พระพุทธรูปทรงเครื่องต้นอย่างพระมหาจักรพรรดิ งานช่างชั้นสูงในราชสำนัก
คำสำคัญ:
พระพุทธรูปทรงเครื่องต้นอย่างพระมหาจักรพรรดิ, งานช่างชั้นสูง, แบบอย่างศิลปะ, คติและเทคนิคการสร้างบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษางานศิลปกรรมและกระบวนการหล่อพระพุทธรูปทรงเครื่องที่เป็นมรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่าและยิ่งใหญ่ของชาติ ที่เป็นงานช่างชั้นสูงในราชสำนักของงานช่างไทย ด้วยการศึกษาคติการสร้าง รูปแบบ ลวดลายที่ปรากฏ รวมทั้งกรรมวิธีในการสร้างงาน เพื่อบันทึกหลักฐานเป็นฐานข้อมูลความรู้ของชาติ การรักษา การนำมาอธิบาย ถ่ายทอดและการสร้างขึ้นใหม่ ด้วยกระบวนการวิจัยทางด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้
พระพุทธรูปทรงเครื่องต้นอย่างพระมหาจักรพรรดิ พบหลักฐานครั้งแรกในดินแดนไทยราวพุทธศตวรรษที่ 17 ซึ่งอยู่ในศิลปะเขมรในประเทศไทยสมัยนครวัด และสมัยหริภุญชัย และมาพบหลักฐานอีกครั้งหนึ่งในศิลปะล้านนาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตามคัมภีร์เรื่องชมพูบดีสูตร รูปแบบและคติการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องจากล้านนาได้ให้อิทธิพลมายังภาคกลางในช่วงสมัยอยุธยาตอนกลางและสืบต่อมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์
พระพุทธรูปทรงเครื่องต้นอย่างพระมหาจักรพรรดิในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 3 คติการสร้างส่วนใหญ่เป็นประเพณีในราชสำนัก สร้างขึ้นเพื่อเป็นพระพุทธรูปฉลองพระองค์ และการพระราชกุศลอุทิศถวาย มีรูปแบบที่วิจิตรงดงาม เทคนิคการสร้างเกิดจากการตี ดุนทองคำ ลงยาราชาวดีและประดับอัญมณี เมื่อเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 5 ลงมา เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ การสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องต้นอย่างพระมหาจักรพรรดิได้แพร่หลายและสร้างขึ้นโดยช่างนอกราชสำนักที่สืบทอดมาจากช่างหลวง เกิดรูปแบบและกรรมวิธีการสร้างอย่างใหม่ ทั้งการใช้แม่พิมพ์หินสบู่และส่วนผสมของโลหะ ทำให้สร้างได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม แหล่งสำคัญในการสร้างพระพุทธรูปกลุ่มดังกล่าว คือ บ้านช่างหล่อ ธนบุรี ทั้งนี้ความนิยมดังกล่าวได้แพร่หลายไปทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะในภาคกลาง และมาสิ้นสุดลงในราวช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากขาดแคลนช่างผู้ชำนาญการ และมีกรรมวิธีการสร้างพระพุทธรูปแบบใหม่เกิดขึ้น คือ การหล่อจากแม่พิมพ์แบบโรงงาน ทำให้สร้างได้ง่าย ราคาถูกลง
งานวิจัยนี้ได้มีการศึกษากรรมวิธีการสร้างพระพุทธรูป จากบันทึกและศึกษาขั้นตอนการหล่อพระพุทธรูปทรงเครื่องต้นอย่างพระมหาจักรพรรดิแบบโบราณโดยช่างที่ยังสืบทอดวิธีการดังกล่าว มีวิธีการสำคัญ อาทิ การทำแม่พิมพ์ด้วยหินสบู่เพื่อกดลวดลายด้วยขี้ผึ้งลงบนแม่พิมพ์ เป็นต้น ความรู้อันทรงคุณค่านี้ ควรแก่การอนุรักษ์เป็นมรดกภูมิปัญญาช่างชั้นสูงในงานช่างไทย
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
ถนอม บรรณประเสริฐ และ รัชดา โชติพานิช, 2563. พระประวัติ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิฐวรการ แม่กองสร้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พุทธศักราช 2412-2428. กรุงเทพฯ: วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม.
ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล, 2558. “ชมพูบดีสูตรในจิตรกรรมฝาผนังช่วงพุทธศตวรรษที่ 24 – 25.” วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
“พระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐ.” 2542. ใน วีณา โรจนราธา และคณะ (บรรณาธิการ), ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 1 (หน้า 207-234). กรุงเทพฯ: กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร.
ศรีศักร วัลลิโภดม, 2553. กรุงศรีอยุธยาของเรา. กรุงเทพฯ: มติชน.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์, 2556ก. ศิลปะล้านนา. กรุงเทพฯ: มติชน.
____________, 2556ข. พระพุทธรูปในประเทศไทย: รูปแบบ พัฒนาการ และความเชื่อของคนไทย. กรุงเทพฯ: ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สมมตอมรพันธุ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ, 2508. “ประกาศสมภาคาภิเศก เท่ารัชกาลที่ 4.” ใน ประกาศการพระราชพิธี เล่ม 2 สำหรับพระราชพิธีการจร (หน้า 242-252). พระนคร: องค์การค้าของคุรุสภา.
สันติ เล็กสุขุม, 2560. ศิลปะอยุธยา: งานช่างหลวงแห่งแผ่นดิน. นนทบุรี: เมืองโบราณ.
สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์, ม.ร.ว., 2535. พระพุทธปฏิมาในพระบรมมหาราชวัง. กรุงเทพฯ: สำนักราชเลขาธิการ, จัดพิมพ์เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2535.
สัมภาษณ์
สุรพันธุ์ อติชาตนันท์, 2563. ช่างหล่อพระ และเจ้าของโรงหล่อพัฒนช่าง. สัมภาษณ์, 2 พฤศจิกายน.
จดหมายเหตุ
“ว่าด้วยพระพุทธปฏิมากรฉลองพระองค์.” ม.ป.ป. อักษรไทย. ภาษาไทย. เส้นดินสอ. เลขที่ 187. ตู้ 121. ชั้น 3/1. มัดที่ 4. หอสมุดแห่งชาติ.
“หนังสือกราบบังคมทูล รัชกาลที่ 5.”, 2426. อักษรไทย. ภาษาไทย. ตัวพิมพ์. เลขที่ ม.ร.5 นก/25.19. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ.
ภาษาต่างประเทศ
Griswold A.B., 1963. “Notes on the art of Siam, no.6. Prince Yudhisthira.” Artibus Asiae 26 (3): 215-229.
Twist R.L., 2018. “Images of the crowned Buddha along the Silk Road: Iconography and ideology.” Humanities 7 (4): 1-31.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้เป็นผลงานของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว และ/หรือเป็นผลงานของข้าพเจ้าและผู้ร่วมงาน ตามชื่อที่ระบุในบทความจริง และเป็นผลงานที่มิได้ถูกนำเสนอหรือตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน