การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วยอัตลักษณ์ชุมชนญวนคาทอลิก อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจองค์ประกอบอัตลักษณ์ชุมชนญวนคาทอลิก 2) พัฒนาและออกแบบเส้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วยอัตลักษณ์ชุมชนญวนคาทอลิก อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก และ 3) ประเมินผลเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วยอัตลักษณ์ชุมชนญวนคาทอลิก อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้วิธีสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ นักวิชาการ ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ข้อมูลที่ได้ถูกตรวจสอบความสมบูรณ์ วิเคราะห์เนื้อหา และตีความตามประเด็นหลักเพื่อนำเสนอผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย
ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการสำรวจอัตลักษณ์ชุมชนญวนคาทอลิก อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก พบว่า ชุมชนไทยเชื้อสายเวียดนามคาทอลิกในอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก มีรากฐานมาจากชาวญวนในกรุงเทพฯ ย่านสามเสน ซึ่งบรรพบุรุษอพยพเข้ามาเป็นทหารสยามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 3 ชาวญวนอาศัยอยู่ร่วมกับชาวเขมรที่นับถือศาสนาคริสต์เช่นกัน เมื่อประชากรหนาแน่นขึ้น ชาวญวนได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในองครักษ์ประมาณ พ.ศ. 2446 เพื่อทำการเกษตรและประมงน้ำจืด โดยมีตระกูลเหวียงเป็นผู้นำชุมชน ในช่วงสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ชุมชนได้เปลี่ยนนามสกุลเป็นภาษาไทย เช่น ทองเหวียง และฉันทะวิริยะกุล เพื่อสอดคล้องกับนโยบายชาตินิยม ในช่วงแรกชาวญวนใช้บ้านของสมาชิกเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา จนเมื่อชุมชนเติบโตและมีความพร้อมจึงร่วมกันสร้างโบสถ์คาทอลิกชื่อ “วัดพระผู้ไถ่เสาวภา” เพื่อเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและชุมชน ชาวญวนยังคงรักษาภาษาเวียดนามในการสื่อสาร มีทุนทางสังคมทั้งทุนมนุษย์ ทุนสมาพันธ์ และเครือข่ายชุมชน อาหารพื้นบ้านที่ยังทำรับประทาน เช่น ม้ำต๋อย ไก่เอื้อก หมูเอื้อก ปลาเอื้อก ก๊าจ๋า บั้นแต๊ก บั้นดุ๊ก บัวลอยญวน และน้ำจิ้มสูตรญวน ส่วนประเพณีที่สำคัญของชุมชน ได้แก่ การฉลองโบสถ์ คริสต์มาส ตรุษจีน สงกรานต์ และการลงแขก สถานที่สำคัญของชุมชน ได้แก่ โบสถ์ สุสาน และพิพิธภัณฑ์ของโบสถ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมเวียดนามและวิถีชีวิตไทยอย่างชัดเจน
2. เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วยอัตลักษณ์ชุมชนญวนคาทอลิก อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญพบเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงชุมชนญวน ดังนี้ จุดที่ 1 ได้แก่ โบสถ์วัดพระผู้ไถ่เสาวภา จุดที่ 2 ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ภายในวัด จุดที่ 3 ได้แก่ ตลาด 100 ปี และจุดที่ 4 ได้แก่ ศาลเจ้าพ่อองครักษ์
3. การประเมินผลเส้นทางการท่องเที่ยวและการปรับรายละเอียดของแหล่งท่องเที่ยวจากการจัดเวทีกลุ่มผ่านการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชนญวนคาทอลิก พบว่า ควรปรับปรุงที่จอดรถและการออกแบบตลาด 100 ปี เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น การศึกษา และภาคเอกชน
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Chulalongkorn University, Intellectual Property Institute. (2562). A study of approaches to promoting intellectual property in the tourism industry. Chulalongkorn University Intellectual Property Institute. [In Thai]
Deeprom, N. & Lertphuttharak, S. (2021). Cultural tourism management: A case study of Nakhon Nayok Province. Burapha Business Review Journal, 16(2), 1-14. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/GSC/article/view/244920 [In Thai]
Buhalis, D. (2020). Technology in tourism—from information communication technologies to eTourism and smart tourism towards ambient intelligence tourism: A perspective article. Tourism Review, 75(1), 267–272. https://doi.org/10.1108/TR-06-2019-0258
Howard, P. J. (2006). Tourism development in ethnic areas of Southern China [Doctoral dissertation, Griffith University]. https://doi.org/10.25904/1912/1187
Khamwan, S. (2019). Constructing a contractual nationalism: A case study of the Viet Kieu community in Nakhon Phanom [Doctoral dissertation, Naresuan University]. https://harrt.in.th/handle/123456789/7560 [In Thai]
Piwphong, W. (2021). From displaced people to “Vietnamese refugees”: Lives of the Vietnamese in the upper northeast Thailand, 1945–1976 [Master's thesis, Chulalongkorn University]. Chulalongkorn University Theses and Dissertations. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2021.737 [In Thai]
Pongtratik, C., Nimnatipun, S., & Malarat, A. (2021). Development of cultural tourism strategies in Prachuap Khiri Khan Province. MCU Journal of Buddhist Wisdom Review, 6(3), 77–91. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jmbr/article/view/256405 [In Thai]
Richards, G. (2010). Increasing the attractiveness of places through cultural resources. Tourism Culture & Communication, 10(1), 47-58. https://doi.org/10.3727/109830410X12629765735678
Schrock, J. (1970). Minority groups in Thailand. Headquaters Department of the Army.
Solima, L., & Minguzzi, A. (2014). Territorial development through cultural tourism and creative activities. Mondes du Tourisme, (10), 6-16. https://doi.org/10.4000/tourisme.366
Um, S., & Crompton, J. L. (1990). Attitude determinants in tourism destination choice. Annals of Tourism Research, 17(3), 432-448. https://doi.org/10.1016/0160-7383(90)90008-F
Wattanasan, P., Muangkaew, C., Pibool, S., & Plianplan, R. (2022). The identity of Thai people of Vietnamese descent who are Roman Catholic: A case study of Saowapa Phongsri Community, Ongkharak District, Nakhon Nayok Province, Thailand. Journal of Positive School Psychology, 6(6), 10721–10729. https://journalppw.com/index.php/jpsp/article/view/7352 [In Thai]
Wongwichian, W. (2008). The lifestyle changes of the Catholic Vietnamese Thais: A case study of a Vietnamese village in Ongkharak District, Nakhon Nayok Province (Master's thesis, Mahasarakham University). [In Thai]