การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551
คำสำคัญ:
ผู้ถูกดำเนินคดี, กฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์, วิธีพิจารณาความอาญา, วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์บทคัดย่อ
ประเทศไทยกำหนดให้ความผิดฐานค้ามนุษย์เป็นคดีพิเศษ และมีนโยบายในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวดเพื่อปราบปรามการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์และช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ และด้วยลักษณะของการกระทำความผิดของคดีค้ามนุษย์ที่เป็นความผิดร้ายแรงและมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ อีกทั้งการค้ามนุษย์เป็นปัญหาที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชน เป็นอันตรายต่อเสถียรภาพความมั่นคงทางสังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ หากไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน นอกจากจะส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคงของรัฐแล้ว ยังส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางทั้งในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศอีกด้วย ดังนั้น เพื่อให้การป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ดําเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและคดีความที่เกี่ยวข้องทั้งหลายได้รับการพิจารณา พิพากษาอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายวิธีพิจารณาคดีที่มีลักษณะเฉพาะขึ้นใช้บังคับ ด้วยเหตุดังกล่าวจึงได้มีพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559 ขึ้น แต่พระราชบัญญัติดังกล่าวมีรายละเอียดแตกต่างจากกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของประเทศไทยที่มีหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ถูกกล่าวหาหรือของจำเลยไว้ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐในการให้ความคุ้มครองผู้ถูกกล่าวหาในฐานะประชาชน ไม่ว่าประชาชนนั้นจะอยู่ในสถานะเป็น “ผู้เสียหาย” หรือ “ผู้ถูกดำเนินคดี” ก็ตาม หลักการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์นั้นหากพิจารณาในด้านหนึ่งอาจเป็นการปราบปรามการกระทำความผิดค้ามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่หากพิจารณาอีกด้านหนึ่งอาจเป็นการกระทบต่อสิทธิของผู้ถูกดำเนินคดีได้ ซึ่งรัฐเองก็มีหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน