เทคโนโลยีการถลุงเหล็กของแหล่งโบราณคดีบ้านนาตุ้ม เมืองลองโบราณ จังหวัดแพร่

ผู้แต่ง

  • พลพยุหะ ไชยรส นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาโบราณคดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร อีเมล: PhonphayuhaChon@gmail.com

คำสำคัญ:

เมืองลอง, การถลุงเหล็ก, การส่งส่วย, การถลุงเหล็กทางตรง

บทคัดย่อ

บทความนี้เป็นผลการศึกษาทางด้านโบราณโลหะวิทยา (Archaeometallurgy) โบราณคดี (Archaeology) และประวัติศาสตร์ (History) ของแหล่งโบราณคดีบ้านนาตุ้มซึ่งเป็นแหล่งถลุงเหล็กของเมืองลองโบราณ จังหวัดแพร่ ที่มีการถลุงเหล็กอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 23–25 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างภาพกระบวนการถลุงเหล็กสมัยโบราณ (Chaîne opératoire of iron ingot production) โดยวิเคราะห์ ตีความ และสังเคราะห์องค์ความรู้ จากข้อมูลหลักฐานทางโบราณโลหะวิทยา หลักฐานทางโบราณคดี หลักฐานทางประวัติศาสตร์และผลการวิเคราะห์ทางโบราณโลหะวิทยา

          จากการศึกษาพบว่าการถลุงเหล็กของแหล่งโบราณคดีบ้านนาตุ้มใช้เตาถลุงเหล็กทรงสูง (Shaft Furnace) ที่มีการสร้างช่องระบายตะกรันยื่นออกทางด้านหน้าเตา สูงประมาณ 70-80 เซนติเมตร มีระบบเครื่องสูบลมแบบสองลูกสูบหรือเส่า (Double piston bellow) โดยมีช่องสอดท่อลมและปลายหุ้มท่อลมดินเผาอยู่ทางด้านหลังเตาเพียงช่องเดียว สำหรับเทคนิคการถลุงเป็นการถลุงเหล็กแบบทางตรง (Direct Process) อุณหภูมิถลุงอยู่ที่ 1,175–1,200 องศาเซลเซียส สินแร่เหล็กที่ใช้นำมาถลุงเป็นชนิดฮีมาไทต์ (Hematite)     ซึ่งมีการทำเหมืองอยู่ที่ดอยเหล็ก มีอัตราส่วนระหว่างสินแร่เหล็กและเชื้อเพลิง (ถ่านไม้เนื้อแข็ง) อยู่ที่ 1 ต่อ 2 การถลุงเหล็กบ้านนาตุ้มเป็นการผลิตมวลเหล็ก (Iron Ingot) ทั้งเพื่อการส่งส่วยเหล็กแก่ราชสำนักเมืองนครลำปางและใช้แปรรูปเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนท้องถิ่น เมืองลองโบราณสามารถผลิตมวลเหล็กได้ปริมาณอย่างน้อย 40 หาบ หรือ 2.4 ตัน ต่อปี โดยมวลเหล็กที่ผลิตจากเมืองลองถือว่ามีคุณภาพ ดังปรากฏในงานวรรณกรรม เช่น ค่าวฉลองคุ้มหลวงของเจ้าหลวงนครแพร่ของศรีวิไชยกวีในราชสำนักแพร่ เมื่อ พ.ศ. 2453 กล่าวว่า “...ห้าสิบสอง เหล็กลองไหลดั้นข่ามคงกะพันมากนัก...” หรือสำนวนโบราณของชาวล้านนาที่กล่าวว่า “เหล็กดีเมืองลอง ตองดีเมืองพะเยา” เป็นต้น

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

จตุรพร เทียมทินกฤต และพลพยุหะ ไชยรส, 2562. รายงานการสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดีภาคสนามเบื้องต้นในแหล่งโบราณคดีบ้านนาตุ้ม ตำบลบ่อเหล็กลอง อำเภอลอง จังหวัดแพร่. เชียงใหม่: สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ กรมศิลปากร. เอกสารอัดสำเนา.

ปรีดี พิศภูมิวิถี และคณะ, 2561. ฝรั่งในล้านนา. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.

พจนีย์ ไพศาลตันติวงศ์, 2546. คุณภาพของแร่เหล็กจากแหล่งต่างๆ ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: กองวิเคราะห์และตรวจสอบทรัพยากรธรณี.

พลพยุหะ ไชยรส, 2561, รายงานการสำรวจทางโบราณคดีแหล่งโลหกรรมสมัยโบราณในบริเวณแอ่งที่ราบลองวังชิ้น จังหวัดแพร่ ตามหลักกระบวนงานโบราณโลหะวิทยา (Archaeometallurgy). เชียงใหม่: สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ กรมศิลปากร. เอกสารอัดสำเนา.

ภูเดช แสนสา, 2554. ประวัติศาสตร์เมืองลอง หัวเมืองบริวารในล้านนาประเทศ. เชียงใหม่: นพบุรีการ พิมพ์.

สรัสวดี อ๋องสกุล, 2546. พื้นเมืองเชียงแสน. กรุงเทพฯ: อมรินทร์.

สุรพล นาถะพินธุ, 2550. รากเหง้าบรรพชนคนไทย: พัฒนาการทางวัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ: มติชน.

อุดม รุ่งเรืองศรี, 2524. กำสรวลพระยาพรหม: คร่าวสี่บทและคำจ่มของพระยาพรหมโวหาร. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

จดหมายเหตุ

“พระพรหมบริรักษ์กราบทูลสมเด็จฯ ซึ่งสำเร็จราชการกรมมหาดไทยรายงานข้อราชการที่ออกไปเมืองลอง.” กจช.ร.5ม ร5 นก/33(20). สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ.

“รายงานเสด็จตรวจทางรถไฟสายเหนือของกรมขุนกำแพงเพชร 13 กรกฎาคม 2461.”, พ.ศ. 2461. กจช.ร6 คค.5.3/8. สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ.

ภาษาอังกฤษ

Bock C.A., 1884. Temples and elephants: The narrative of a journal of exporation through Upper Siam and Lao. New York: Cornell University Library.

Charlton M., 2010. “Explaining the evolution of ironmaking recipes – An example from northwest Wales.” Journal of Anthropological Archaeology 29: 357.

Évrard O. et al., 2016. “Of myths and metallurgy: Archaeological and ethnological approaches to upland iron production in 9th century CE northwest Laos.” Journal of Southeast Asian Studies 47(1): 119.

Miller H. M.-L., 2009. Archaeological approaches to technology. California: Left Coast Press Inc.

Tylecote R.F., 1992. A history of metallurgy. 2nd edition. London: The institute of material.

United Department of State and Thai Royal Department of Mines, 1975. “Geologic reconnaissance of the mineral deposit of Thailand.” Geological Investigation Bulletin 984: 75-76.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-27

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความ