สหภาพการเงินยุโรป (European Monetary Union : EMU)
บทคัดย่อ
บทสรุปและข้อเสนอแนะ
แนวโน้มของแผนการรวมตัวกันของกลุ่มสหภาพยุโรปเพื่อใช้เงินสกุลเดียวและมีอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ โดยมีธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เป็นองค์กรอิสระเป็นผู้ควบคุมดูแล และตั้งเป้าหมายว่าจะให้แล้วเสร็จในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1999 นั้น ดูเหมือนว่าจะมีความเป็นไปได้สูงถ้าไม่มีปัญหาทางการเมองเข้ามากระทบ และเป็นที่คาดหมายกันว่าอาจมีสมาชิกของสหภาพยุโรป 11 ประเทศที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้
แม้ว่าการรวมตัวของกลุ่มสหภาพยุโรปเพื่อใช้เงินสกุลเดียวและมีอัตราแลกเปลีย่นคงที่จะประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังอาจมีปัญหาอยู่เนื่องจากประเทศสมาชิกยังมีความแตกต่างกันในด้านพื้นฐานทางเศรษฐกิจอยู่ อาจจะเกิดความขัดแย้งกันระหว่างประเทศสมาชิก อาจจะเป็นอุปสรรคในการกำหนดนโยบายในกรแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศให้สำเร็จลุล่วงตามที่ควรจะเป็น ตลอดจนอาจจะส่งผลก่อให้เกิดปัญหาด้านอื่น ๆ ตามมาร
สำหรับกรณีของประเทศไทยในระยะแรก ๆ นี้คงยังไม่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน การค้ามากนัก หากจะมีความผันผวนของเงินสกุลยูโร ทั้งนี้เพราะสัดส่วนการทำธุรกรรมการนำเข้าและการส่งออกของประเทศส่วนมาก ตลอดจนการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของเงินดอลล่าร์สหรัฐ ส่วนเงินในรูปอื่น เช่น เงินดอยซ์มาร์ก เงินฟรังค์ และเงินปอนด์สเตอร์ลิง ยังมีสัดส่วนที่น้อย
อย่างไรก็ตามประเทศไทยควรให้ความสนใจและติดตามบทบาท ผลกระทบที่ตามมาของเงินยูโร เช่น บทบาทของเงินยูโรที่อาจเข้ามาเป็นคู่แข่งหรือมาแทนที่เงินดอลล่าร์สหรัฐในตลาดเงินและตลาดทุนของโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งตราสารหนี้สกุลเงินยูโรที่มีความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนต่ำอาจจะเป็นแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแห่งใหม่ของไทยในอนาคต และศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เงินยูโรในการทำธุรกรรมการค้าระหว่งประเทศ เพื่อลดและกระจายความเสี่ยง ตลอกจนศึกษาผลกระทบด้านอื่น ๆ ที่จะมีต่อประเทศไทย เพื่อจะได้ดำเนินนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศไทยต่อไป
ดาวน์โหลด
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ข้อคิดเห็นที่ปรากฏและแสดงในเนื้อหาบทความต่างๆในวารสารเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นความเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้เขียนบทความนั้นๆ มิใช่เป็นความเห็นและความรับผิดชอบใดๆของวารสารเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
บทความ เนื้อหา และข้อมูล ฯลฯ ในวารสารเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จากวารสารเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่