การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียนเอกชนคาทอลิก จังหวัดนครราชสีมา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนเอกชนคาทอลิก จังหวัดนครราชสีมา 2) ศึกษาการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียนเอกชนคาทอลิก จังหวัดนครราชสีมา 3) ศึกษาความสัมพันธ์ของการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียนเอกชนคาทอลิก จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษา และ ครู จำนวน 242 คน โดยใช้สูตรการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีของเครซี่และมอร์แกน แล้วจึงทำการเลือกโดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย ตามขนาดของโรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.98 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ เพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียนเอกชนคาทอลิก จังหวัดนครราชสีมา โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก
2) การทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียนเอกชนคาทอลิก จังหวัดนครราชสีมา โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก 3) ความสัมพันธ์การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียนเอกชนคาทอลิก จังหวัดนครราชสีมา มีความสัมพันธ์ทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความวิชาการและบทความวิจัย ตลอดจนเนื้อหาและข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความซึ่งตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความเท่านั้น
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของวิทยาลัยแสงธรรม ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนในรูปแบบใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวิทยาลัยแสงธรรม
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวิทยาลัยแสงธรรม ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
เอกสารอ้างอิง
ธนพร ธรรมโชติ. (2555). ปัจจัยด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วมที่มีผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรมหาวิทยาลัยพะเยา [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยพะเยา.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
ประเสริฐศักดิ์ เหินไธสง. (2559). การพัฒนาระบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สำหรับโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ฝ่ายการศึกษาอบรมสังฆมณฑลนครราชสีมา. (2563). แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษากลุ่มโรงเรียน สังกัดสังฆมณฑลนครราชสีมา ฉบับที่ 2 (2563-2567). สังฆมณฑลนครราชสีมา.
สิทธิศักดิ์ เพ็ชรยิ้ม. (2563). การทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 9(34), 54-64.
อริศษรา อุ่มสิน. (2560). การศึกษาการทำงานเป็นทีมของครูผู้สอนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 17 [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Education and Psychological Measurement, 30(3), 607-609.
Romig, D. (1969). Breakthrough Teamwork: Out Standing Result Using Structured Teamwork. Irwin.
Swansburg, R. C. (1996). Management and Leadership for Nurse manager. Jones and Bartlett Publishes.