นิติตระหนักของแพทย์ที่มีต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 323 ว่าด้วยการรักษาความลับของผู้ป่วย
Main Article Content
บทคัดย่อ
ความลับของผู้ป่วยเป็นข้อมูลได้รับการคุ้มครองทั้งในทางจริยธรรมและกฎหมาย โดยถูกกำกับดูแลภายใต้กฎหมายทางการแพทย์เป็นหลัก มีเพียงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 323 เท่านั้นที่บัญญัติความรับผิดทางอาญาของแพทย์ไว้โดยตรง บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับนิติตระหนักของแพทย์ต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 323 รวมถึงวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อนิติตระหนักของแพทย์ ทั้งปัจจัยภายใน ได้แก่ ประสบการณ์ด้านการศึกษาและการทำงาน และปัจจัยภายนอก ได้แก่ สภาพแวดล้อมในการทำงาน นโยบายและวัฒนธรรมองค์กร การกำกับดูแลขององค์กรวิชาชีพ เทคโนโลยี และสื่อมวลชน เพื่อนำไปสู่การสังเคราะห์แนวทางในการส่งเสริมนิติตระหนักของแพทย์ ผลการศึกษาพบว่า ระดับนิติตระหนักของแพทย์อยู่ในระดับขั้นการรับรู้กฎหมาย แพทย์ทราบว่ามีประมวลกฎหมายอาญาบังคับใช้อยู่แต่ไม่ทราบว่าประมวลกฎหมายอาญามีการบัญญัติความรับผิดฐานเปิดเผยความลับของผู้ป่วย และทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อระดับนิติตระหนักที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ การพัฒนานิติตระหนักให้ถึงระดับการให้คุณค่าและปฏิบัติตามกฎหมายจำเป็นต้องพัฒนากลไกสนับสนุนจากทั้งสองปัจจัย พร้อมพิจารณาบทบัญญัติทางกฎหมายควบคู่กับบริบท การปฏิบัติงานทางการแพทย์ในสภาพความเป็นจริง เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างสอดคล้องกับกฎหมายและเคารพสิทธิของผู้ป่วย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution 4.0 International License.
O ความคิดเห็นใดๆ ที่ลงตีพิมพ์ใน CMU Journal of Law and Social Sciences เป็นของผู้เขียน (ความคิดเห็นใดๆ ของผู้เขียน กองบรรณาธิการ CMU Journal of Law and Social Sciences ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย)
O กองบรรณาธิการ CMU Journal of Law and Social Sciences ไม่สงวนสิทธิ์ในการคัดลอกแต่ให้อ้างอิงแหล่งที่มาด้วย
เอกสารอ้างอิง
กุลวดี ราชภักดี. “ความตระหนักและการปฏิบัติตนเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานไฟฟ้าของนักศึกษาในหอพักสถาบันอุดมศึกษา เขตกรุงเทพมหานคร.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, 2545.
กุสุมา จินดาทิพย์. “ความจำเป็นที่กฎหมายยอมรับ.” วิทยาพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2531. อ้างถึงใน ทรงชัย รัตนปริญญานนท์.“การเปิดเผยความลับของผู้ป่วย.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2540.
เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์. คำอธิบายกฎหมายอาญา ภาค 1, พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2538. อ้างถึงใน ทรงชัย รัตนปริญญานนท์. “การเปิดเผยความลับของผู้ป่วย.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์, 2540.
งานการศึกษาต่อเนื่อง. “การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ (CME).” คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568. https://www. ramamahidol.ac.th/cme/th/aboutcme.
จิรานุช ขาวป้อม. “ความยินยอมทางการแพทย์ (informed Consent).” กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568. https://legal.moph.go.th/index.php?option=com_remository&Itemid=813&func=pdfviewer&id=16.
จุฑาทิพย์ พิชยะปัญญาวัฒน์. “มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลด้านสุขภาพ.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขานิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, 2560.
ทรงชัย รัตนปริญญานนท์. “การเปิดเผยความลับของผู้ป่วย.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2540.
ธีรโชติ ไผ่สุรัตน์. “หลักความจำเป็นที่ชอบด้วยกฎหมาย: ศึกษาความผิดฐานเปิดเผยความลับ กรณีแพทย์กับการเปิดเผยความลับ.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขากฎหมายอาญา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2559.
ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย. “บทบาทของแพทยสภา ในการเสริมสร้างความเข้าใจและแก้ปัญหาทางการแพทย์.” สำนักกฎหมายการแพทย์และที่ปรึกษาดร.นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569. https://medlawprooffice.com/knowledge/บทบาทของแพทยสภา/.
วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์. นิติเวชศาสตร์ Lw 441. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2548.
วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์. “วิชาชีพกับองค์กรวิชาชีพ.” สารศิริราช 54. ฉ.8 (สิงหาคม 2545).
ศุภวรรณ คงเสมา, สุภาษา บุญยงค์ และกัมปนาท วงษ์วัฒนพงษ์. “วัฒนธรรมองค์กร: เงื่อนไขสําคัญของการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน.” Journal of Roi Kaensarn Academi 7, ฉ.12 (ธันวาคม 2565): 370.
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. “แนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล.” สำนักงานปลัด กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569. https://ict-iso-api.moph.go.th/uploads/r9ep_O1_Ghj_Ddr_S0m_A2_GW_5n_A60_V9_M_ Srj_IJ_2793e2735d.pdf.
Bin Shihah, Abdulelah S., Abdulrahman H. Alrashed, Khaled A. Al-Abduljabbar, Hassan A. Alamri, Mohammed Shafiq, Mayada N. Ahmed, and Abdullah H. Alkhenizan. “Awareness of Medical Law among Health Care Practitioners in Saudi Arabia.” Saudi Medical Journal 43. no. 8 (2022): 954. Accessed August 3, 2025. https://doi.org/10.15537/smj.2022.43.8. 20210920.
Boston university. “JD/MD Degree in law & medicine.” Boston university. Accessed November 4, 2025. https://www.bu.edu/law/academics/find-degrees-and-programs/ dual-degrees/jd-md-degree-in-law-medicine/.
DataGuard Insights. “How to prevent data breaches?.” DataGuard. Accessed November 16, 2025, https://www.dataguard.com/blog/how-to-prevent-data-breaches/.
Elrewieny, Noha Maher, Amr Mohamed Tawfik Khattab, and Howaida Mohammed. “Knowledge and Experiences of Physicians About Medical Malpractice.” The Egyptian Journal of Forensic Sciences and Applied Toxicology 22. no. 2 (2022): 139–149. Accessed July 29, 2025. https://jour nals.ekb.eg/article_283328.html.
Kapook. “โดนใจชาวเน็ตอย่างแรง โพสต์จากใจ คุณหมอท่านหนึ่ง ถึง ฐปณีย์.” Kapook. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568. https://hilight.kapook.com/view/120664.
Plaiasu, Maria C., Dragos O. Alexandru, and Codrut A. Nanu. “Physicians’ Legal Knowledge of Informed Consent and Confidentiality: A Cross-Sectional Study.” BMC Medical Ethics 23. no. 1 (2022): 90. Accessed August 23, 2025. https://doi.org/10.1186/s12910-022-00835-3.
Sułkowski, Michał Maciej. “A Patient as Perpetrator of an Illegal Offence: Doctor’s Legal Obligations and Limits of Medical Confidentiality.” Medycyna Ogólna i Nauki o Zdrowiu 28. no. 3 (2022): 223–229. Accessed August 3, 2025. https://doi.org/10.26444 /monz/152539.