การจัดการป่าต้นน้ำภูน้ำดั้นเพื่อความยั่งยืนของฐานทรัพยากรอาหารของชุมชน
คำสำคัญ:
การจัดการป่าต้นน้ำ, ฐานทรัพยากรอาหารของชุมชน, เครือข่ายทางสังคมบทคัดย่อ
บทความเรื่องนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาว่า ชุมชนมีแนวทางการจัดการป่าต้นน้ำอย่างไรจนนำ ไปสู่ความยั่งยืนของฐานทรัพยากรอาหาร โดยเลือกศึกษาพื้นที่ป่าต้นน้ำภูน้ำดั้น บ้านห้วยปลาฝา อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่มีพัฒนาการการจัดการป่าต้นน้ำมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นปัญหาของพื้นที่ป่าต้นน้ำภูน้ำดั้นที่ต้องเผชิญกับการสัมปทานป่าไม้และการขยายพื้นที่ทำ กินของชาวบ้าน ส่วนระเบียบวิธีวิจัยเป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ เน้นการลงพื้นที่ภาคสนามการสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วม สัมภาษณ์เชิงลึก สัมภาษณ์แบบกลุ่มและการระบุพันธุ์พืชและงานเอกสาร ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า แนวทางการจัดการป่าต้นน้ำเพื่อความยั่งยืนของฐานทรัพยากรอาหารของชุมชนประกอบด้วย 3 ส่วน 1. เครือข่ายทางสังคมที่เป็นพลังในการขับเคลื่อนการประเมินสถานการณ์และจัดการป่าต้นน้ำ 2. กฎเกณฑ์ของชุมชนที่มีระดับความเข้มงวดการใช้บังคับในบริบทของสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นต่างๆ กัน และ 3. ประเพณีและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ
เอกสารอ้างอิง
กุลวดี แก่นสันติสุขมงคล และคณะ, 2556. การศึกษาองค์ความรู้และวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ด้านการปรับต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
เครือข่ายเหมืองฝายลุ่มนํ้าวางตอนล่าง, 2549. รายงานการวิจัยการศึกษาแนวทางการจัดการกับปัญหาภัยแล้งโดยชุมชน. กรุงเทพฯ: โครงการวิจัยการศึกษาสภาพปัญหาการจัดการลุ่มนํ้าโดยชุมชน, สนับสนุนโดยสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มนํ้าฝาง จังหวัดเชียงใหม่, 2550. รายงานการวิจัยการศึกษาสภาพปัญหาการจัดการลุ่มน้ำฝาง. กรุงเทพฯ: โครงการวิจัยการศึกษาสภาพปัญหาการจัดการลุ่มน้ำฝาง, สนับสนุนโดยสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ปริศนา พรหมมาและมนตรี จันทวงศ์, 2541. ชุมชนท้องถิ่นกับการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ. เชียงใหม่: โครงการพัฒนาลุ่มน้ำภาคเหนือโดยองค์กรชุมชน.
เอกรินทร์ พึ่งประชา, ดารุณี โพธิ์ปลัด, และประกาย แถวอุทุม, 2555. รายงานวิจัยภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการระบบและความมั่นคงอาหารของชุมชน: กรณีศึกษาหมู่บ้านในอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย. กรุงเทพฯ: โครงการวิจัยภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการระบบและความมั่นคงอาหารของชุมชน: กรณีศึกษาหมู่บ้านในอําเภอด่านซ้าย, สนับสนุนโดยสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เอกรินทร์ พึ่งประชา และคณะ, 2557. รายงานวิจัยการพัฒนาฐานทรัพยากรอาหารในภาวะเปราะบางเพื่อความมั่นคงทางอาหารของชุมชน. กรุงเทพฯ: โครงการวิจัยการพัฒนาฐานทรัพยากรอาหารในภาวะเปราะบางเพื่อความมั่นคงทางอาหารของชุมชน, สนับสนุนโดยสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เอกรินทร์ พึ่งประชา และคณะ, 2559. รายงานวิจัยการจัดการลุ่มน้ำหมันโดยเครือข่ายทางสังคมเพื่อความมั่นคงทางอาหารของชุมชน. กรุงเทพฯ: โครงการการจัดการลุ่มน้ำหมันโดยเครือข่ายทางสังคมเพื่อความมั่นคงทางอาหารของชุมชน, สนับสนุนโดยสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
Brooks K., 2012. Hydrology and the Management of the Watersheds. NY: Wiley-Blackwell.
Brosius, J. Peter, Anna L.T., and Charles Z., 2005. Communities and Conservation: Histories and Politics of Community-Based Natural Resource Management. MD: Altamira Press.
Charles R.M., 2006. “Ecological Knowledge, Subsistence, and Livelihood Practice: The Case of the Pine Mushroom Harvest in Northwestern British Columbia. In Charles R.M. (Ed.), Traditional Ecological knowledge and Natural Resource Management (pp. 87-106). Lincoln: University of Nebraska Press.
Folke B., 2008. “Community Conserved Areas: Policy Issues, Historic and Contemporary Context.” Conservation Letters 253 (3): 1-6.
Kimberly L.B., 2006. “As It Was in the Past.” In Charles R.M. (Ed.), Traditional Ecological knowledge and Natural Resource Management(pp. 47-64).Lincoln: University of Nebraska Press.
Peter B.J., Anna L.T., & Charles Z., 2005. Communities and Conservation: Histories and Politics of Community-Based Natural Resource Management. MD: Altamira Press.
Shashi L.K. & John Kerr, 2002. “Mainstreaming Participatory Watershed Development.”Economic and Political Weekly 37 (3): 225-242.
William F. R. & Adel Shimohamandi, 2000.Agricultural Nonpoint Source Pollution: Watershed Management and Hydrology. LA: CRC Press.
ดาวน์โหลด
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้เป็นผลงานของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว และ/หรือเป็นผลงานของข้าพเจ้าและผู้ร่วมงาน ตามชื่อที่ระบุในบทความจริง และเป็นผลงานที่มิได้ถูกนำเสนอหรือตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน