การพัฒนาผลสัมฤทธิ์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ โดยจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (5E) ร่วมกับการใช้เพลงประกอบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1). เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการคูณของนักเรียนก่อนและหลังการจัดจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (5E) ร่วมกับการใช้เพลงประกอบ 2). เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนหลังการสอนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (5E) ร่วมกับการใช้เพลงประกอบ ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 138 คน โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมปีที่ 2 ห้อง 5 โรงเรียนอนุบาลศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มี 3 ประเภท ประกอบด้วย 1). แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณ ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้วิธีการสอนโดยการใช้เพลงร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (5E) จำนวน 2 เพลง จำนวนแผน 5 แผน รวม 20 ชั่วโมง เพลงที่ใช้สอนประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นเพลงที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของแผนจัดการเรียนรู้แต่ละแผน ซึ่งผู้วิจัย แต่งเองเป็นเพลงสั้น ๆ เหมาะสมกับระดับของผู้เรียน ทำนองสนุกสนาน ความยาวเพลงประมาณ 4 นาที คำนวณหาค่า IOC อยู่ในช่วง 0.6-1.0 และได้ค่าเฉลี่ยของค่า IOC ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน เท่ากับ เท่ากับ 0.8 2). แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การคูณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เป็นแบบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ หาค่าเฉลี่ยความยากง่ายเท่ากับ 0.50 ค่าเฉลี่ยอำนาจจำแนกเท่ากับ 0.46 และค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.90 3). แบบวัดความพึงพอใจในการเรียนคณิตศาสตร์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง จำนวน 1 ฉบับ จำนวน 10 ข้อ ซึ่งเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ คำนวณหาค่า IOC อยู่ในช่วง 0.60-1.00 ได้ค่าเฉลี่ยของค่า IOC ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน เท่ากับ เท่ากับ 0.80 และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ การแจกแจงความถี่ หาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และ การทดสอบสมมติฐานที
ผลการวิจัย พบว่า นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทั้ง 30 คน มีการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หลังจากได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (5E) ร่วมกับการใช้เพลงประกอบ เมื่อคะแนนสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ อยู่ในระดับดีมากโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.84
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความวิชาการและบทความวิจัย ตลอดจนเนื้อหาและข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความซึ่งตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความเท่านั้น
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของวิทยาลัยแสงธรรม ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนในรูปแบบใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวิทยาลัยแสงธรรม
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวิทยาลัยแสงธรรม ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและหลักสูตรแกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
เกวรินทร์ สุขเกตุ. (2550). การใช้กิจกรรมเพลงเพื่อส่งเสริมความสามารถทางการพูดภาษาอังกฤษและความรู้ด้านคำศัพท์ของนักเรียนช่วงชั้นที่ 1 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
จิรภา นุชทองม่วง. (2558). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่องการหาพื้นที่โดยใช้กระดานตะปูร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (5E) ในระดับประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสว่างวิทยา [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ทีปกา พูลทวี และ พัชราภา ตันติชูเวช. (2564). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการใช้สถานการณ์จำลอง (Simulation) เรื่องการหักเหของแสง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารศาสตร์การศึกษาและการพัฒนามนุษย์, 5(2), 52-65. https://kuojs.lib.ku.ac.th/index.php/jehds/article/view/4623
บริษัทเซ็นส์แมธ ไมนด์ จำกัด. (2557). โจทย์ปัญหา. Happy Learning Center SENSE Math ฉลาดอย่างมีรอยยิ้ม. http://www.sensemath.com
พรรณี ลีกิจวัฒนะ. (2558). วิธีการวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 3). คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง.
พวงพิศ นาไชยโย. (2550). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์เรื่องความน่าจะเป็น โดยใช้กระบวนการสืบเสาะชั้นมัธยมศึกษาปีที่ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
พิมสิริ แก้วศรีหา, วัลลภา อารีรัตน์, และ อรุณศรี อึ้งประเสริฐ. (2554). การศึกษากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะ (5E) ที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์เรื่องความน่าจะเป็นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
พิสมัย พานโฮม. (2551). ผลการใช้วิธีการสอนแบบสืบเสาะเน้นผังรูปตัววีที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
วิติยา ปิดตังนาโพธิ์. (2555). กระบวนการเรียนรู้เพื่อฝ่าวิกฤติความท้าทายในอนาคต. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 35(2), 1-6. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/49954
วิภาดา รีรมย์, พิสมัย ศรีอำไพ, และ นิภาพร ชุติมันต์. (2554). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องเวลา ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และความรู้สึกเชิงจำนวน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบปกติ. วารสารการบริหารและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 3(3), 98-110. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/admin_develop_journal/article/view/12179
สิริกุล อินพานิช. (2550). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ตามปกติ เรื่องความน่าจะเป็น [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สุจินต์ วิศวธีรานนท์. (2556). การจัดการสภาพแวดล้อมในห้องเรียนและห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สุภาภรณ์ อุ้ยนอง, กฤษณะ โสขุมา, และ สมวงษ์ แปลงประสพโชค. (2564). การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ 5 ขั้น ที่ส่งเสริมความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ เรื่อง พีระมิด กรวย และทรงกลม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร.
Gardner, H. (1993). Frames of mind: The theory of multiple intelligences. Basic Books.