การศึกษาสภาพการเรียนรู้นอกชั้นเรียน ปัจจัยที่มีอิทธิพล และความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 4

  • ชัยวัฒน์ บวรวัฒนเศรษฐ์ กองวิชามนุษยศาสตร์ โรงเรียนนายเรือ
คำสำคัญ: สภาพการเรียนรู้, ปัจจัยที่มีอิทธิพล, การฟังภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพการเรียนรู้นอกชั้นเรียนด้านการฟังภาษาอังกฤษของนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 4 2) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 4 และ 3) ความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 4 ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 4 ที่กำลังศึกษาในภาคต้น ปีการศึกษา 2562 จำนวน 69 นาย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสำรวจสภาพการเรียนรู้นอกชั้นเรียนด้านการฟังภาษาอังกฤษ 2) แบบทดสอบวัดความถนัดทางภาษา 3) แบบวัด 1 ฉบับมี 8 ด้าน ได้แก่ แบบวัดเจตคติ แบบวัดแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ แบบวัดความตั้งใจ แบบวัดอัตมโนทัศน์ แบบวัดคุณภาพการสอน แบบวัดความเอาใจใส่ของผู้ปกครอง แบบวัดปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน และแบบวัดปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับนักเรียน และ 4) แบบทดสอบวัดความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เส้นทาง (Path Analysis) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวโดยใช้สถิติ F-test ผลการวิจัย มีดังนี้

1) กิจกรรมที่นักเรียนนิยมทำในระยะเวลาโดยเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ การฟังเพลงภาษาอังกฤษ รองลงมาคือ การดูภาพยนตร์ภาษาอังกฤษ และต่ำที่สุดคือ การสื่อสารกับบุคคลอื่นแบบเผชิญหน้า

2) ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางตรง ได้แก่ ความตั้งใจเรียน ความรู้พื้นฐานเดิม อัตมโนทัศน์ ความถนัดทางภาษา และเจตคติที่มีต่อการฟังภาษาอังกฤษ ตัวแปรที่มีอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ ความถนัดทางภาษา ความรู้พื้นฐานเดิม อัตมโนทัศน์ และเจตคติที่มีต่อการฟังภาษาอังกฤษ ส่วนตัวแปรที่มีอิทธิพลทางอ้อม ได้แก่ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับนักเรียน คุณภาพการสอนของครู ความเอาใจใส่ของผู้ปกครอง และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์

3) ความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 4 โดยรวม มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยหมู่เรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ บริหารศาสตร์ รองลงมาคือ วิศวกรรมเครื่องกลเรือ และต่ำสุดคือ วิศวกรรมอุทกศาสตร์ ส่วนผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวเพื่อทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยคะแนนสอบวัดความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจที่จำแนกตามหมู่เรียน พบว่า ไม่มีคะแนนเฉลี่ยคู่ใดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กรวิภา สวนบุรี. (2546). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการวิจัยทางการศึกษา) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). แนวการจัดการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียนระดับมัธยมศึกษา. กรุงเทพ ฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กฤษฎา ศรีพานิชย์. (2546). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาสกลนคร. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการวิจัยทางการศึกษา). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

กองทัพเรือ. (2563). นโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ 2563. เข้าถึงได้จาก http://www.nmd.go.th/policy_navy63/combined62.pdf.

จารุวรรณ เฮ้าทา. (2546). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาบุรีรัมย์. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการวิจัยทางการศึกษา). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

จุฑาทิพย์ ชาติสุวรรณ. (2548). ความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพการสอน ความถนัดทางภาษา แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ความตั้งใจเรียน การคิดอย่างมีวิจารณญาณ กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการวิจัยทางการศึกษา). มหาวิทยาลัมหาสารคาม.

เจตน์สฤษฎิ์ สังขพันธ์, เก็ตถวา บุญปราการ และวันทนา ไกรฤกษ์. (2558). สภาพปัญหาการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดเทศบาลในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่, 8(2), 48-58.

ถะพอ หล้าเจ. (2554). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการฟังภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยปทุมธานี. 3(1), 99-106.

นัยนา จันตะเสน. (2547). ปัจจัยที่ส่งผลต่อผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการวิจัยการศึกษา). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

นุชนาฏ วรยศศรี. (2544). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตพระนครใต้. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการอุดมศึกษา). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

บุญชม ศรีสะอาด. (2524). รูปแบบของผลการเรียนในโรงเรียน. (วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาการวิจัยและพัฒนาหลักสูตร). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

บุญชม ศรีสะอาด. (2543). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: อภิชาติการพิมพ์.

ประเสริฐ เทพศร. (2536). รูปแบบของตัวแปรที่ส่งผลต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสํานักงานการประถมศึกษาเพชรบูรณ์. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการวิจัยทางการศึกษา). มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ปาจรีย์ วัชชวัลคุ. (2527). อิทธิพลขององค์ประกอบด้านลักษณะของนักเรียน สภาพแวดล้อมทางบ้าน และสภาพแวดล้อมทางโรงเรียนที่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับประถมศึกษาในกรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิธีวิทยาการวิจัยทางการศึกษา). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2540). การวิจัยทางสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: เจริญผลการพิมพ์.

มยุเรศ ใยบัวเทศ. (2558). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยการเรียนรู้ภาษาตามกระบวนการฟังแบบเมตาคอกนิทีฟเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มิญช์มนัส วรรณมหินทร์. (2544). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาร้อยเอ็ด. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการวิจัยทางการศึกษา). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

รัตน์ดาพร ปัจฉิมมา. (2548). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐานชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการวิจัยทางการศึกษา). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

โรงเรียนนายเรือ. (2563). หลักสูตรโรงเรียนนายเรือ (หลักสูตรปรับปรุง) พ.ศ.2563. อัดสำเนา.

ฤดีรัตน์ ชุษณะโชติ. (2559). การศึกษาเชิงเปรียบสาเหตุ: อิทธิพลของการทำกิจกรรมภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนต่อพัฒนาการทางทักษะภาษาอังกฤษของนิสิตปริญญาตรีสาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 37(2), 188-199.

วรรณพรรณ เลิศวัตรกานต์. (2557). การพัฒนาชุดกิจกรรมโดยเน้นงานปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนมารีวิทยา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 7(2), 201-215.

ศรีนวล วรรณสุธี. (2536). รูปแบบองค์ประกอบที่ส่งผลต่อการเรียนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาปีที่ 6 จังหวัดพิษณุโลก. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สุชาติ หอมจันทร์. (2546). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดนครราชสีมา. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการวิจัยการศึกษา). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สุมิตรา อังวัฒนกุล. (2540). วิธีสอนภาษาอังกฤษ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุวิมล อดุลรัตนไพร. (2536). รูปแบบขององค์ประกอบที่ส่งผลต่อผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในจังหวัดนครสวรรค์. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการวัดผลการศึกษา). มหาวิทยาลัยนเรศวร.

อาทิตยา เวียงนิล. (2553). การศึกษาการทำกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในหลักสูตรภาษาอังกฤษ. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อุดมลักษณ์ อุปจันทร์. (2547). ตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับทัศนคติต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวัดธาตุทอง กรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาจิตวิทยาการศึกษา). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

Adnan, A. (2015). Enhancing Students’ Listening Skill through Various Listening Materials. Proceedings of ISELT FBS Uniersitas Negari Padang, 3, 76-83.

Anderson, A. & Lynch, T. (1988). Language Teaching: A Scheme for Teacher Education; Listening. Oxford University Press.

Bloom, B.S. (1976). Human Characteristic and School Learning. New York: McGraw–Hill.

Chen, A. (2009). Listening Strategy Instruction: Exploring Taiwanese College Student’s Strategy Development. Asian EFL Journal, 11(2), 54-58.

Coleman, J. C, and Hammen. (1981). Abnormal Psychology and Life. New York: Bombay.

Doff, A. (1993). Teaching English: A Training Course for Teachers (7th ed). New York: Cambridge University Press.

Hyland, F. (2004). Learning Autonomously: Contextualizing Out-of-Class English Language Learning. Language Awareness, 13(3), 180-202.

National Capital Language Center. (2004). Speaking and Listening Skill. Retrieved from http://www.nclc.org.

Nicolas, L.N. (1988). Teaching Listening Comprehension. English Teaching Forum, 1, 19-22.

Oxford, R.L. (1993). Research on Second Language Leaning Strategies. Annual review of Applied Linguistics, 13, 174-187.

Richard, J. C. (1994). Teaching Foreign Language. Chicago: University of Chicago Press.

Rost, J. (1991). Listening in Action. Prentice Hall.

Rubin, J. (1975). What the “good language learner” can teach us. TESOL quarterly, 41-51.

Sriprom, C. (2011). A study of the English Listening Comprehension Problems for EFL Learners at the Faculty of ICT, Silpakorn University. Master’s Thesis, English for Careers, Language Institute, Thammasat University, Bangkok.

Wanden, A. & Rubin, J. (1978). Learning Strategies in Language Learning. Prentice-Hall International. Macmillan College.

Wipf, J.A. (1984). Strategies for Teaching Second Language Listening Comprehension. Foreign Language Annuals, 17(4), 345-348.

เผยแพร่แล้ว
2020-06-24
การอ้างอิงบทความ