การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันวัฒนธรรมแบบครอบคลุมของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ของวัฒนธรรมแบบครอบคลุมของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ 2) ตรวจสอบความสอดคล้องกลมกลืนของโมเดลองค์ประกอบและตัวบ่งชี้วัฒนธรรมแบบครอบคลุมของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ กับข้อมูลเชิงประจักษ์ และ 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาวัฒนธรรมแบบครอบคลุมของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารและครูโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ จำนวน 240 คน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามสัดส่วนต่อจำนวนพารามิเตอร์ ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) ตามขนาดโรงเรียนและสหวิทยาเขตให้ครอบคลุมทุกโรงเรียนตามสัดส่วนประชากร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นด้วยสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.946 และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเพื่อเสนอแนวทางในการพัฒนาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้วัฒนธรรมแบบครอบคลุม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติอ้างอิงโดยใช้โปรแกรมสําเร็จรูป Mplus 7.0 ในการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ผลการวิจัย พบว่า วัฒนธรรมแบบครอบคลุมของโรงเรียนประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ภาวะผู้นำแบบครอบคลุม 2) วิสัยทัศน์รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร 3) การมีค่านิยมร่วม และ 4) วิถีการทำงานเป็นทีม โดยแต่ละองค์ประกอบมี 3 ตัวบ่งชี้ รวมทั้งหมด 12 ตัวบ่งชี้ ผลตรวจสอบความสอดคล้องกลมกลืนของโมเดลองค์ประกอบและตัวบ่งชี้วัฒนธรรมแบบครอบคลุมของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยดัชนีกลมกลืนของโมเดลองค์ประกอบและตัวบ่งชี้วัฒนธรรมแบบครอบคลุมเป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด เมื่อพิจารณาค่าไคว์สแคว์ เท่ากับ 10.387 ค่าองศาอิสระ (df) เท่ากับ 27 ค่านัยสำคัญทางสถิติ (P-Value) เท่ากับ 0.9983 แสดงว่า ไคว์สแคว์ ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ค่าความคลาดเคลื่อนในการประมาณพารามิเตอร์ (RMSEA) เท่ากับ 0.000 ค่าดัชนีรากที่สองกำลังสองเฉลี่ย (SRMR) เท่ากับ 0.008 ค่าดัชนีวัดความสอดคล้องเปรียบเทียบ (CFI) เท่ากับ 1.000 ค่าดัชนีตรวจสอบความกลมกลืน (TLI) เท่ากับ 1.019 แสดงว่า โมเดลการวิจัยมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และได้แนวทางการพัฒนาวัฒนธรรมแบบครอบคลุมของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ จำนวน 4 แนวทาง ได้แก่ 1) ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำแบบครอบคลุม เข้าถึงได้ มีความยืดหยุ่นในการบริหารงาน เปิดรับและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ 2) ผู้บริหารวิสัยทัศน์ต้องมีแบบปรับเปลี่ยน รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 3) ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญกับทุกคนในองค์การ ให้ความเท่าเทียมและความจริงใจกับทุกคน และ 4) ผู้บริหารต้องส่งเสริมให้คนในองค์การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ มีเป้าหมายในการทำงานร่วมกัน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ประกฤติยา ทักษิโณ. (2559). เอกสารประกอบการอบรมการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม LISREL และ M-Plus. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ. (2568). แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปี 2566-2570.
สุกัญญา ล่ำสัน. (2565). วัฒนธรรมองค์การที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร]. SNRU e-Thesis. https://gsmis.snru.ac.th/e-thesis/thesis_detail?r=63421229128
Adams, D., Mohamed, A., Moosa, V., Shareefa, M., & Tan, K. L. (2025). Toward effective inclusive practices: Dynamics among inclusive school leadership, teacher academic optimism, and teacher collaboration. International Journal of Inclusive Education, 71(6), 867–878. https://doi.org/10.1080/20473869.2025.2479746
Boychuk, Y., Kazachiner, O., & Khliebnikova, T. (2021). Managing teacher’s inclusive culture development. Amazonia Investiga, 10(44), 207–219. https://doi.org/10.34069/AI/2021.44.08.20
Carrington, S., & Elkins, J. (2002). Bridging the gap between inclusive policy and inclusive culture in secondary schools. Support for Learning, 17(2), 51–57. https://doi.org/10.1111/1467-9604.00236
Deguara, A., Lament, J., Shaughnessy, T. J., & O’Toole, L. (2025). Inclusive school culture. In Inclusive education handbook. https://book.all-means-all.education/ama-2025-en/chapter/inclusive-school-culture/
Dessel, A. (2010). Prejudice reduction in educational settings: A review of the literature. Journal of School Violence, 9(4), 355–374. https://doi.org/10.1080/15388220.2010.509062
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2010). Multivariate data analysis (7th ed.). Pearson.
Isnaini, I., Melisa, M., Rusdinal, R., & Gistituati, N. (2021). Principal's efforts to change in schools: A case study in Indonesia. Journal of Social and Humanities Education, 1(4), 241–251. https://doi.org/10.35912/jshe.v1i4.570
Kumar, S. (2017). Inclusive education: Culture, principles, policies, and practices: A literature review (overview essay). Journal of Exceptional People, 2(11), 41–57.
McKnight, K., & Glennie, E. (2019). Are you ready for this? Preparing for school change by assessing readiness. RTI Press. https://doi.org/10.3768/rtipress.2019.pb.0020.1903
OECD. (2021). OECD economic outlook (Vol. 2021, Issue 1, No. 109). https://www.oecd.org/content/dam/oecd/en/publications/reports/2021/05/oecd-economic-outlook-volume-2021-issue-1_88e062cf/edfbca02-en.pdf
Parrish, D. W. (2018). An action research study: Inclusive culture formation in a new high school [Doctoral dissertation, College of William & Mary]. W&M ScholarWorks.
Randel, A. E., Galvin, B. M., Shore, L. M., Ehrhart, K. H., Chung, B. G., Dean, M. A., & Kedharnath, U. (2018). Inclusive leadership: Realizing positive outcomes through belongingness and being valued for uniqueness. Human Resource Management Review, 28(2), 190–203. https://doi.org/10.1016/j.hrmr.2017.07.002
Schein, E. H., & Schein, P. A. (2017). Organizational culture and leadership (5th ed.). John Wiley & Sons.
Shore, L. M., Cleveland, J. N., & Sanchez, D. (2018). Inclusive workplaces: A review and model. Human Resource Management Review, 28(2), 176–189. https://doi.org/10.1016/j.hrmr.2017.07.003
World Economic Forum. (2020). The future of jobs report 2020.
Yousefi, M., Wang, Q., & Mullick, J. (2025). Confidence in connection: Teacher collaboration as the strongest predictor of inclusive practices in Chinese schools. SAGE Open, 15(3). https://doi.org/10.1177/21582440251364614
