คำแนะนำการตีพิมพ์บทความ

คำแนะนำในการเตรียมบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า Click

  1. วัตถุประสงค์การจัดพิมพ์

            วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ของอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา และบุคคลที่สนใจ และเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทางการวิจัยสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์โดยมุ่งเน้นบทความเกี่ยวกับการศึกษา การพัฒนาประเทศ การทหารและความมั่นคง

  1. กำหนดออก    กำหนดตีพิมพ์ปีละ 1 ฉบับ (มกราคม-ธันวาคม)
  1. ขอบเขตการตีพิมพ์บทความ

            3.1 บทความที่นำเสนอจะต้องมีสาระที่น่าสนใจ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เป็นองค์ความรู้ใหม่ หรือนำเสนอองค์ความรู้เดิมในมุมมองใหม่ ไม่เคยถูกนำไปตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารอื่นใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารอื่นใด ประเภทบทความที่จะรับไว้พิจารณา ได้แก่ บทความวิจัย บทความวิชาการ และบทความปริทัศน์ โดยภาษาของบทความที่ใช้ตีพิมพ์เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

            3.2 ขอบเขตเนื้อหา ได้แก่ สาขาสังคมวิทยา รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ อักษรศาสตร์ และศึกษาศาสตร์

            3.3 บทความที่นำเสนอในแต่ละประเภทมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

                  บทความวิจัย (Research article) เป็นบทความที่นำเสนอผลการดำเนินการวิจัยอย่างเป็นระบบ และได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการวิจัย ประกอบด้วย ชื่อเรื่องและรายละเอียดผู้เขียน และเนื้อหางานวิจัย ซึ่งประกอบไปด้วย บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์การวิจัย สมมติฐานการวิจัย (ถ้ามี) ขอบเขตการวิจัย ทบทวนวรรณกรรม กรอบแนวคิดการวิจัย (ถ้ามี) วิธีดำเนินการวิจัย เครื่องมือในการวิจัย ผลการวิจัย สรุปและอภิปรายผลการวิจัย ข้อเสนอแนะ กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) และเอกสารอ้างอิง ทั้งนี้ผู้เขียนบทความจะต้องกำหนดคำสำคัญ (Keyword) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อย่างละ 3-5 คำ ไว้ท้ายบทคัดย่อแต่ละภาษา 

                  บทความทางวิชาการ (Academic article) เป็นงานเขียนทางวิชาการซึ่งมีการกําหนดประเด็นที่ต้องการอธิบายหรือวิเคราะห์อย่างชัดเจน ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์ประเด็นดังกล่าวตามหลักวิชาการโดยมีการสํารวจวรรณกรรมเพื่อสนับสนุนจนสามารถสรุปผลการวิเคราะห์ในประเด็นนั้นได้ อาจเป็นการนำความรู้จากแหล่งต่าง ๆ มาประมวลร้อยเรียงเพื่อวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ โดยผู้เขียนแสดงทัศนะทางวิชาการของตนไว้อย่างชัดเจนด้วย  บทความทางวิชาการ ประกอบไปด้วย ชื่อเรื่องและรายละเอียดผู้เขียน บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทนำ วัตถุประสงค์ เนื้อหา บทสรุป และเอกสารอ้างอิง ทั้งนี้ผู้เขียนบทความจะต้องกำหนดคำสำคัญ (Keyword) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อย่างละ 3-5 คำ ไว้ท้ายบทคัดย่อแต่ละภาษา

                  บทความปริทัศน์ (Review article) เป็นบทความที่เขียนจากการรวบรวมความรู้ในเรื่องที่น่าสนใจในปัจจุบัน เรื่องใดเรื่องหนึ่งผ่านกระบวนการ วิเคราะห์ สังเคราะห์ เปรียบเทียบ และ/หรือ วิจารณ์ เพื่อให้เกิดเป็นองค์ความรู้ในมุมมองใหม่ ประกอบด้วย ชื่อเรื่องและรายละเอียดผู้เขียน บทนำ เนื้อหา บทวิจารณ์ บทสรุป และเอกสารอ้างอิง

  1. การส่งบทความเพื่อพิจารณาตีพิมพ์

สามารถส่งบทความเป็นไฟล์ word (นามสกุล .doc หรือ .docx) พร้อมกับแนบไฟล์ pdf เพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสาฯ ได้ที่ link

https://www.tci-thaijo.org/index.php/CRMA_HUSO/about/submissions

  1. รูปแบบการส่งบทความ (แบบฟอร์มสำหรับบทความวิจัย) (แบบฟอร์มสำหรับบทความวิชาการ)

            5.1 ต้นฉบับจำนวนหน้าของบทความมีความยาว 12-15 หน้ากระดาษ A4 (รวมรายการอ้างอิง) จัดพิมพ์ด้วยโปรแกรม Microsoft Word 2003 ขึ้นไป โดยแผนภาพ แผนภูมิ ตารางที่ใช้ในบทความ ให้ทำเป็นไฟล์ภาพ (นามสกุล .jpg หรือ .png) โดยท่านสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่นี่ (แบบฟอร์มสำหรับบทความวิจัย click) (แบบฟอร์มสำหรับบทความวิชาการ click)

            5.2 ขนาดกระดาษ ใช้ขนาด A4 พิมพ์แนวตั้ง (Portrait) จัดชิดขอบซ้าย-ขวา แบบกระจายแบบไทย ใส่หมายเลขหน้าทุกหน้าที่มุมด้านบนขวาของกระดาษ โดยตั้งค่าหน้ากระดาษ (Margins) ดังนี้

     ด้านบน (Top) และด้านซ้าย (Left)                   1 นิ้ว (2.54 ซม.)

     ด้านล่าง (Bottom) และด้านขวา (Right)         1 นิ้ว (2.54 ซม.)

     หัวกระดาษและท้ายกระดาษ                             0.5 นิ้ว (1.25 ซม.)

     ระยะห่างระหว่างบรรทัด                                    1.0

     จัดหน้าเป็นแบบ                                                1 คอลัมน์ ย่อหน้า 0.5 นิ้ว

            5.3 รูปแบบตัวอักษรที่กำหนด คือ TH SarabunPSK ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ยกเว้น ตัวอักษรที่เป็นสัญลักษณ์ให้ใช้รูปแบบอักษรเป็น Symbol ขนาด point (pt) ให้มีความสูงเท่ากับตัวอักษรอื่นในบรรทัดนั้น ส่วนตัวเลขให้ใช้เลขอารบิก โดยขนาดตัวอักษรกำหนดดังนี้

ส่วนประกอบ

ขนาดอักษร (พ.)

การจัดตำแหน่ง

ลักษณะอักษร (หัวข้อ)

หมายเหตุ

ชื่อบทความ/Title

ชื่อผู้เขียน/Name (ทุกคน)

บทคัดย่อ/Abstract

คำสำคัญ/Keywords

หัวข้อหลัก (ไม่ระบุตัวเลข)

หัวข้อรอง (ระบุตัวเลข)

เนื้อความทั่วไป

ตารางที่

ภาพที่

เอกสารอ้างอิง

18

16

16

16

16

16

16

14

14

14

ตรงกลาง

ตรงกลาง

ตรงกลาง

ชิดซ้าย

ชิดซ้าย

ชิดซ้าย

ชิดขอบ

ชิดซ้าย

ตรงกลาง

ชิดซ้าย

หนา

หนา

หนา

หนา

หนา

หนา

ปกติ

หนา

หนา

หนา

-บทความจากวิทยานิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของการศึกษา ให้ระบุข้อความไว้ที่เชิงอรรถ (หน้าแรก) เช่น "บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์เรื่อง..." หรือ "บทความนี้ปรับปรุงจากวิทยานิพนธ์เรื่อง..." พร้อมระบุปริญญา สาขาวิชา สถาบัน และปี (12 pt)

-ให้ระบุตำแหน่ง สังกัด จังหวัด รหัสไปรษณีย์ และอีเมลของผู้เขียนทุกคนไว้ที่เชิงอรรถ (หน้าแรก) ระบุทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (12 pt)

- บทคัดย่อผู้เขียนต้องตรวจสอบไวยากรณ์เอง โดยมีคำสำคัญ 3-5 คำ

- ตารางที่ (ระบุไว้ด้านบนตาราง)

- ภาพที่ (ระบุไว้ใต้รูปภาพ/แผนภาพ) พร้อมระบุแหล่งที่มาให้ชัดเจน

 

5.4 เนื้อหาของบทความ ใช้คำศัพท์บัญญัติของราชบัณฑิตยสถาน ประกอบด้วย

บทความวิจัย

บทความวิชาการ

ชื่อเรื่อง พิมพ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไว้ตรงกึ่งกลางหน้ากระดาษ

ชื่อเรื่อง พิมพ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไว้ตรงกึ่งกลางหน้ากระดาษ

ชื่อผู้นิพนธ์ ต้องระบุชื่อ และนามสกุลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษของผู้แต่งทุกคน โดยไม่ต้องใส่คำนำหน้า หรือตำแหน่งหน้าชื่อ และระบุผู้ที่เป็นผู้นิพนธ์หลักโดยใส่เครื่องหมายดอกจันทร์ (*) ไว้ท้ายนามสกุล

ชื่อผู้นิพนธ์ ต้องระบุชื่อ และนามสกุลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษของผู้แต่งทุกคน โดยไม่ต้องใส่คำนำหน้า หรือตำแหน่งหน้าชื่อ และระบุผู้ที่เป็นผู้นิพนธ์หลักโดยใส่เครื่องหมายดอกจันทร์ (*) ไว้ท้ายนามสกุล

สังกัด (ทำเป็นเชิงอรรถ) ให้ระบุสังกัดและสถานที่ติดต่อโดยละเอียดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น สาขาวิชาบริหารการศึกษา ภาควิชานโยบาย การจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Educational Administration, Department of Educational Policy Management and Leadership, Faculty of Education, Chulalongkorn University, Wang Mai, Pathumwan, Bangkok, 10330 Thailand

สังกัด (ทำเป็นเชิงอรรถ) ให้ระบุสังกัดและสถานที่ติดต่อโดยละเอียดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น สาขาวิชาบริหารการศึกษา ภาควิชานโยบาย การจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Educational Administration, Department of Educational Policy Management and Leadership, Faculty of Education, Chulalongkorn University, Wang Mai, Pathumwan, Bangkok, 10330 Thailand

อีเมลผู้ประสานงานหลัก (ทำเป็นเชิงอรรถ) ให้ระบุต่อท้ายสังกัดเฉพาะของผู้ประสานงานหลักเท่านั้น ดังนี้ Corresponding author, E-mail: journal_huso@crma.ac.th

อีเมลผู้ประสานงานหลัก (ทำเป็นเชิงอรรถ) ให้ระบุต่อท้ายสังกัดเฉพาะของผู้ประสานงานหลักเท่านั้น ดังนี้ Corresponding author, E-mail: journal_huso@crma.ac.th

บทคัดย่อ (Abstract) จะต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวนคำไม่เกิน 300 คำ ผู้เขียนต้องตรวจสอบความถูกต้องทางไวยากรณ์และการใช้ภาษาของบทคัดย่อเอง และต้องมีคำสำคัญ จำนวน 3-5 คำ

บทคัดย่อ (Abstract) จะต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวนคำไม่เกิน 300 คำ ผู้เขียนต้องตรวจสอบความถูกต้องทางไวยากรณ์และการใช้ภาษาของบทคัดย่อเอง และต้องมีคำสำคัญ จำนวน 3-5 คำ

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา นำเสนอที่มา ปัญหา แนวคิดหรือความจำเป็นในการทำวิจัย กล่าวถึงสถานะของปัญหาวิจัยหรือประเด็นสำคัญที่ต้องการนำเสนอ เป็นการเชื้อเชิญให้ผู้อ่านอยากที่จะอ่าน

บทนำ เกริ่นถึงประเด็นสำคัญที่ต้องการนำเสนออย่างชัดเจน เป็นการเชื้อเชิญให้ผู้อ่านอยากที่จะอ่าน

วัตถุประสงค์การวิจัย มีความชัดเจน วัดได้สอดคล้องกับเรื่องที่ศึกษา

วัตถุประสงค์ มีความชัดเจน วัดได้สอดคล้องกับเรื่องที่ศึกษา

วิธีดำเนินการวิจัย ให้อธิบายระเบียบวิธีวิจัย การออกแบบการวิจัย ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย เครื่องมือในการวิจัย การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวิจัย และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้ได้คำตอบตามวัตถุประสงค์และเพื่อให้งานวิจัยน่าเชื่อถือ

เนื้อเรื่อง มีการเรียบเรียงเนื้อหาได้เข้าใจ มีการวิเคราะห์ประเด็นที่นำเสนอตามหลักวิชาการอย่างถูกต้อง โดยมีการสำรวจวรรณกรรมเพื่อสนับสนุนจนสามารถสรุปผลการวิเคราะห์ในประเด็นนั้นได้ และผู้เขียนแสดงทัศนะทางวิชาการของตนไว้อย่างชัดเจนด้วย

ผลการวิจัย สรุปและแสดงผลการวิจัย ควรลำดับให้สอดคล้องกับวิธีดำเนินการวิจัยและตอบวัตถุประสงค์การวิจัย

บทสรุป มีการสรุปที่กระชับและสอดคล้องกับเนื้อหาและประเด็นที่ต้องการนำเสนอทั้งหมด และตรงตามวัตถุประสงค์

สรุปและอภิปรายผลการวิจัย สรุปผลการวิจัยและเสนอประเด็นสำคัญที่ค้นพบในงานวิจัย การอภิปรายมักมีการเปรียบเทียบ และอาจมีข้อจำกัดของการวิจัย

กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) ให้กล่าวถึงหน่วยงานที่ให้ทุนในการสนับสนุนเท่านั้น

ข้อเสนอแนะ เป็นข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้หรือไปปฏิบัติ

เอกสารอ้างอิง ให้ใช้การอ้างอิงในเนื้อหาระบบนาม-ปี และมีการเขียนรายการอ้างอิงท้ายบทความ โดยใช้รูปแบบ APA 6th edition

กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) ให้กล่าวถึงหน่วยงานที่ให้ทุนในการสนับสนุนเท่านั้น

 

เอกสารอ้างอิง ให้ใช้การอ้างอิงในเนื้อหาระบบนาม-ปี และมีการเขียนรายการอ้างอิงท้ายบทความ โดยใช้รูปแบบ APA 6th edition

 

หมายเหตุ: สำหรับภาษาอังกฤษที่ใช้ในเนื้อความให้ขึ้นต้นคำด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ยกเว้น article และ preposition

5.5 การเขียนเอกสารอ้างอิง

     ใช้การอ้างอิงในเนื้อหาระบบนาม-ปี และมีการเขียนรายการอ้างอิงท้ายบทความ โดยใช้รูปแบบ American Psychological Association (APA 6th edition) โดยรายการอ้างอิงที่นำมาใช้ต้องมีอายุไม่เกิน 10 ปี (ยกเว้น การอ้างอิงทฤษฎี กฎหรือสูตร) โดยจำนวนรายการอ้างอิงต้องไม่เกิน 20 เรื่อง เท่านั้น

การพิมพ์อ้างอิงที่แทรกในเนื้อหาของบทความ (In-text Citation) ให้ใช้การอ้างอิงแบบนาม-ปี โดยระบุชื่อผู้แต่งและปีพิมพ์ และ/หรือเลขหน้าของเอกสาร ไว้ข้างหน้าหรือข้างท้ายข้อความที่ต้องการอ้าง ตัวอย่างเช่น

     อารีย์วรรณ สุทธิพงศ์พันธ์ (2563, น. 81) หรือ (อารีย์วรรณ สุทธิพงศ์พันธ์, 2563, น. 81)

     Yamane (1973, pp. 885-886) หรือ (Yamane, 1973, pp. 885-886)

     ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ (2563, น. 126-141) หรือ (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ, 2563, น. 126-141)

     Kate, William, and Domon (2020, p. 123) หรือ (Kate, William, & Domon, 2020, p. 123)

สำหรับการอ้างอิงการสื่อสารแบบไม่เป็นทางการ เช่น จดหมายส่วนตัว อีเมลล์ สัมภาษณ์ บทสนทนาทางโทรศัพท์กลุ่มสนทนา กระดานสนทนา เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ไม่มีข้อมูลให้สืบค้นได้ทั่วไป จึงไม่รวมอยู่ในรายการเอกสารอ้างอิง ให้อ้างไว้ในส่วนการอ้างอิงในเนื้อหาเท่านั้น ดังตัวอย่าง

     อารีย์วรรณ สุทธิพงศ์พันธ์ (การสื่อสารส่วนบุคคล, 25 ธันวาคม 2563)

     (อารีย์วรรณ สุทธิพงศ์พันธ์, การสื่อสารส่วนบุคคล, 25 ธันวาคม 2563)

     T. K. Lutes (personal communication, April 13, 2020)

     (T. K. Lutes, personal communication, April 13, 2020)

การพิมพ์เอกสารอ้างอิงท้ายบทความ (References) ให้ใช้หัวข้อ “เอกสารอ้างอิง” หรือ “References” เรียงลำดับตามอักษรชื่อผู้เขียน โดยทุกลำดับจะต้องมีการอ้างอิงหรือกล่าวถึงในบทความ และผู้เขียนต้องรับผิดชอบความถูกต้องของเอกสารที่นำมาอ้างอิง โดยให้จัดพิมพ์ตามรูปแบบการเขียนบรรณานุกรมแบบ American Psychological Association (APA 6th edition)

ถ้ารายละเอียดของเอกสารอ้างอิงมีความยาวมากกว่าหนึ่งบรรทัดให้พิมพ์ต่อบรรทัดถัดไปโดยย่อหน้า (โดยเว้นระยะ 7 ช่วงตัวอักษรหรือเริ่มพิมพ์ช่วงตัวอักษรที่ 8)

การจัดพิมพ์เอกสารอ้างอิงท้ายบทความจะแตกต่างกันตามชนิดของเอกสารที่นำมาอ้างอิง โดยให้จัดพิมพ์ตามรูปแบบการเขียนบรรณานุกรมแบบ APA 6th edition ดังนี้

หนังสือ

ชื่อผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อเรื่อง/ครั้งที่พิมพ์ (ถ้ามี) (พิมพ์ครั้งที่ 2 เป็นต้นไป). /เมืองที่พิมพ์:/สำนักพิมพ์.

บุญเรียง ขจรศิลป์. (2539). วิธีวิจัย ทางการศึกษา Educational Research Methodology (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ:
ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Kother, P., & Gary, A. (2003). Principles of Marketing (9th ed.). Boston: McGraw-Hill.

 

วารสาร

ชื่อ/ชื่อสกุลผู้เขียนบทความ./(ปีพิมพ์)./ชื่อบทความ./ชื่อวารสาร,/ปีที่(ฉบับที่),/หน้าแรก-หน้าสุดท้าย.

อารีย์วรรณ สุทธิพงศ์พันธ์. (2563). การพัฒนาหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสหวิทยาการพัฒนาเพื่อความมั่นคง โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า. วารสารสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ, 11(1), 75-89.

Doran, K. (1996). Unified Disparity: Theory and Practice of Union Listing. Computer in Libraries, 16(1), 39-42.

 

เอกสารประกอบการประชุมทางวิชาการ/หนังสือรวมบทความวิชาการ

ชื่อผู้เขียน./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อบทความหรือชื่อตอน./ใน/ชื่อเอกสารรายงานการประชุม,/วัน เดือน ปี ที่จัด./สถานที่พิมพ์:/ชื่อสำนักพิมพ์หรือผู้จัดพิมพ์.

ศุภฤกษ์ มณีลาภ พุธิตา สีสังข์ มนธยา จูบุญส่ง วนัสนันท์ มีเวชสม ภูนิสตา ปานเจริญ ภัทรียา จินดากุล และธราภรณ์ สาระสุข. (2561). พฤติกรรมการออมของนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ การเรียนรู้เชิงรุก ครั้งที่ 6, 26-27 มีนาคม 2561. นครศรีธรรมราช : มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์.

Dakaheng, R., Kongnakon, W. & Laodee, P. (2012). The Usage of Protozoa for Water Quality Monitoring in Lumpaya Sub district, Muang District, Yala Province. The 12nd KU-KPS Conference, December 6-7, 2012. Bangkok: Kasetsart University.

 

ปริญญานิพนธ์หรือวิทยานิพนธ์หรือสารนิพนธ์

ชื่อผู้เขียน./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อเรื่อง/(ชื่อปริญญามหาบัณฑิตหรือปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขา). ชื่อมหาวิทยาลัย, สถาที่พิมพ์.

อารีย์วรรณ สุทธิพงศ์พันธ์. (2561). กลยุทธ์การบริหารวิชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าตามแนวคิดคุณลักษณะความเป็นผู้นำทางทหารและความมั่นคงของชาติในศตวรรษที่ 21 (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Nickels, D. W. (2005). The relationship between IT-business alignment and organizational culture: An exploratory study (Doctoral dissertation). University of Memphis, USA.

 

แหล่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์

ข้อมูลจากเว็บไซต์

ผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อเรื่อง./doi: เลขที่ หรือ สืบค้นจาก/Retrieved from. ชื่อเว็บไซต์ URL

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์. (2563). 5 คำถามและ 4 โจทย์ว่าด้วยการสนทนาเรื่อง “ความปกติใหม่” ใน “โลกหลังโควิด.” สืบค้นจาก https://tdri.or.th/2020/04/new-normal-in-post-covid-world/

Wang, H., Kondi, L. P., & Ci, S. (2009). 4G wireless video communications. doi: 10.1002/9780470745168

Zafarani, R., Abbasi, M.A., & Liu, H. (2014). Social media mining: An introduction. Retrieved from http://dmml.asu.edu/smm/

บทความจากวารสารออนไลน์

ผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อบทความ./ชื่อวารสาร./ปีที่(ฉบับที่),/หน้า(ถ้ามี)./ doi: เลขที่ หรือ สืบค้นจาก/Retrieved from. ชื่อเว็บไซต์ URL

อารีย์วรรณ สุทธิพงศ์พันธ์. (2563). การรับรู้ ทัศนคติ และแนวทางการปฏิบัติของนักเรียนนายร้อยต่อแนวคิดประเทศไทย 4.0. วารสารสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ, 10(1), 37-51. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ndsijournal/article/view/188060/backreport.htm

Hallinger, P., Piyaman, P., & Viseshsiri, P. (2017). Assessing the effects of Learning-Centered Leadership on Teacher Professional Learning in Thailand. Teaching and Teacher Education, 67, 464-476. doi: 10.1016/j.tate.2017.07.008

ข้อมูลจาก Social Media

ผู้แต่ง./(ปี, วันที่ เดือน)./เรื่องที่โพสต์./[ประเภทของโพสต์]. Social media. ชื่อเว็บไซต์ URL

ยศวีร์ สายฟ้า. (2563, 25 เมษายน). Life Education Thailand: FamSkool Live Vol.2 Home Based Learning (HBL). [วิดีโอ]. Facebook. https://bit.ly/2Xi9Yl4

The Standard. (2020, May 29). หลังโควิด-19 สมดุลแห่งอำนาจของโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร [Video file]. Retrieved from https://www.youtube.com/watch?reload=9&v=Qs9fM6N9xqM&feature=youtu.be

หมายเหตุ

เรื่องที่โพสต์ 20 คำแรกของโพสต์ ห้ามเปลี่ยนแปลงตัวอักษร สัญลักษณ์ (ตัวใหญ่, hashtags, link, emoji)

Social media เช่น Facebook, Instagram, Twitter ส่วนประเภทของโพสต์ เช่น Status update, วิดีโอ, รูปภาพ