เทคโนโลยีการถลุงเหล็กของแหล่งโบราณคดีบ้านนาตุ้ม เมืองลองโบราณ จังหวัดแพร่
คำสำคัญ:
เมืองลอง, การถลุงเหล็ก, การส่งส่วย, การถลุงเหล็กทางตรงบทคัดย่อ
บทความนี้เป็นผลการศึกษาทางด้านโบราณโลหะวิทยา (Archaeometallurgy) โบราณคดี (Archaeology) และประวัติศาสตร์ (History) ของแหล่งโบราณคดีบ้านนาตุ้มซึ่งเป็นแหล่งถลุงเหล็กของเมืองลองโบราณ จังหวัดแพร่ ที่มีการถลุงเหล็กอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 23–25 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างภาพกระบวนการถลุงเหล็กสมัยโบราณ (Chaîne opératoire of iron ingot production) โดยวิเคราะห์ ตีความ และสังเคราะห์องค์ความรู้ จากข้อมูลหลักฐานทางโบราณโลหะวิทยา หลักฐานทางโบราณคดี หลักฐานทางประวัติศาสตร์และผลการวิเคราะห์ทางโบราณโลหะวิทยา
จากการศึกษาพบว่าการถลุงเหล็กของแหล่งโบราณคดีบ้านนาตุ้มใช้เตาถลุงเหล็กทรงสูง (Shaft Furnace) ที่มีการสร้างช่องระบายตะกรันยื่นออกทางด้านหน้าเตา สูงประมาณ 70-80 เซนติเมตร มีระบบเครื่องสูบลมแบบสองลูกสูบหรือเส่า (Double piston bellow) โดยมีช่องสอดท่อลมและปลายหุ้มท่อลมดินเผาอยู่ทางด้านหลังเตาเพียงช่องเดียว สำหรับเทคนิคการถลุงเป็นการถลุงเหล็กแบบทางตรง (Direct Process) อุณหภูมิถลุงอยู่ที่ 1,175–1,200 องศาเซลเซียส สินแร่เหล็กที่ใช้นำมาถลุงเป็นชนิดฮีมาไทต์ (Hematite) ซึ่งมีการทำเหมืองอยู่ที่ดอยเหล็ก มีอัตราส่วนระหว่างสินแร่เหล็กและเชื้อเพลิง (ถ่านไม้เนื้อแข็ง) อยู่ที่ 1 ต่อ 2 การถลุงเหล็กบ้านนาตุ้มเป็นการผลิตมวลเหล็ก (Iron Ingot) ทั้งเพื่อการส่งส่วยเหล็กแก่ราชสำนักเมืองนครลำปางและใช้แปรรูปเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนท้องถิ่น เมืองลองโบราณสามารถผลิตมวลเหล็กได้ปริมาณอย่างน้อย 40 หาบ หรือ 2.4 ตัน ต่อปี โดยมวลเหล็กที่ผลิตจากเมืองลองถือว่ามีคุณภาพ ดังปรากฏในงานวรรณกรรม เช่น ค่าวฉลองคุ้มหลวงของเจ้าหลวงนครแพร่ของศรีวิไชยกวีในราชสำนักแพร่ เมื่อ พ.ศ. 2453 กล่าวว่า “...ห้าสิบสอง เหล็กลองไหลดั้นข่ามคงกะพันมากนัก...” หรือสำนวนโบราณของชาวล้านนาที่กล่าวว่า “เหล็กดีเมืองลอง ตองดีเมืองพะเยา” เป็นต้น
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
จตุรพร เทียมทินกฤต และพลพยุหะ ไชยรส, 2562. รายงานการสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดีภาคสนามเบื้องต้นในแหล่งโบราณคดีบ้านนาตุ้ม ตำบลบ่อเหล็กลอง อำเภอลอง จังหวัดแพร่. เชียงใหม่: สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ กรมศิลปากร. เอกสารอัดสำเนา.
ปรีดี พิศภูมิวิถี และคณะ, 2561. ฝรั่งในล้านนา. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.
พจนีย์ ไพศาลตันติวงศ์, 2546. คุณภาพของแร่เหล็กจากแหล่งต่างๆ ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: กองวิเคราะห์และตรวจสอบทรัพยากรธรณี.
พลพยุหะ ไชยรส, 2561, รายงานการสำรวจทางโบราณคดีแหล่งโลหกรรมสมัยโบราณในบริเวณแอ่งที่ราบลองวังชิ้น จังหวัดแพร่ ตามหลักกระบวนงานโบราณโลหะวิทยา (Archaeometallurgy). เชียงใหม่: สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ กรมศิลปากร. เอกสารอัดสำเนา.
ภูเดช แสนสา, 2554. ประวัติศาสตร์เมืองลอง หัวเมืองบริวารในล้านนาประเทศ. เชียงใหม่: นพบุรีการ พิมพ์.
สรัสวดี อ๋องสกุล, 2546. พื้นเมืองเชียงแสน. กรุงเทพฯ: อมรินทร์.
สุรพล นาถะพินธุ, 2550. รากเหง้าบรรพชนคนไทย: พัฒนาการทางวัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ: มติชน.
อุดม รุ่งเรืองศรี, 2524. กำสรวลพระยาพรหม: คร่าวสี่บทและคำจ่มของพระยาพรหมโวหาร. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
จดหมายเหตุ
“พระพรหมบริรักษ์กราบทูลสมเด็จฯ ซึ่งสำเร็จราชการกรมมหาดไทยรายงานข้อราชการที่ออกไปเมืองลอง.” กจช.ร.5ม ร5 นก/33(20). สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ.
“รายงานเสด็จตรวจทางรถไฟสายเหนือของกรมขุนกำแพงเพชร 13 กรกฎาคม 2461.”, พ.ศ. 2461. กจช.ร6 คค.5.3/8. สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ.
ภาษาอังกฤษ
Bock C.A., 1884. Temples and elephants: The narrative of a journal of exporation through Upper Siam and Lao. New York: Cornell University Library.
Charlton M., 2010. “Explaining the evolution of ironmaking recipes – An example from northwest Wales.” Journal of Anthropological Archaeology 29: 357.
Évrard O. et al., 2016. “Of myths and metallurgy: Archaeological and ethnological approaches to upland iron production in 9th century CE northwest Laos.” Journal of Southeast Asian Studies 47(1): 119.
Miller H. M.-L., 2009. Archaeological approaches to technology. California: Left Coast Press Inc.
Tylecote R.F., 1992. A history of metallurgy. 2nd edition. London: The institute of material.
United Department of State and Thai Royal Department of Mines, 1975. “Geologic reconnaissance of the mineral deposit of Thailand.” Geological Investigation Bulletin 984: 75-76.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 ดำรงวิชาการ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้เป็นผลงานของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว และ/หรือเป็นผลงานของข้าพเจ้าและผู้ร่วมงาน ตามชื่อที่ระบุในบทความจริง และเป็นผลงานที่มิได้ถูกนำเสนอหรือตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน