การศึกษาทัศนคติเรื่องการใช้ความรุนแรงบนสื่อสังคมออนไลน์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนพระกุมารร้อยเอ็ด
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การศึกษาทัศนคติเรื่องการใช้ความรุนแรงบนสื่อสังคมออนไลน์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนพระกุมารร้อยเอ็ด มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนพระกุมารร้อยเอ็ด 2) ศึกษาทัศนคติเรื่องการใช้ความรุนแรงบนสื่อสังคมออนไลน์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนพระกุมารร้อยเอ็ด 3) ศึกษาแนวทางป้องกันการใช้ความรุนแรงบนสื่อสังคมออนไลน์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา กลุ่มตัวอย่าง คือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 โรงเรียนพระกุมารร้อยเอ็ด จำนวน 260 คน โดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น ตามแต่ละระดับชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคือแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และประเด็นการสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1.
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนพระกุมารร้อยเอ็ด มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านแล้วพบว่า ด้านที่พบเห็นอยู่ในระดับมากคือ การใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อความบันเทิง รองลงมาคือ การใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการสื่อสาร รองลงมาคือ การใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อสืบค้น และอันดับสุดท้ายคือการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร
2.
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนพระกุมารร้อยเอ็ด มีการพบเห็นพฤติกรรมและผลกระทบเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงทั่วไปในการใช้ความรุนแรงบนสื่อออนไลน์ ภาพรวมอยู่ในระดับน้อย เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่พบในระดับปานกลาง คือการใช้ความรุนแรงบนสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ พระบัญญัติประการที่แปดและพระบัญญัติประการที่ห้า และการใช้ความรุนแรงในสังคมทั่วไป ด้านที่พบในระดับน้อย คือการใช้ความรุนแรงภายในโรงเรียนและการใช้ความรุนแรงบนสื่อสังคมออนไลน์ สำหรับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงบนสื่อสังคมออนไลน์ที่กลุ่มตัวอย่างได้รับอยู่ในระดับปานกลางและพฤติกรรมของกลุ่มตัวอย่างที่แสดงถึงความไม่เคารพนับถือชีวิตมนุษย์ อยู่ในระดับน้อย
3.
แนวทางป้องกันการใช้ความรุนแรงบนสื่อสังคมออนไลน์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนพระกุมารร้อยเอ็ด มีดังนี้
3.1 โรงเรียนควรมีการเสริมสร้างแนวความคิดและจิตสำนึกที่ดีแก่นักเรียน ให้รู้เท่าทัน การใช้สื่อสังคมออนไลน์ แยกโลกเสมือนจริงและโลกในความเป็นจริงได้อย่างชัดเจนให้นักเรียนตระหนักถึงผลเสียที่เกิดขึ้นจากการใช้ความรุนแรง มีความเข้าใจในกฎระเบียบของกระทรวงและของโรงเรียนสร้างมโนธรรมในการใช้สื่อและรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและรณรงค์เรื่องการใช้ภาษาและคำพูดที่สุภาพบนสื่อสังคมออนไลน์ ส่งเสริมการจัดกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ให้นักเรียนทดแทนการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักเรียน รวมถึงกิจกรรมที่จะทำให้นักเรียนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ดีและมีกิจกรรมเชิดชูให้รางวัลหรือกำลังใจแก่นักเรียนที่ประพฤติดีเป็นตัวอย่างแก่บุคคลรอบข้าง
3.2 ครอบครัว ผู้ปกครอง ควรมีส่วนร่วมกับทางโรงเรียนในการส่งเสริมให้นักเรียนร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ ทดแทนการใช้สื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งติดตามนักเรียนที่มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ร่วมมือกับทางโรงเรียนหาแนวทางแก้ไขและปรับปรุงพฤติกรรมของนักเรียนเหล่านั้นเป็นรายกรณี
3.3 วัดและชุมชน ควรจัดให้มีระบบดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงบนสื่อสังคมออนไลน์ จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับวัดและชุมชน เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนักถึงการ มีส่วนร่วมกับวัดและชุมชนเพื่อลดการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม พร้อมกับให้ความร่วมมือกับโรงเรียนและครอบครัว ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความวิชาการและบทความวิจัย ตลอดจนเนื้อหาและข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความซึ่งตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความเท่านั้น
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของวิทยาลัยแสงธรรม ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนในรูปแบบใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวิทยาลัยแสงธรรม
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวิทยาลัยแสงธรรม ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกคริสตศาสนธรรม. (2019). คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก. โรงพิมพ์อัสสัมชัญ.
ฉันทนา ปาปัดถา และ สภาพร ภู่เพ็ชร์. (2562). การสังเคราะห์สาเหตุผลกระทบการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ในกลุ่มวัยรุ่นไทย. ใน การประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ครั้งที่ 11 "วิถีราชมงคลขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคม" (น. 525–541). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล.
ไพรินทร์ ชลไพศาล, สุณีย์ กัลยะจิตร และ ฐาศุกร์ จันประเสริฐ. (2560). โครงการการศึกษานโยบายการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมความรุนแรงในนักเรียนอาชีวศึกษา: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.
ฟรังซิส. (2019). Christus vivit [พระคริสตเจ้าทรงพระชนม์]. โรงพิมพ์อัสสัมชัญ.
ฟรังซิส. (2020). Fratelli tutti [ทุกคนเป็นพี่น้องกัน]. มิตรพัฒนาการพิมพ์.
มูลนิธิส่งเสริมสื่อเด็กและเยาวชน. (2561). การกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์ cyberbullying. นัชชาวัตน์.
รินทร์ลภัส เกตุวีระพงศ์. (2564). พฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ การรู้เท่าทันสื่อและการตระหนักรู้การกลั่นแกล้งกันบนโลกออนไลน์ของเยาวชนในจังหวัดเชียงใหม่. พิฆเนศวร์สาร, 17(2), 143–160.
สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน. (2563, 23 สิงหาคม). เมื่อลูกถูก cyberbullying. https://www.thipbskids.com