จารึกวัดบ้านหนองเสม็ด (K.1588): จารึกพระเจ้ามเหนทรวรมันพบใหม่ ที่ บ้านหนองเสม็ด อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์

ผู้แต่ง

  • ดร.ทรงธรรม ปานสกุณ อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อีเมล: pansakun_s@su.ac.th
  • ดร.ชัชพิสิฐ ปาชะนี อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อีเมล: pachanee_c@su.ac.th
  • พอพล สุกใส อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อีเมล: suksai_p@su.ac.th

คำสำคัญ:

ศิลาจารึก, มเหนทรวรมัน, จิตรเสน

บทคัดย่อ

จารึกวัดบ้านหนองเสม็ด (K.1588) เป็นจารึกที่พบใหม่ภายในวัดหนองเสม็ดวนาราม อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ จารึกเป็นภาษาสันสกฤต อักษรปัลลวะ เนื้อความในจารึกกล่าวถึงเจ้าจิตรเสนได้สถาปนาศิวลึงค์ตามคำสั่งของมารดาและบิดา สำหรับเจ้าจิตรเสนนั้นต่อมาราชาภิเษกเป็นพระเจ้ามเหนทรวรมัน ครองอาณาจักรเขมรโบราณในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 จากข้อมูลในศิลาจารึกแสดงให้เห็นว่าพระองค์คงจะนับถือศาสนาพราหมณ์ ลัทธิไศวนิกาย

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

กรมศิลปากร, 2559. จารึกในประเทศไทย เล่ม 1. กรุงเทพฯ: หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร.

กรรณิการ์ วิมลเกษม, 2554. ตำราเรียนอักษรไทยโบราณ. กรุงเทพฯ: ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.

________, 2565. “พัฒนาการของอักษรโบราณในประเทศไทย.” ใน ภาษา-จารึก ฉบับที่ 14: เนื่องในวาระครบรอบ 72 ปี รองศาสตราจารย์กรรณิการ์ วิมลเกษม (หน้า 107-191). กรุงเทพฯ: ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ก่องแก้ว วีระประจักษ์, 2560. “จารึกพระเจ้าจิตรเสนกษัตริย์ลุ่มแม่น้ำมูลและแม่น้ำชี.” วารสารศิลปากร 60 (4): 5-23.

กังวล คัชชิมา, 2565. รายงานวิจัยเรื่อง “จารึกพระเจ้ามเหนทรวรมัน. กรุงเทพฯ: สนับสนุนทุนวิจัยโดยกองทุนสนับสนุนการวิจัยนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ของคณะโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ทรงธรรม ปานสกุณ, 2548. “ร่องรอยพระพุทธศาสนาในอาณาจักรเขมรโบราณก่อนพุทธศตวรรษที่ 17.” วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ธวัช ปุณโณทก, 2549. อักษรไทยโบราณ ลายสือไทย และวิวัฒนาการอักษรของชนชาติไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุภัทรดิศ ดิศกุล, หม่อมเจ้า, 2547. ศาสนาพราหมณ์ในอาณาจักรขอม. กรุงเทพฯ: คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ภาษาต่างประเทศ

Briggs L. P., 1951. The ancient Khmer empire. Philadelphia: American Philosophical Society.

Cœdès G., 1942. Inscriptions du Cambodge Vol II. Hanoi: École française d’ Extrême-Orient.

________, 1943 “Quelques précisions sur la fin du Fou-nan.”Bulletin École française d’Extrême-Orient 43: 1-8.

________, 1953. Inscriptions du Cambodge Vol V. Paris: École française d’ Extrême-Orient.

________, 1954. Inscriptions du Cambodge Vol VI. Paris: École française d’ Extrême-Orient.

________, 1964. Inscriptions du Cambodge Vol VII. Paris: École française d’ Extrême-Orient.

________, 1966. Inscriptions du Cambodge Vol VIII. Paris: École française d’ Extrême-Orient.

________, 1968. The Indianized state of Southeast Asia. (Translated by S. B. Cowing). Honolulu: The University Press of Hawaii. (Original work – French).

Cœdès G. & Parmentier H., 1923. Listes generales des inscriptions et des monuments du Champa et du Cambodge. Hanoi: École française d’ Extrême-Orient.

Finot L., 1903. “Notes d’Épigraphie.” Bulletin École française d’Extrême-Orient 3: 212-213.

Long S., 2000. Dictionnaire du Khmer ancien: (D’ après les inscriptions du Cambodge du Vie.-VIIIe. Siècles). Phnom Penh: Fondation TOYOTA du Japon.

Majumdar R. C., 1953. Inscriptions of Kambuja. Calcutta: The Asiatic Society.

Pelliot P., 1903. “Le Fou-nan.” Bulletin de l’ École française d’ Extrême-Orient 3: 248-303.

Pou S., 1999. Dictionnaire vieux Khmer–Français-Anglais. Paris: Cedoreck.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-06-29

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความ