ผลของโปรแกรม Improve Preaching Skills เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจและทักษะปฏิบัติการเทศนาของผู้รับใช้รุ่นใหม่

Main Article Content

ศาสนาจารย์ ดร.ยุทธภัณฑ์ พินิจ
ว่าที่ ร.ต. ขชลธนัท รักสอน

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความรู้ความเข้าใจและทักษะปฏิบัติการเทศนาของผู้รับใช้พระเจ้ารุ่นใหม่ 2) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้ความเข้าใจและทักษะปฏิบัติการเทศนาของผู้รับใช้พระเจ้ารุ่นใหม่ก่อนและหลังการใช้โปรแกรม Improve Preaching Skills เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้รับใช้พระเจ้าจำนวน 45 คนในสังกัดสภาคริสตจักรในประเทศไทย สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทยและสหคริสตจักรแบ๊บติสต์ในประเทศไทยเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนเฉลี่ยความรู้ความเข้าใจการเทศนาของผู้รับใช้รุ่นใหม่ก่อนการเข้าร่วมโปรแกรม Improve Preaching Skills โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (equation=3.33) และหลังการเข้าร่วมโปรแกรมฯ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (equation=3.81) 2) คะแนนทักษะปฏิบัติการเทศนาของผู้รับใช้รุ่นใหม่ก่อนการเข้าร่วมโปรแกรมฯ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (equation=3.34) และหลังการเข้าร่วมโปรแกรมฯ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (equation=3.50) และ 3) หลังการเข้าร่วมโปรแกรมฯ คะแนนเฉลี่ยความรู้ความเข้าใจสูงกว่าก่อนเข้าโปรแกรมฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนคะแนนเฉลี่ยทักษะปฏิบัติการเทศนาก่อนและหลังการเข้าร่วมโปรแกรมฯ ไม่มีความแตกต่างกันทางด้านสถิติ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าโปรแกรม Improve Preaching Skills สามารถพัฒนาด้านความรู้ความเข้าใจและทักษะปฏิบัติการเทศนาของผู้รับใช้รุ่นใหม่ได้ และหากเพิ่มระยะเวลาการอบรมจะช่วยให้เกิดการทบทวนและเพิ่มเติมทักษะปฏิบัติการเทศนาได้มากขึ้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พินิจ ย., & รักสอน ข. (2026). ผลของโปรแกรม Improve Preaching Skills เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจและทักษะปฏิบัติการเทศนาของผู้รับใช้รุ่นใหม่. วารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม, 18(1), 101–115. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/scj/article/view/274998
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

พีรศักดิ์ ตั้งสุขสันต์ และ ยุทธภัณฑ์ พินิจ. (2564). ผลของการเทศนาที่มีต่อการเสริมสร้างชีวิตด้านความเชื่อในพระเจ้าของสมาชิกคริสตจักรภาคที่ 8 สังกัดมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย. ใน สาธนัญ บุณยเกียรติ (บ.ก.), รายงานสืบเนื่องการประชุมนำเสนอผลงานทางวิชาการด้านคริสต์ศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย (น. 19-35). วิทยาลัยพระคริสต์ธรรมแมคกิลวารี, มหาวิทยาลัยพายัพ.

ยุทธภัณฑ์ พินิจ, วิริยะ ทิพยวรการกูร, สิรพร วีระเศรษฐ์ศิริ, และ สาณุรักษ์ ฟ่องวาริน. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมชีวิตคริสเตียนและผลที่เกิดขึ้นในชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณตามการรับรู้ของคริสเตียนไทยในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด–19. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 8(12), 244-259.

ยุทธภัณฑ์ พินิจ. (2565). เอกสารประกอบการสอน รายวิชาการเทศนา 1 (Homiletics) [เอกสารที่ไม่ได้ตีพิมพ์]. คณะคริสตศาสนศาสตร์, มหาวิทยาลัยคริสเตียน.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2554). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔. นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์.

วิรัช เศรษฐโสภณกุล. (2551). เอกสารประกอบการสอนรายวิชาเทศนา 1 [เอกสารที่ไม่ได้ตีพิมพ์]. คณะคริสตศาสนศาสตร์, มหาวิทยาลัยคริสเตียน.

Biwul, J. K. T. (2018). Preaching the scriptures. Hippobook.

Broadus, J. A. (1979). On the Preparation and Delivery of Sermons (4th ed.). Harper One.

Chapell, B. (2014). Christ-Centered Preaching [การเทศนาที่มีพระคริสต์เป็นศูนย์กลาง] (พิมพ์ครั้งที่ 2). พระคริสตธรรมกรุงเทพฯ.

Dever, M. (2005). Nine Marks of a Healthy Church [สัญลักษณ์ของคริสตจักรที่เข้มแข็ง] (พิมพ์ครั้งที่ 2). ศูนย์ทีรันนัส.

Evans, W. (1964). How to Prepare Sermons. Moody Press.

Olyott, S. (2013). Preaching pure and simple. Bryntirion Press.

Pettry, W. E. (1997). Preaching and Teaching (2nd ed.). ICI University Press.

Robinson, H. W. (1994). Biblical Preaching [การเทศนาตามแนวพระคัมภีร์]. ศูนย์ทีรันนัส.

Stott, J., & Scharf, G. (2011). The Challenge of Preaching. Langham Creative Projects.

Warren, W., & David, W. W. (2005). 10 Power Principles for Christian Service [10 หลักการรับใช้อันทรงพลานุภาพ]. ศูนย์ทีรันนัส.