Development of Learning Achievement on Physical Science about the States of Matter using Inquiry-based Learning Technique (5E) for Prathomsuksa 4 Students in School Wangchan Education School Network under Rayong Primary Educational Service Area Office 2
Keywords:
Inquiry-based learning, Prathomsuksa 4 student, Learning achievement, Content physical scienceAbstract
The objectives of this research were: 1) to develop learning achievement on physical science on the topic of states of matter by using inquiry-based learning technique (5E) to be according to the criteria of 80 percent 2) to determine learning progress of student 3) to compare academic achievement between student using the inquiry-based learning technique (5E) and those using the conventional method 4) to compare student satisfaction between the inquiry-based learning technique (5E) and the conventional learning method. The sample group consisted of 4th grade students from Ban Chumsaeng School, Chumsaeng Subdistrict, Wang Chan District, Rayong Province, who were studying in the second semester of the academic year 2024, consisting of 2 classrooms, 30 students per classroom, mixed and using a simple random sampling method. The research instruments consisted of 1) physical science study set 2) learning management plan 3) an achievement test 4) assessment of students' satisfaction data analysis methods included percentage, mean, Standard Deviation and t-test.
The results of this research found that:
- Learning achievement after learning technique (5E) exceeded the standard criterion of 80 percent, with a statistical result of 81.67 percent
- Educational learning progress showed a high level of 70.00
- Students who learned using the inquiry-based learning technique (5E) achieved significantly higher scores than those who learned through conventional methods, with statistical significance at the 0.01 level
- Student satisfaction with the inquiry-based learning technique (5E) was significantly higher than with the con with the conventional learning method, also at 0.01 level.
References
กนกพร ปรีชาปัญญากุล. (2562). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสืบเสาะหาความรู้ (5E). โรงเรียนบ้านคลองนามิตรภาพที่ 201 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 1.
จิตรสังวร ดิษฐประสพ, อภิชญา จันทร์พวง, ณรงค์ฤทธิ์ อินทนาม, และวรรณภา โคตรพันธ์. (2564). การวิจัยเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ด้านทักษะการวัดโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5ET+) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนเทศบาล 5 ชุมชนก้านเหลือง สังกัดเทศบาลนครอุบลราชธานี. วารสารครุทรรศน์, 1(1), 19-32. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JER/article/view/250531
ชาตรี ฝ่ายคำตา. (2551). แนวคิดทางเลือกของนักเรียนในวิชาเคมี. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, 19(2), 10-28.
เทวันณ์ ขันเนียง. (2560). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะ 5 ขั้น ประกอบหนังสือส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง พลังงานไฟฟ้าของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 4 (วัดมหาธาตุวรวิหาร) สังกัดเทศบาลเมืองราชบุรี อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 9(2), 70-83. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/65322
ธนาดล สมบูรณ์. (2564). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง เครื่องกลอย่างง่าย โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5Es) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 8(3), 36-47. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDMCU/article/view/249097
พันธ์ ทองชุมนุม. (2547). การสอนวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา. โอเดียนสโตร์.
ยุพา วีระไวทยะ และปรีชา นพคุณ. (2562). การสอนวิทยาศาสตร์แบบมืออาชีพ. มูลนิธิสดศรีสฤษดิ์วงศ์
เยาวนิตย์ อรัญญวาส, ปิยะธิดา ปัญญา, และอรัญ ซุยกระเดื่อง. (2563). การพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะการประเมินผลการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สำหรับครูวิทยาศาสตร์. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 8(3), 1110-1124. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/journal-peace/article/view/236985
ศศิธร เวียงวะลัย. (2556). การจัดการเรียนรู้ . โอเดียนสโตร์.
ศิริวรรณ ฉัตรมณีรุ่งเจริญ และพัชริตา บุญธรรม. (2567). การพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาในรายวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 18(1), 138-152. https://so09.tci-thaijo.org/index.php/JOEMSU/article/view/3269
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2561). คู่มือการใช้หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ วิชาเคมี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2562). การจัดการเรียนรู้กลุ่มวิทยาศาสตร์หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (พิมพ์ครั้งที่ 2). โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
อับดุลเลาะ อูมาร์, ณัฐินี โมพันธุ์, อาฟีฟี ลาเต๊ะ, และอุสมาน สารี. (2562). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) เรื่องสมดุลเคมี ที่มีต่อแบบจำลองทางความคิด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, 30(1), 182-194. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/edupsu/article/view/186899
Bybee, R., & Landes, N. M. (1990). Science for life & living: An elementary school science program from biological sciences curriculum study. The American Biology Teacher, 52(2), 92-98. https://doi.org/10.2307/4449042
Good, C. V. (1973). Dictionary for education (3rd ed.). McGraw-Hill.
Nagalski, J. L. (1980). Why inquiry must hold its ground. The Science Teacher, 47(4), 26-27.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2025 Academic Journal of MBU Lanna

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านหากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ล่ะท่านจะรับผิดชอบบทความองตนเองแต่เพียงผู้เดียว