แนวทางการใช้ดนตรีศักดิ์สิทธิ์ในพิธีบูชาขอบพระคุณเพื่อเสริมสร้างคุณธรรมทางเทววิทยาแก่คริสตชน กรณีศึกษา อาสนวิหารพระหฤทัย สังฆมณฑลเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงคุณภาพนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) คุณธรรมทางเทววิทยาที่คริสตชนได้รับการเสริมสร้างจากการมีส่วนร่วมในการขับร้องดนตรีศักดิ์สิทธิ์ในพิธีบูชาขอบพระคุณที่อาสนวิหารพระหฤทัย สังฆมณฑลเชียงใหม่ และ 2) แนวทางการใช้ดนตรีศักดิ์สิทธิ์ในพิธีบูชาขอบพระคุณเพื่อเสริมสร้างคุณธรรมทางเทววิทยาแก่คริสตชนของอาสนวิหารพระหฤทัย สังฆมณฑลเชียงใหม่
การศึกษานี้ดำเนินการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือคริสตชนผู้เข้าร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณวันอาทิตย์อย่างสม่ำเสมอ (ไม่น้อยกว่า 3 ครั้งต่อเดือน) จำนวน 18 คน และผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจงตามเกณฑ์ที่กำหนด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างที่ออกแบบเฉพาะสำหรับผู้ให้ข้อมูลและกลุ่มเชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. คุณธรรมทางเทววิทยาที่คริสตชนได้รับการเสริมสร้างจากการมีส่วนร่วมในพิธีบูชาขอบพระคุณ
ดนตรีศักดิ์สิทธิ์มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างคุณธรรมทางเทววิทยา ได้แก่ ความเชื่อ ความหวังและความรักแก่สัตบุรุษที่เข้าร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณที่อาสนวิหารพระหฤทัย สังฆมณฑลเชียงใหม่ โดยดนตรีศักดิ์สิทธิ์มีผลต่อจิตใจของสัตบุรุษในแต่ละช่วงวัยแตกต่างกันไป
กลุ่มคริสตชนที่เป็นเยาวชน มีความคิดเห็นว่า ดนตรีศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้พวกเขารู้สึกใกล้ชิดกับพระเจ้าและสามารถภาวนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ บทเพลงที่มีรากฐานจากพระคัมภีร์ช่วยให้พวกเขาเข้าใจถึงความสำคัญของความเชื่อและการพึ่งพาพระเจ้าในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ การขับร้องเพลงร่วมกันในคณะนักขับร้องยังช่วยส่งเสริมความรักและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้เยาวชนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนคริสตชน และยังเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้พวกเขาสนใจเรียนรู้คำสอนของพระศาสนจักรมากขึ้น
กลุ่มคริสตชนที่เป็นผู้ใหญ่ มีความคิดเห็นว่า ดนตรีศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้พวกเขาสามารถภาวนาและมีสมาธิในพิธีกรรมได้ดีขึ้น บทเพลงที่กล่าวถึงพระเมตตาและการให้อภัยของพระเจ้าช่วยให้พวกเขาตระหนักถึงความสำคัญของการกลับใจและการให้อภัยต่อกันและกัน อีกทั้งบทเพลงที่เน้นถึงความหวังในพระเมตตาของพระเจ้าและความรอดนิรันดร์ช่วยให้พวกเขามีกำลังใจในการเผชิญกับปัญหาชีวิต นอกจากนี้ การขับร้องร่วมกันในพิธีกรรมยังช่วยสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันในชุมชนคริสตชนและทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของพระศาสนจักร
กลุ่มคริสตชนที่เป็นผู้สูงอายุ มีความคิดเห็นว่า ดนตรีศักดิ์สิทธิ์มีบทบาทในการเสริมสร้างความศรัทธาและความหวังในชีวิตนิรันดร์ บทเพลงที่กล่าวถึงการกลับคืนชีพและพระเมตตาของพระเจ้าช่วยให้พวกเขามีความหวังและความมั่นใจว่าพระเจ้าทรงอยู่เคียงข้างเสมอ นอกจากนี้ การขับร้องบทเพลงศักดิ์สิทธิ์ยังช่วยให้พวกเขารู้สึกสงบและสามารถภาวนาได้อย่างมีสมาธิ อีกทั้งช่วยสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในชุมชน โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุที่อาจไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ ได้
2. แนวทางการใช้ดนตรีศักดิ์สิทธิ์ในพิธีบูชาขอบพระคุณเพื่อเสริมสร้างและส่งเสริมคุณธรรมทางเทววิทยาแก่คริสตชน
แนวทางการใช้ดนตรีศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมทางเทววิทยาในพิธีบูชาขอบพระคุณควรมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างคุณธรรมความเชื่อ ความหวัง และความรัก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตคริสตชน โดยแนวทางการเสริมสร้างแต่ละคุณธรรมควรมีความชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อให้ดนตรีศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือที่ช่วยนำพาสัตบุรุษเข้าสู่การภาวนาได้อย่างแท้จริง
แนวทางการเสริมสร้างคุณธรรมความเชื่อ ควรเลือกบทเพลงที่มีรากฐานจากพระคัมภีร์และคำสอนของพระศาสนจักร โดยเน้นเนื้อหาที่กล่าวถึงพระวาจาของพระเจ้า การไถ่บาป และพระทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า เพื่อช่วยให้สัตบุรุษตระหนักถึงความสำคัญของศีลมหาสนิทและการเสียสละของพระองค์ ควรสนับสนุนการขับร้องบทเพลงสดุดี (Psalms) ซึ่งเป็นบทเพลงที่มีความเชื่อมโยงกับพิธีกรรมมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ ควรมีการอบรมให้สัตบุรุษ โดยเฉพาะเยาวชนให้เข้าใจความหมายของบทเพลงที่ใช้ในพิธีกรรม เพื่อให้การขับร้องเป็นมากกว่าการร้องตาม แต่เป็นการภาวนาและการประกาศความเชื่ออย่างแท้จริง
แนวทางการเสริมสร้างคุณธรรมความหวัง ควรเลือกบทเพลงที่ช่วยให้สัตบุรุษมีกำลังใจและความมั่นใจในพระเมตตาของพระเจ้า โดยเฉพาะบทเพลงที่กล่าวถึงพระเมตตาของพระเจ้า การไถ่บาป และชีวิตนิรันดร์ บทเพลงที่ใช้ในเทศกาลมหาพรตและเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า ควรเน้นถึงความหวังในการเสด็จมาของพระผู้ไถ่และการไถ่บาป นอกจากนี้ ควรนำเสนอบทเพลงที่สะท้อนถึงพระสัญญาของพระเจ้า เพื่อให้สัตบุรุษเกิดความมั่นใจและสามารถเผชิญกับปัญหาในชีวิตด้วยศรัทธาที่มั่นคง คณะนักขับร้องควรฝึกฝนการขับร้องเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลงได้อย่างชัดเจน เพื่อให้สัตบุรุษสามารถสัมผัสถึงความหวังที่บทเพลงต้องการสื่อ
แนวทางการเสริมสร้างคุณธรรมความรัก ควรใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันของชุมชนคริสตชน โดยเลือกบทเพลงที่กล่าวถึง ความรักของพระเจ้า และความรักต่อเพื่อนมนุษย์ เช่น Ubi caritas ซึ่งสะท้อนถึงความเมตตาและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ นอกจากนี้ ควรสนับสนุนให้สัตบุรุษทุกกลุ่มวัยมีส่วนร่วมในการขับร้องเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น การขับร้องประสานเสียงเป็นแนวทางที่ควรได้รับการส่งเสริมเพราะช่วยให้สมาชิกคณะนักขับร้องได้ฝึกฝน ความสามัคคี การเสียสละ และการทำงานร่วมกัน อีกทั้ง ควรมีการบันทึกและถ่ายทอดบทเพลงศักดิ์สิทธิ์จากผู้สูงอายุไปสู่เยาวชน เพื่อให้ดนตรีศักดิ์สิทธิ์ได้รับการสืบทอดและช่วยให้ชุมชนคริสตชนดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระศาสนจักร
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความวิชาการและบทความวิจัย ตลอดจนเนื้อหาและข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความซึ่งตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความเท่านั้น
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของวิทยาลัยแสงธรรม ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนในรูปแบบใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวิทยาลัยแสงธรรม
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสารวิชาการ วิทยาลัยแสงธรรม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวิทยาลัยแสงธรรม ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพิธีกรรม. (2552). หนังสือมิสซาจารีตโรมันปรับปรุงใหม่ตามข้อกำหนดของสภาสังคายนาสากลวาติกันที่ 2. โรงพิมพ์อัสสัมชัญ.
เชิดชัย เลิศจิตรเลขา. (2548). คริสตจริยศาสตร์พื้นฐาน. โรงเรียนดอนบอสโก.
เปาโล ที่ 6. (2506). Sacrosanctum Concilium [สังฆธรรมนูญว่าด้วยพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์]. สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย. https://drive.google.com/file/d/1OSyJ1q2ciEbCCkzPc0clRm3M_cGgFFqo/view
แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ. (2567). คุณธรรมทางเทววิทยาคืออะไร. kamsonbkk. http://www.kamsonbkk.com/catholic-catechism/compendeum-catechism-of-the-catholic-church/6995-คุณธรรมทางเทววิทยา
ฟรังซิส. (2566). Desiderio Desideravi [สมณลิขิตการอบรมด้านพิธีกรรมแก่ประชากรของพระเจ้า]. สื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย.
สมณกระทรวงพิธีกรรมและศีลศักดิ์สิทธิ์. (2547). Redemptionis Sacramentum [คำแนะนำในบางเรื่องที่ต้องปฏิบัติหรือต้องหลีกเลี่ยงเกี่ยวกับพิธีบูชาขอบพระคุณ]. โรงพิมพ์อัสสัมชัญ.
สมณกระทรวงพิธีกรรมและศีลศักดิ์สิทธิ์. (2552). Institutio Generalis Missalis Romani [กฎทั่วไปสำหรับมิสซาตามจารีตโรมัน]. โรงพิมพ์อัสสัมชัญ.
สมณกระทรวงพิธีกรรมและศีลศักดิ์สิทธิ์. (2560). Musicam Sacram [คำแนะนำของสมณกระทรวงพิธีกรรมว่าด้วยดนตรีในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์]. โรงพิมพ์อัสสัมชัญ.
หอจดหมายเหตุ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ. (2558, 23 พฤศจิกายน). สังฆมณฑลเชียงใหม่ อาสนวิหารพระหฤทัย. https://catholichaab.com/main/index.php/1/10/888-2015-11-23-02-05-27
อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก กรุงเทพฯ. (2559, 26 มิถุนายน). อาสนวิหารหมายถึงอะไรและมีความหมายพิเศษต่างจากโบสถ์ทั่วไปยังไง?. https://www.assumption-cathedral.com/2016/06/26/2016-06-26อาสนวิหารหมายถึงอะไรแ/
Aquinas Institute. (2020). Summa Theologicae II-II, Q.91-A.2: Whether God should be praised with song?. https://aquinas.cc/la/en/~ST.II-II.Q91.A2