วิเคราะห์กฎหมายและระเบียบสำหรับการอำนวยความยุติธรรมแก่เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่มีช่วงอายุแตกต่างกัน

Main Article Content

สุวรรณา คุณดิลกณัฐวสา

บทคัดย่อ

    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กฎหมายและระเบียบสำหรับการอำนวยความยุติธรรมแก่เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่มีช่วงอายุแตกต่างกัน กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้มีประสบการณ์ในการดำเนินการกับเด็กและเยาวชนที่กระทำเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 60 คน ประกอบด้วย พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการคดีเด็กและเยาวชน ศาลเยาวชนและครอบครัว สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กองทะเบียนประวัติอาชญากร (ทว.) พิสูจน์หลักฐานตำรวจ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์, พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และที่ปรึกษากฎหมาย เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา


     ผลการวิจัยพบว่า 1) เด็กอายุไม่เกิน 10 ปี จะต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 และประสานพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองเด็กโดยทันที 2) เด็กอายุเกินกว่า 10 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี ตามมาตรา 74 แห่งประมวลกฎหมายอาญาได้กำหนดไว้ว่า เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ ซึ่งรวมถึงโทษปรับตามมาตรา 18 (4) แห่งประมวลกฎหมายอาญาด้วย และในการส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการต้องมีรายงานแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเด็กหรือเยาวชนของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนประกอบในสำนวนการสอบสวนด้วย และ 3) เด็กอายุเกินกว่า 15 ปีแต่ต่ำกว่า 18 ปี กระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำเด็กหรือเยาวชน กฎหมายให้ความสำคัญกับที่ปรึกษากฎหมายมากกว่า บิดา มารดา ผู้ปกครอง บุคคลหรือผู้แทนองค์การซึ่งเด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่ด้วยและการตรวจสอบการจับ กฎหมายได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการนำตัวเด็กหรือเยาวชนไปทำการตรวจสอบการจับ ซึ่งกรณีนี้ควรเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำการจับกุมเด็กหรือเยาวชนเนื่องจากรู้และเข้าใจในรายละเอียดข้อเท็จจริง ได้ดีกว่า

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
คุณดิลกณัฐวสา ส. . (2022). วิเคราะห์กฎหมายและระเบียบสำหรับการอำนวยความยุติธรรมแก่เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่มีช่วงอายุแตกต่างกัน. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 13(3), 141–156. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/truhusocjo/article/view/257006
ประเภทบทความ
Research Article

เอกสารอ้างอิง

กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม. (2563). รายงานสถิติคดีประจำปีงบประมาณ 2563. กรุงเทพฯ: กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน.

ชัชญาภา พันธุมจินดา. (2553). ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิเด็กระหว่างการสอบสวน ศึกษากรณีเด็กเป็นผู้ต้องหา. ชลบุรี: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี.

บรรชร เกตุเทียน, และคณะ. (2562, กันยายน - ธันวาคม). การวิเคราะห์กฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางอาญาของเด็กและเยาวชน. วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์, 9(3), 730 - 743.

พิชญ์สินี วงศ์ปราโมทย์. (2557). ปัญหาการตรวจสอบการจับกุมเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ: สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม.

พงศ์จิรา เชิดชู. (2558). ปัญหาการบังคับใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาแก่เด็กและเยาวชน. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

วารุณี จันทร์ทอง. (2557, มกราคม - มิถุนายน). มาตรการในการสอบสวนเด็กและเยาวชนซึ่งกระทำความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553. วารสารรามคำแหงฉบับนิติศาสตร์, 3(1), 71 - 80.

ศิรชัย หาญเทิดพงษ์ชัย. (2557). ปัญหาทางกฎหมายในการสอบปากคำเด็กในชั้นสอบสวน. กรุงเทพฯ: สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

สุวรรณา คุณดิลกณัฐวสา. (2563). การปฏิบัติต่อเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดแต่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญา. วารสารโรงเรียนนายร้อยตำรวจ, 1(2), 4 - 30.

สำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว สำนักงานอัยการสูงสุด. (2564). คู่มือการดำเนินคดีเยาวชนและครอบครัว ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563. กรุงเทพฯ: บริษัท แอ๊คคิวเรทเพรส จำกัด.

สำนักงานอัยการสูงสุด. (2563). ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563. กรุงเทพฯ: สำนักงานอัยการสูงสุด.

อรุณรัตน์ ธำรงศรีสุข. (2563). การปรับใช้แนวคิดการลงโทษให้ได้สัดส่วน (Just Deserts) กับการพิจารณาความผิดที่เด็กและเยาวชนเป็นผู้กระทำในฐานความผิดเกี่ยวกับเพศว่าด้วยการข่มขืนกระทำชำเรา. กรุงเทพฯ: สาขานิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์.