สนธิในอรรถกถาธรรมบท วรรคที่ 1 – 10
คำสำคัญ:
อรรถกถาธรรมบท, สนธิ, การต่อเสียงบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
อรรถกถาธรรมบทแต่งราวพุทธศตวรรษที่ 10 ก่อนหน้าคัมภีร์ไวยากรณ์เล่มเก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลือคือกัจจายนวยากรณ์ซึ่งแต่งราวพุทธศตวรรษที่ 16 ทำให้เกิดความสงสัยว่าอรรถกถาธรรมบทซึ่งแต่งขึ้นในยุคที่ยังไม่ปรากฏไวยากรณ์มีวิธีการสนธิอย่างไร
สนธิคือการต่อเสียง 2 เสียงเข้าด้วยกัน บทความนี้ให้รายละเอียดการสนธิในอรรถกถาธรรมบท วรรคที่ 1 – 10 ว่ามีรูปสำเร็จที่ได้จากการต่อเสียงเป็นเช่นไร มีรูปแบบที่กำหนดเป็นหลักเกณฑ์ตายตัวได้หรือไม่ ได้ผลสรุปว่า อรรถกถาธรรมบทมีรูปแบบการสนธิที่คงเส้นคงวา เมื่อคำเดียวกันสนธิกันจะได้รูปสำเร็จเป็นอย่างเดิมเสมอ, คำศัพท์ที่นำมาสนธิมากที่สุดคือ อิติ, วิธีที่นิยมใช้มากที่สุดคือการลบเสียงหน้า, คำบางคำ เช่น อิติ อิทานิ อปิ อสิ มีวิธีการเฉพาะตนคือลบ อิ หรือ อ ก่อนทุกครั้ง, เสียงสระฐานเดียวกันต่อกันได้รูปสำเร็จเป็นเสียงยาวของสระฐานนั้น ๆ, เติม ยฺ อาคมเพื่อให้ออกเสียงสะดวก ถ้าเสียงหลังเป็น เอ และเสียงหน้าคือ ย (ตูนาทิ), อิ, อี, อุ (รวมถึง อู ที่ไม่พบตัวอย่างด้วย), เอ, หรือ โอ เท่านั้น หรือจะไม่เติม ยฺ ก็ได้
รูปแบบสนธิที่พบในอรรถกถาธรรมบทสามารถยึดเป็นตัวอย่างในการสนธิของผู้เรียนหรือผู้เขียนภาษาบาลีได้เนื่องจากมีรูปแบบที่กำหนดได้ชัดเจนกว่าคัมภีร์ไวยากรณ์มีกัจจายนวยากรณ์เป็นต้นที่กล่าวถึงเครื่องมือสนธิแต่ไม่ได้กล่าวถึงสภาพแวดล้อมที่เป็นเงื่อนไขให้เกิดการสนธิแต่ละรูปแบบไว้
คำสำคัญ : อรรถกถาธรรมบท, สนธิ, การต่อเสียง
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2532. อรรถกถาภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาอฏฺฐกถา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์วิญญาณ.
________, 2535. พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฏกํ 2500. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
________, 2539. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
________, 2551. อรรถกถาภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาอรรถกถา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วชิรญาณวโรรส, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา, 2534. บาลีไวยากรณ์ อักขรวิธี ภาคที่ 1 สมัญญาภิธานและสนธิ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.
สุภาพรรณ ณ บางช้าง, 2526. ประวัติวรรณคดีบาลีในอินเดียและลังกา. กรุงเทพฯ: ศักดิโสภาการพิมพ์.
________, 2538. ไวยากรณ์บาลี : ตามแนวกัจจายนวยากรณ์ โมคคัลลานวยากรณ์ สัททนีติปกรณ์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์.
ภาษาอังกฤษ
Childers R.C., 1879. “On sandhi in Pali.” The Journal of the Royal Asiatic Society of Great Britain and Ireland 11 (1): 99-121.
Duroiselle C., 2009. A practical grammar of the Pali language. Reprinted. Whitefish: Kessinger Publishing.
Malalasekera G.P., 1958. The Pali literature of Ceylon. Colombo: M.D. Gunasena & Co., Ltd.
Rhys Davids T.W. & Stede W., 1925. The Pali text society’s Pali-English dictionary. London: Chipstead.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้เป็นผลงานของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว และ/หรือเป็นผลงานของข้าพเจ้าและผู้ร่วมงาน ตามชื่อที่ระบุในบทความจริง และเป็นผลงานที่มิได้ถูกนำเสนอหรือตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน