ความยั่งยืนของอาชีพเกษตรกร ในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความยั่งยืนของอาชีพเกษตรกรและวิเคราะห์ระดับความยั่งยืน
ในระดับครัวเรือน และตำบล พื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสม
ในการวางแผนพัฒนาเกษตรกรเจ้าของพื้นที่เดิมให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืนภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเก็บข้อมูลจากการประชุมกลุ่ม แบบสัมภาษณ์ จากเกษตรกรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผลการวิจัยความยั่งยืนของอาชีพเกษตรกรในระดับครัวเรือนพบว่า เกือบทุกครัวเรือนมีคะแนนรวมอยู่ในช่วงความยั่งยืนอย่างมีเงื่อนไข (ร้อยละ 95) มีครัวเรือนที่มีความยั่งยืน (ร้อยละ 2.5) และครัวเรือนที่ไม่มีความยั่งยืน (ร้อยละ 2.5) ในระดับตำบลจากค่าศักยภาพความยั่งยืน 50.67 สรุปได้ว่า เกษตรกรในตำบลคลองมะเดื่อยังไม่มีความยั่งยืนในอาชีพเกษตรกร ซึ่งเมื่อพิจารณาตัวชี้วัดพบว่า ตัวชี้วัดที่ส่งผลต่อความยั่งยืนมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ แรงงานในครัวเรือน การเข้าอบรมด้านเกษตร และปัญหาน้ำเสีย ซึ่งจากผลการวิจัย
มีข้อเสนอแนะแนวทางให้เกษตรกรนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและทดแทนแรงงานภาคเกษตรที่มีแนวโน้มการขาดแคลนสูงขึ้น ทั้งนี้ในส่วนของการจัดฝึกอบรม
ให้ความรู้ หน่วยงานของรัฐควรเข้ามามีบทบาทในการฝึกอบรมให้มากขึ้น โดยเน้นหลักสูตรเกี่ยวกับการลดต้นทุนการผลิตและการเพิ่มผลผลิต ในขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมควรมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และกำกับคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามค่ามาตรฐานที่กำหนด
Article Details
นโยบายการพิจารณากลั่นกรองบทความ
- บทความวิจัยและบทความวิชาการทุกเรื่องที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน/บทความ
- บทความ ข้อความ ภาพประกอบและตารางประกอบที่ลงตีพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความที่จะได้รับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารฉบับอื่น หากตรวจสอบพบว่ามีการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว
- บทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่าได้มีการลอกเลียนหรือแอบอ้างโดยปราศจากการอ้างอิง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานของผู้เขียน กรุณาแจ้งให้กองบรรณาธิการวารสารทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง
เอกสารอ้างอิง
2. Department of Environmental Quality Promotion (2011). To survey and study of water quality and to find the way to manage wastewater of Wat Lumpaya floating market. Bangkok : Ministry of Natural Resources and Environment. (In Thai)
3. NaRanong, A. (2015). Toward a Less Chemically-Dependent Agriculture: A Study on Some Farmer Groups in the Chanthaburi and Pathum Thani Provinces. Journal of Public and Private Management, 23(2), 93-118. (In Thai)
4. Payutto, P. (1996). Sustainable Development. 1 st ed. Bangkok: Sahadhammika Co.,LTD. Publishing House. (In Thai).
5. Praneetvatakul, S. and Sirijinda, A. (2003). Sustainable Agricultural Systems Planning on
Highland Area of Northern Thailand. Bangkok : Kasetsart University. (In Thai)
6. The Office of Samut Sakhon Province. (2016). 4 Years Plan of Samut Sakhon Province (2017 – 2020). Retrieved March 25, 2017, from http://www.samutsakhon.go.th/document/plan%20sk.pdf. (In Thai)
7. Tansri, K. (2014). Labor and the change of Thai agriculture. Retrieved March 25, 2017, from https://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/NorthEastern/DocLib_Research/04-Labor%20with%20Agri%20Changing.pdf. (In Thai).
8. Wattayo, W. (1997). Guidelines for community development planning process by the method of public participation : a case study of Chao-Chet Sanitary District,
Phra Nakhon Si Ayutthaya Province. Master of Urban and Regional Planning
(Urban Planning). Chulalongkorn University (In Thai).