ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ในการปฏิบัติงาน ของผู้นำชุมชนในจังหวัดอุดรธานี

Main Article Content

บุญเพ็ง สิทธิวงษา
พระมหาชลภัทร์ จันทะวิลัย
พระกฤษดา แม่นเมือง
พระมหาเอกราช บุตรอินทร์
พระครูวิโรจน์ธรรมสาร (ไพฑูรย์ ภะคะโต)

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ในการปฎิบัติงาน 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ในการปฎิบัติงาน และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ในการปฎิบัติงานของผู้นำชุมชนในจังหวัดอุดรธานี ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน โดยการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าสถิติพื้นฐานค่าเฉลี่ย และค่าร้อยละส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความถดถอยพหุเป็นเทคนิคทางสถิติชั้นสูง การสรุปความ ตีความแบบพรรณาวิเคราะห์


ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ในการปฎิบัติงานของผู้นำชุมชนในจังหวัดอุดรธานีอยู่ในระดับ ปานกลาง โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ มีค่ามากที่สุด คือ  การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีอยู่ในระดับ ปานกลาง รองลงมาได้แก่ การสร้างการบริการที่มีคุณภาพอยู่ในระดับ ปานกลาง และการบริหารจัดการเงินและงบประมาณอยู่ในระดับ ปานกลาง ตามลำดับ 2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ในการปฏิบัติงานของผู้นำชุมชนในจังหวัดอุดรธานี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ ด้านการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม (X1) ด้านการพัฒนาชุมชน (X3) และด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (X5) ตัวแปรอิสระทั้ง 3 ตัวมีค่าสัมประสิทธิ์ของตัวพยากรณ์ในคะแนนดิบ (b) เท่ากับ 2.128 .326 และ -.534 ตามลำดับ และ (3) ควรมีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพื่อความสุขของประชาชนในชุมชนอย่างมีคุณภาพการบริหารแบบมีส่วนร่วม โดยอาศัยภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนในการวางแผนและการติดต่อประสานงานและการสร้างการบริการที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น และควรมีการระดมสมองในการบริหารจัดการเงินและงบประมาณอย่างมีความโปร่งในและตรวจสอบได้เพื่อความอยู่ดี กินดี มีสุข ของประชาชนในชุมชนอย่างมีประสิทธิผล

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สิทธิวงษา บ., จันทะวิลัย พ., แม่นเมือง พ., บุตรอินทร์ พ., & (ไพฑูรย์ ภะคะโต) พ. (2024). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ในการปฏิบัติงาน ของผู้นำชุมชนในจังหวัดอุดรธานี. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 13(2), 320–329. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJMBU/article/view/272360
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กัลยา วานิชย์บัญชา. (2560). การวิเคราะห์สถิติชั้นสูงด้วย SPSS for Window. พิมพ์ครั้งที่ 12.กรุงเทพมหานคร : ห้างหุ้นส่วนจํากัด สามลดา.

ขัตติยา ด้วงสําราญ. (2564). ศึกษาความสัมพันธ์ภาวะผู้นําของผู้บริหารกับการระดมทรัพยากรของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารศิลปะการจัดการ. 5(2). 501 – 512.

จิรัฎฐ์ ฉัตร์เบญจนันท์. (2558). รูปแบบความสัมพันธ์ เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณลักษณะภาวะผู้นําเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์.

ธัชฎามาศ อุไรวรรณ. (2566). รูปแบบการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่ส่งผลต่อการจัดบริการสาธารณะเขตเทศบาลนครภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต. วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา. 13(1). 24 - 41.

บุญเพ็ง สิทธิวงษา. (2566). การใช้ระบบสื่อสารสารสนเทศพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่

จังหวัดอุดรธานี. วารสารวิทยสารสนเทศและเทคโนโลยี. 4(2). 15 - 24.

ประดิษฐ์ ดีวัฒนกุล. (2565). การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่มีผลต่อการปฏิรูประบบราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ กรุงเทพมหานคร. วารสารรัชต์ภาคย์. 16(48). 459 - 476.

สรวิชญ์ เปรมชื่น. (2562). การส่งเสริมการบริหารจัดการภาครัฐของไทย. วารสารรังสิตบัณฑิตศึกษาในกลุ่มธุรกิจและสังคมศาสตร์. 5(1). 214 - 228.

Taro Yamane. (1973). Statistics: an introductory analysis. New York : Harper & Row.