สุ จิ ปุ ลิ: การพัฒนาสมรรถนะภาษาอังกฤษของนักศึกษาปฏิบัติการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

ผู้แต่ง

  • ชนมกร ประไกร คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
  • รักษ์ทวี เถาโต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
  • มงคล สารินทร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

การพัฒนาสมรรถนะภาษาอังกฤษ, นักศึกษาปฏิบัติการสอน, สุ จิ ปุ ลิ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาสมรรถนะภาษาอังกฤษของนักศึกษาปฏิบัติการสอนโดยใช้หลัก สุ จิ ปุ ลิ ตามเกณฑ์ 75/75 2) ศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในด้านสมรรถนะภาษาอังกฤษโดยใช้หลัก สุ จิ ปุ ลิ ของนักศึกษาปฏิบัติการสอน ระหว่างก่อนและหลังเรียน 3) ศึกษาระดับความพึงพอใจต่อการพัฒนาสมรรถนะภาษาอังกฤษของนักศึกษาปฏิบัติการสอนโดยใช้หลัก สุ จิ ปุ ลิ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่กำลังศึกษาประจำปีการศึกษา 2566 จำนวน 69 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ชุดแบบฝึกการพัฒนาสมรรถนะภาษาอังกฤษ แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ ใช้สถิติที่หลากหลายในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและค่าร้อยละ t-test ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) รวมถึงการวิเคราะห์ความเชื่อมั่น และการทดสอบความยากง่าย และค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบ

ผลการวิจัยพบว่า

  1. ชุดฝึกสมรรถนะภาษาอังกฤษโดยใช้หลัก สุ จิ ปุ ลิ สำหรับนักศึกษาปฏิบัติการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย มีประสิทธิภาพโดยรวมเท่ากับ 76.7/79.30 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 75/75
  2. การศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในด้านสมรรถนะภาษาอังกฤษโดยใช้หลัก สุ จิ ปุ ลิ ของนักศึกษาปฏิบัติการสอน ระหว่างก่อนและหลังเรียน พบว่า มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ (𝑥̅ = 76.88, S.D.= 11.98) คะแนน สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ (𝑥̅ = 67.32, S.D.= 10.96) คะแนน โดยเมื่อเปรียบเทียบเทียบด้วย ค่า t-test มีค่าเท่ากับ 13.707 แสดงให้เห็นว่าคะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  3. นักศึกษามีความพึงพอใจในระดับมากต่อการพัฒนาสมรรถนะภาษาอังกฤษ โดยมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจเท่ากับ 3.94 (𝑥̅ = 3.94, S.D. = 0.58)

เอกสารอ้างอิง

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. (2558). ราชดำรัสเรื่องการศึกษาในประเทศไทย. สำนักพระราชวัง.

ชยาพล ชมชัยยา, ศิรินยา พิพัฒน์ศรีสวัสดิ์, และณัฐพร โอวาทนุพัฒน์. (2565). การพัฒนาการสื่อสารภาษาอังกฤษโดยใช้การเรียนรู้ด้วยตนเอง. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 14 (1), 347-361. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pimjournal/article/view/253455

ณัชชา อ่อนสัมพันธุ์. (2563). ผลการจัดการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานที่มีต่อทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 11 (1), 34–50. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EdAd/article/view/241645

นฤพนธ์จิรกุล สุดคนึง และไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2561). รูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยใช้การเรียนรู้จากสถานการณ์เสมือนจริงเพื่อเสริมสร้างความสามารถทางภาษาอังกฤษและการรับรู้ความสามารถของตนเองของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารสุทธิปริทัศน์, 32(ฉบับพิเศษ), 195-206. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/DPUSuthiparithatJournal/article/view/243304

ปัทมา ยิ้มสกุล. (2564). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาครู คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี โดยการใช้วิธี Micro Teaching และการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, 15(2), 11–21. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journaldru/article/view/253782

พรจิรา เสือประดิษฐ. (2561). การใช้ สุ จิ ปุ ลิ เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์วิชาภาษาไทยในสาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

พาฝัน ธนากูรเมธา. (2560). ทักษะการสอนภาษาอังกฤษในศตวรรษที่ 21 โดยใช้หลัก สุ.จิ.ปุ.ลิ. วารสารสิรินธรปริทรรศน์, 18(1), 26-34. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jsrc/article/view/209920

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). สภาวะการศึกษาไทยปี 2559/2560: แนวทางการปฏิรูปการศึกษาไทยเพื่อก้าวสู่ยุค Thailand 4.0. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

Bentley, K. (2010). The TKT course CLIL module. Cambridge University Press.

Bruner, J. S. (1960). The process of education. Harvard University Press.

Coyle, D., Hood, P., & Marsh, D. (2010). CLIL: Content and language integrated learning. Cambridge University Press.

Creswell, J. W. (2018). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods approaches (5th ed.). Sage Publications.

Crystal, D. (2018). English as a global language (3rd ed.). Cambridge University Press.

Harmer, J. (2007). The practice of English language teaching (4th ed.). Longman.

Kim, J. E., Park, H., Jang, M., & Nam, H. (2017). Exploring flipped classroom effects on second language learners’ cognitive processing. Foreign Language Annals, 50(2), 260–284.

Kumaravadivelu, B. (2006). Understanding language teaching: From method to postmethod. Lawrence Erlbaum Associates.

Lasagabaster, D., & Sierra, J. M. (2009). Language attitudes in CLIL and traditional EFL classes. International CLIL Research Journal, 1(2), 4–17.

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 5–55.

Prapphal, K. (2000). Learner-centered approaches to English language teaching. Journal of Language Education, 12(1), 24–35.

Richards, J. C., & Rodgers, T. S. (2014). Approaches and methods in language teaching (3rd ed.). Cambridge University Press.

Schön, D. A. (1983). The reflective practitioner: How professionals think in action. Basic Books.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

ประไกร ช. ., เถาโต ร. ., & สารินทร์ ม. (2025). สุ จิ ปุ ลิ: การพัฒนาสมรรถนะภาษาอังกฤษของนักศึกษาปฏิบัติการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย. มมร ล้านนาวิชาการ, 14(1), 66–78. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/mbulncjournal/article/view/279663

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย