การพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ของชุมชนสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาความต้องการในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ ชุมชนสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2) เพื่อสร้างชุดการฝึกอบรมทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ตามบริบทของชุมชนสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3) เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ในชุมชนสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 4) ศึกษาความพึงพอใจในการจัดฝึกอบรมพัฒนาการสื่อสารภาษาอังกฤษด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ในชุมชนสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มเป้าหมายที่เป็นตัวแทนในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทางการท่องเที่ยววิถีใหม่ในชุมชนสำเภาล่ม จำนวน 30 คน โดยคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ผู้บริหาร ผู้นำชุมชนระดับปฏิบัติการ ข้าราชการครู ผู้นำศาสนา ปราชญ์ชุมชน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่วิจัย โดยจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ในชุมชน เครื่องมือในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามสำรวจความต้องการการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ชุมชนสำเภาล่ม ชุดฝึกอบรม แบบทดสอบเพื่อวัดความสามารถก่อนและหลังการอบรม และแบบประเมินความพึงพอใจในการฝึกอบรมพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ในชุมชนสถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า t-test และค่าประสิทธิภาพของการอบรม ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุมชนสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความต้องการในการพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ในหัวข้อ การต้อนรับนักท่องเที่ยว การเดินทางท่องเที่ยวในชุมชน ผลิตภัณฑ์ของฝากในชุมชน แหล่งท่องเที่ยวในชุมชน และประวัติศาสตร์ในชุมชน 2) ชุมชนสำเภาล่มได้ชุดการฝึกอบรมทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ ด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ ที่สะท้อนให้เห็นถึงบริบทของชุมชนอย่างแท้จริง และมีการหาค่าประสิทธิภาพ E1/E2 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 76.56 / 78.89 3) พัฒนาการของผู้เข้ารับการอบรมหลังการอบรมสูงกว่า ก่อนการอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 4) ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจต่อการอบรมจากการใช้ชุดฝึกอบรมชุดนี้อยู่ในระดับมาก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
อยู่ระหว่างการปรับปรุง (ลิขสิทธิ์และการรับผิดชอบ)
เอกสารอ้างอิง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2566). การท่องเที่ยววิถีใหม่ (New normal tourism). http://www.tat.or.th
จุฑามาส เพ็งโคนา, เบญจมาศ ณ ทองแก้ว, อำนาจ รักษาพล, บุญศิลป์ จิตตะประพันธ์, และเทพินทร์ ภพทวี. (2559). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดชุมพร. วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่, 9(1), 38-51.
ธญวรรณ ก๋าคำ. (2562). การพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว สำหรับชุมชนกลุ่มธนบุรี กรุงเทพมหานคร. วารสารสารสนเทศ, 17(2), 61-70.
วริษา ต่างใจ, สุมิตรา เรืองพีระกุล, และธัญยธรณ์ วราพงศ์พิศาล. (2565). รูปแบบการท่องเที่ยวตามวิถีใหม่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลสุวรรณภูมิ, 4(2), 281-292.
สำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. (2566). การพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566-2570.
องค์การบริหารส่วนตำบลสำเภาล่ม. (2566). แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566-2570). http://www.samphaolom.go.th
Chambers, F. (1980). A re-evaluation of needs analysis. ESP Journal, 1(1), 25-33.
Hutchinson, T., & Waters, A. (1987). English for specific purposes: A learning-centered approach. Cambridge University Press.
Nation, I. S. P., & Macalister, J. (2010). Language curriculum design. Routledge.
Nurhalimah, N., & Jannah, R. N. (2022). Developing English for tourism and hospitality material based on Banjuwangi local needs. Journal of Social Humanities, 15, 41-51.
Pongprairat, R. (2020). Developing English communication skills of local youth guides to increase tourism potentials of Ban Pong Manao archaeological site, Lop Buri province. Journal of Community Development Research (Humanities and Social Sciences), 13(2), 1-14.
Wahyuningtyas, D., Sumarno, W. K., Asih, R. A., Endriana, F., Windiarti, K. R., Mafruudloh, N. (2022). An analysis of the English speaking and writing skill level of tour guides in Trenggalek’s tourist villages. Journal of English Language and Pedagogy, 5(2), 293-303.