การศึกษาอัตลักษณ์เพลงพื้นบ้านประจำท้องถิ่นในจังหวัดสุพรรณบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่ใช้เพื่อศึกษาอัตลักษณ์เพลงพื้นบ้านประจำท้องถิ่นในจังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ จำนวน 3 ตอน รวม 20 ข้อ และกลุ่มผู้ให้ข้อมูลได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ ศิลปินอาวุโส 3 คน ผู้แทนพ่อเพลงแม่เพลง 21 คน วิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา สังเคราะห์และนำเสนอเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า เพลงพื้นบ้านทั้ง 7 เพลงมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และค่านิยมของชุมชนท้องถิ่น เพลงเรือ มีเอกลักษณ์ด้านการขับร้องโต้ตอบที่ใช้ทำนองช้าและทอดเสียงยาว สอดคล้องกับบรรยากาศของสายน้ำ เพลงพวงมาลัย มีลักษณะการร้องเป็นหมู่ นำโดยผู้นำร้องและคณะนักร้องรับคำ ซึ่งเสริมสร้างความกลมกลืนของเสียงประสาน เพลงอีแซว และเพลงฉ่อยโดดเด่นด้วยการร้องโต้ตอบแบบปฏิพากย์ที่ต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบในการแต่งกลอนสด ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของเพลงประเภทนี้ เพลงพิษฐาน มีอัตลักษณ์ที่แตกต่างออกไป โดยเน้นความศักดิ์สิทธิ์และความสงบสุข มักใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา เพลงเต้นกำ และ เพลงระบำบ้านไร่ เน้นจังหวะคึกคัก สนุกสนาน และมีการร่ายรำประกอบเพื่อสร้างความรื่นเริงของชุมชน อีกทั้งยังพบว่า เพลงพื้นบ้านสุพรรณบุรีในปัจจุบันกำลังลดลง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมและความนิยมของดนตรีสมัยใหม่ เพลงพิษฐาน และเพลงเต้นกำ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในกลุ่มเยาวชน อย่างไรก็ตามเพลงอีแซว และเพลงฉ่อย ยังคงได้รับการแสดงและมีความพยายามในการอนุรักษ์โดยกลุ่มศิลปินและหน่วยงานวัฒนธรรม ดังนั้น ควรมีการส่งเสริมการเรียนรู้ ถ่ายทอดเพลงพื้นบ้านผ่านการศึกษาและสื่อดิจิทัล รวมถึงบูรณาการเพลงพื้นบ้านเข้ากับกิจกรรมท้องถิ่นเพื่อให้เป็นที่นิยมมากขึ้น
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่าหรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนาญาตจากวารสารวิชาการ ฯ ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กิตติชัย รัตนพันธ์, สุพรรณี เหลือบุญชู, และบำรุง พาทยกุล. (2566). อัตลักษณ์ดนตรีพื้นบ้านภาคใต้. วารสารช่อพะยอม, 34(2), 56 - 80. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/ejChophayom/article/view/267570/174436
จตุพร ศิริสัมพันธ์. (2552). เพลงพื้นบ้าน. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 34. มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน.
ฑีฆภัส สนธินุช. (2565). อัตลักษณ์ทางดนตรีของลำตัดแม่ศรีนวล ขำอาจ ศิลปินแห่งชาติ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ.
นิศารัตน์ หวานชะเอม, นวลลออ แสงสุข, และนารินี แสงสุข. (2559). การจัดการความรู้เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมเพลงพื้นบ้านภาคกลาง: กรณีศึกษาเพลงอีแซว จังหวัดสุพรรณบุรี. รายงานการวิจัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
บุญรอง ชาวบ้านกร่าง. (2556). แนวทางอนุรักษ์และฟื้นฟูเพลงพื้นบ้าน: กรณีศึกษา เพลงพื้นบ้าน ชุมชนนหนองผักนาก ตำบลหนองผักนาก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร]. คลังปัญญา มหาวิทยาลัยศิลปากร. https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/12851
ลักขณา ชุมพร. (2555). เพลงพื้นบ้านภาคกลาง: กรณีศึกษาบ้านสามโก้ ตำบลสามโก้ อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
เลอพงศ์ กัณหา. (2554). เพลงพื้นบ้าน: กรณีศึกษาเพลงรำวงพื้นบ้านดอนคา ตำบลดอนคา อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
เอนก นาวิกมูล. (2549). เพลงพื้นบ้านภาคกลาง: จากแม่บัวผัน จันทร์ศรี ศิลปินแห่งชาติ. บริษัท ฟิลสไตรล์ จำกัด.