ผลการจัดกิจกรรมเสริมให้นักศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด ที่ขาดเรียนในรายวิชา การบริหารกิจการและ กิจกรรมนักเรียน โดยใช้สื่อออนไลน์

Main Article Content

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอนก ศิลปนิลมาลย์
พระครูสังฆรักษ์ไชยรัตน์ ชยรตโน, ดร.

บทคัดย่อ

          งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมเสริมให้นักศึกษามหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด ที่ขาดเรียนในรายวิชาการบริหารกิจการและกิจกรรมนักเรียน โดยใช้สื่อออนไลน์ 2) เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ของนักศึกษามหาบัณฑิตที่ขาดเรียนในการเรียนรายวิชาการบริหารกิจการและกิจกรรมนักเรียนโดยใช้สื่อออนไลน์ก่อนการจัดกิจกรรมเสริมกับหลังการจัดกิจกรรมเสริม  และ3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษามหาบัณฑิตที่เรียนรู้ในรายวิชาการบริหารกิจการและกิจกรรมนักเรียนใน                        การจัดกิจกรรมเสริมโดยใช้สื่อออนไลน์ กลุ่มเป้าหมายได้แก่ นักศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด ที่มาเรียนในปีการศึกษา 2561 จำนวน   20 รูป/คน ซึ่งนักศึกษาทุกคนสลับกันขาดเรียน เนื่องจากภารกิจของงานที่ทำ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย (1) สื่อออนไลน์ ประกอบด้วย ไลน์กลุ่ม และ อีเมล์ (2) แบบทดสอบก่อน – หลังเรียน มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ = 0.95 (3) แบบสอบถามความพึงพอใจ มีค่าความสอดคล้องระหว่าง 0.67 – 1.00 สถิติที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1)สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2) สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพเครื่องมือ ใช้การหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อความกับวัตถุประสงค์ และ 3)สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ก่อนการจัดกิจกรรมเสริมกับหลังการจัดกิจกรรมเสริมโดยใช้สื่อออนไลน์ ใช้ Wilcoxon Signed Ranks Test


           ผลการวิจัยพบว่า


           1. นักศึกษาทั้ง 20 รูป/คน มี group-line, e-mail, และขาดเรียนครบทั้ง 20 คน และในช่วงทดลอง ขาดเรียนรวมทั้งหมด 61 ครั้ง เฉลี่ย 3.05 ครั้งต่อคน นักศึกษาเล่น Group line จำนวน 320 ครั้งเฉลี่ย 40ครั้งต่อคน และส่ง e-mail จำนวน 42 ครั้งเฉลี่ย 2.1 ครั้งต่อคน นักศึกษาขาดเรียนมีสาเหตุมาจากไปราชการ มากที่สุด รองลงมาได้แก่ติดธุระส่วนตัว และป่วย ตามลำดับ ส่วนการเล่น line มีเหตุผลในการเล่นมาจากการสนทนามากที่สุด รองลงมาได้แก่การสอบถามและการส่งข้อมูล ตามลำดับ ส่วนการส่ง e-mail มีเหตุผลในการส่งมาจาก การส่งงาน มากที่สุด รองลงมาได้แก่ การส่งองค์ความรู้ และการแก้ไขงาน ตามลำดับ


            2. การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ของนักศึกษามหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษาโดยใช้สื่อออนไลน์ก่อนการจัดกิจกรรมเสริมกับหลังการจัดกิจกรรมเสริม โดยใช้ Wilcoxon Signed Ranks Test พบว่า นักศึกษาทั้งหมด 20 รูป/คน มีคะแนนหลังการจัดกิจกรรมเสริมสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมเสริม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


              3. ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักศึกษา พบว่านักศึกษามีความพึงพอใจต่อการศึกษาโดยใช้สื่อออนไลน์ในภาพรวมเฉลี่ยทั้ง 3 ด้าน พบว่านักศึกษาส่วนใหญ่มีความพอใจอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่มีความพอใจด้านการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาได้แก่สิ่งแวดล้อมในการเรียน และ ความพึงพอใจด้านเนื้อหาสาระในการเรียนรู้ ตามลำดับ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศิลปนิลมาลย์ ผ. ด., & ชยรตโน, ดร. พ. (2018). ผลการจัดกิจกรรมเสริมให้นักศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด ที่ขาดเรียนในรายวิชา การบริหารกิจการและ กิจกรรมนักเรียน โดยใช้สื่อออนไลน์. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 8(2), 113–125. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJMBU/article/view/228781
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กัญจน์ ผลภาษี. (2554). แนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Facebook) ในการเรียนการสอน. คณะอุตสาหกรรมบริการ : วิทยาลัยดุสิตธานี.

ทิฎิ์ภัทรา สุดแก้ว. (2554). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบสร้างองค์ความรู้ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ ผ่านเครือข่ายทางสังคมออนไลน์ เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย. (2560). หลักสูตรศึกษาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560). นครปฐม : มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). พื้นฐานการวิจัยการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 8. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

บุหงา ชัยสุวรรณ และ พรพรรณ ประจักษ์เนตร (2558). พฤติกรรมการใช้สื่อใหม่ของวัยรุ่นอายุระหว่าง 10-19 ปี. วารสารสื่อสารและการจัดการ นิด้า. 1(1). 31-57.

ปรวัน แพทยานนท์. (2556). การพัฒนาสื่อบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์: การคัดเลือกนักแสดง. ปริญญานิพนธ์ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมสื่อสาร. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

รังสีจันท์ สุวรรณสทิศกร. (2555). การศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการจัดการเรียน การสอนของมหาวิทยาลัยศรีปทุม. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยศรีปทุม.

วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิ สดศรี-สฤษดิ์วงศ์.

สมนึก ภัททิยธนี. (2553). การวัดผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 6. มหาสารคาม : ประสานการพิมพ์.

สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จังหวัดตรัง. (2555). ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการให้บริการด้านการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยรามคำแหง จังหวัดตรัง. ตรัง : มหาวิทยาลัยรามคำแหง จังหวัดตรัง.

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2559). แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 - 2564). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.

สุกัน เทียนทอง. (2549). การวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพมหานคร : ชวนการพิมพ์.

อภิญญา ทหาราวานิช. (2554). ความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อกิจกรรมการเรียนการสอนในรายวิชาสร้าง. กรุงเทพมหานคร : คณะวิทยาการจัดการ : มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต.

อังคณา ขจร. (2560). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด. 6(1). 1-11.

flickr. (Online). Social Media Lanscape. Retrieved June 1, 2018, from http://flickr.com/ photos/fredcavazza

Noppasit Trisittiwat. (Online). Retrieved July 15, 2018, from http://pws.npru.ac.th/ noppasittr