แนวทางการจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยและข้อวิจารณ์ร่าง พรบ.โรงงาน
บทคัดย่อ
สรุป
บทความนี้เสนอแนะว่า นโยบายสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นการใช้มาตรการบังคับ ผ่านกฎหมายและระเบียบ ซึ่งได้ผลดีระดับหนึ่ง แต่ปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคตมีลักษณะซับซ้อนยิ่งขึ้น ทางการจะต้องมีเครื่องมืออื่นๆมาเสริม การใช้ภาษีสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ (economic instruments) ซึ่งสามารถนำมาช่วยการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมีผลต่อราคาสินค้า และจูงใจให้ผู้ผลิต/ผู้บริโภคประหยัดการใช้ทรัพยากร ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม
บทความนี้ชี้ว่ามีเครื่องมือหลายอย่างไรที่สามารถนำมาใช้ได้ เช่น ภาษีมลพิษ การกำหนดค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม การมัดจำ และperformance bond บทความเสนอความเห็นสนับสนุนให้รัฐ จัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการลดอัตราภาษีชนิดอื่น ซึ่งจะทำให้สังคมไทย “ได้กำไรสองต่อ” (Double Dividend Hypothesis) ทั้งนี้ให้รายรับของรัฐบาลคงเดิม และได้เสนอตัวอย่างมาด้วย
สุดท้ายผู้เขียนเสนอข้อวิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติโรงงาน ซึ่งกรมโรงงานได้ยกร่างโดยจะมีการจัดเก็บ “ภาษีมลพิษ” จากโรงงาน ถึงแม้ผู้เขียนเห็นพ้องว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีข้อดีหลายประการและมีความริเริ่มให้ “หน่วยที่สาม” เข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบมลพิษจากโรงงาน แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้มีข้อบกพร่องหลายประการที่ควรจะแก้ไข เพิ่มเติมให้มีความชัดเจน คำนึงถึง revenue recycle กล่าวคือให้กระจายเงินรายได้จากการจัดเก็บให้ภูมิภาคและท้องถิ่นซึ่งจะต้องทำหน้าที่แก้ไข/บรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ข้อคิดเห็นที่ปรากฏและแสดงในเนื้อหาบทความต่างๆในวารสารเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นความเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้เขียนบทความนั้นๆ มิใช่เป็นความเห็นและความรับผิดชอบใดๆของวารสารเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
บทความ เนื้อหา และข้อมูล ฯลฯ ในวารสารเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จากวารสารเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่