็ตามความสามารถในการเว้นวรรคนี้สามารถพัฒนาสู่ภาษาเป้าหมายได้ ดังนั้นอาจารย์ผู้สอนควรจะสอนและฝึกฝนการเขียนภาษาไทยเพื่อที่นักเรียนสามารถเว้นวรรคได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ในทุกระดับ

เอกสารอ้างอิง

กอบกุล ถาวรานนท์. การเว้นวรรคในการเขียนหนังสือไทย. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2521.

กําาชัย ทองหล่อ. หลักภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์บําารุงสาส์น, 2525.

ผะอบ โปษกฤษณะ. ลักษณะเฉพาะของภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์บําารุงสาส์น, 2538.

ราชบัณฑิตยสถาน. หลักเกณฑ์การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและเครื่องหมายอื่นๆ หลักเกณฑ์การเว้นวรรค หลักเกณฑ์การเขียนคําาย่อ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, 2551. 56-66

อมรทิพย์ กวินปณิธาน. การศึกษาบริบทบ่งบอกชื่อเฉพาะในภาษาไทยตามแนวภาษาศาสตร์คอมพิวเตอร์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, ภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2546.

Briere, Eugene. John. A Psycholinguistics Study of Phonological Interference. Paris: C.H. Van schooneveled Indiana university, The Netherland by Mounton and Co., The Hague, 1968. 102

Corder, S.P. Introducuing Applied Linguistics. Middlesex: Penguin, 1973.

Gombert, Jean E. Metalinguistic Development. The University of Chicago Press, 1992.

Isarankura, S. Acquisition of the English Article System by Thai Learners: An Analysis of Metalinguistic Knowledge in English Article Use, Ph.D. Dissertation, Chulalongkorn University, 2008.

Luksaneeyanawin, S. A research report on characteristics and functions of pause in Thai. Linguistic Research Unit, Faculty of Arts, Chulalongkorn University. (in Thai), 1988.

Luksaneeyanawin, S. Unfolding Linguistics. In Wirote Aroonmanakun (ed.) Unfolding Linguistics. Bangkok: Chulalongkorn University Printing, 2007.

Selinker, L. Interlanguage. International Review of Applied Linguistics in Language Teaching, 10/3, 1972. 209-231

ดาวน์โหลด

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความ