พุทธศาสนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ข้อสังเกตเรื่อง “นิกายสรรวาสติวาท”
คำสำคัญ:
พุทธศาสนา, นิกายสรรวาสติวาท, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้บทคัดย่อ
นักวิชาการจำนวนมากนิยมจำแนกพุทธศาสนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ออกเป็นสองนิกายใหญ่ตามภาษา คือ ภาษาบาลีเป็นตัวแทนของฝ่ายเถรวาท และภาษาสันสกฤตเป็นตัวแทนของฝ่ายมหายาน ทว่าในเอกสารหลายฉบับโดยเฉพาะเอกสารจีนได้มีการกล่าวอ้างถึงพุทธศาสนานิกายสรรวาสติวาทซึ่งเป็นพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทที่ใช้ภาษาสันสกฤตอยู่บ่อยครั้ง นำไปสู่ประเด็นคำถามที่ว่า หลักฐานพุทธศาสนาที่เป็นภาษาสันสกฤตเหล่านั้นจะสัมพันธ์เฉพาะเพียงพุทธศาสนาฝ่ายมหายานอย่างเดียวหรืออาจเป็นนิกายสรรวาสติวาทด้วย
จากการศึกษาในเบื้องต้นพุทธศาสนาสกุลดังกล่าวได้เข้ามาปรากฏในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราวพุทธศตวรรษที่ 10 ในพื้นที่เกาะชวา สัมพันธ์กับการขยายตัวทางการค้าในยุคอินโด-โรมันและราชวงศ์กุษาณะซึ่งอุปถัมภ์พุทธศาสนานิกายนี้อย่างชัดเจน โดยพุทธศาสนานิกายนี้มีศูนย์กลางสำคัญอยู่ในพื้นที่หมู่เกาะก่อนจะเผยแผ่มาสู่เขตภาคพื้นทวีป ซึ่งสามารถเห็นได้จากความใกล้เคียงของรูปแบบศิลปะระหว่างภูมิภาคทั้งสองผ่านหลักฐานภาพเล่าเรื่องและหลักฐานประติมากรรม
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
กรมศิลปากร, 2557. พระคัมภีร์ทีปวงศ์: ตำนานว่าด้วยการประดิษฐานพระพุทธศาสนาในลังกาทวีป. กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร.
จำนงค์ ทองประเสริฐ, 2510. พระพุทธศาสนาในลังกา. พระนคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ชูศักดิ์ ทิพย์เกษร, 2551. พระพุทธศาสนาในศรีลังกา. กรุงเทพฯ: เชน ปริ้นติ้ง.
นันทนา ชุติวงศ์, 2520. “ภาพชาดกที่เจดีย์จุลประโทน.” ศิลปากร 21 (4): 28-56.
ผาสุข อินทราวุธ, 2530. พุทธศาสนาและประติมานวิทยา. นครปฐม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยา
เขตพระราชวังสนามจันทร์.
_______, 2543. พุทธปฏิมาฝ่ายมหายาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์อักษรสมัย.
_______, 2548. สุวรรณภูมิ: จากหลักฐานโบราณคดี. กรุงเทพฯ: ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พิริยะ ไกรฤกษ์, 2517. พุทธศาสนนิทานที่เจดีย์จุลปะโทน. (แปลโดย หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์พระจันทร์.
สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์, ม.ร.ว., 2537. ศรีทวารวดีถึงศรีรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ.
เสถียร โพธินันทะ, 2513. ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา. พระนคร: บรรณาคาร.
ภาษาต่างประเทศ
Assavavirulhakarn P., 2010. The ascendancy of Theravada Buddhism in Southeast Asia. Chiang Mai: Silkworm Books.
Bapat P.V., 1956. 2500 years of Buddhism. New Delhi: Ministry of Information and Broadcasting Government of India.
Briggs L.P., 1951. The ancient Khmer empire. Philadelphia: American Philosophical Society.
Coedes G., 1968. The Indianized states of Southeast Asia. (Translated by S. B. Cowing). Honolulu: East-West Center Press.
Dhammajoti Bhikku K.L., 2015. Sarvastivada Abhidharma. Hongkong: The Buddha-Dharma
Centre of Hong Kong.
Dutt N., 1998. Buddhist sects in India. New Delhi: Shri Jainendra Press.
Hezra K.L., 1982. History of Theravada Buddhism in South-East Asia with special reference to India and Ceylon. New Delhi: Munshiram Manoharlal Publishers.
Loeschner H., 2012. “The stupa of the Kushan emperor Kanishka the Great with comments on the Azes era and Kushan chronology.” Sino-Platonic Papers 227 (July): 1-25.
Lyons E., 1973. “Two Dvaravati figurines.” Journal of Siam Society 61 (1): 192-201.
Majumdar R.C., 1986. Suvarnadvipa: Ancient Indian colonies in the Far East Volume 1. New Delhi: Gian.
Miksic J.N., 1990. Borobudur golden tales of the Buddhas. Singapore: Periplus Editions.
Ray H.P., 2006. “The axial age in Asia: The archaeology of Buddhism (500 B.C.-A.D. 500).” In M. T. Stark (Ed.), Archaeology of Asia (pp. 303-323). Mass: Blackwell Pub.
Sen T., 2014. “Buddhism and the maritime crossing” In D. C. Wong & G. Heldt (Eds.), China and Beyond in the mediaeval period: Cultural crossings and inter-regional connections (pp. 39-62). Amherst and Delhi: Cambria Press and Manohar
Takakusu J., 1966. A record of the Buddhist religion: As practised in India and the Malay archipelago, A.D. 671-695. Delhi: Munshiram Mancharlal.
Woodward H., 2003. The art and architecture of Thailand. Leiden: Koninklijke Brill NV.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2021 ดำรงวิชาการ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้เป็นผลงานของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว และ/หรือเป็นผลงานของข้าพเจ้าและผู้ร่วมงาน ตามชื่อที่ระบุในบทความจริง และเป็นผลงานที่มิได้ถูกนำเสนอหรือตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน