ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดการน้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและการมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำและอนุรักษ์น้ำของชุมชนคลองส่งน้ำดิบในบริเวณพื้นที่เขตอนุรักษ์และจุดรับน้ำดิบสำแล
คำสำคัญ:
ปัจจัย, การจัดการน้ำและการอนุรักษ์น้ำ, การมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำและการอนุรักษ์น้ำบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อสำรวจปัจจัยส่วนบุคคล ความรู้ความเข้าใจ ทัศนคติ และพฤติกรรม และการมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ (2) เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลที่แตกต่างกัน กับ การมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และ (3) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในบริเวณพื้นที่เขตอนุรักษ์และจุดรับน้ำดิบสำแล กลุ่มตัวอย่างคือ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่เขตอนุรักษ์และจุดรับน้ำดิบสำแล ตัวอย่างจำนวน 1,000 คน สถิติที่ใช้ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา สถิติ t-test, วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และสมการความถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า (1) ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีสถานภาพสมรส อายุอยู่ในช่วง 45-54 ปี อาชีพหลักเป็นพนักงานเอกชน มีการศึกษาระดับประถมศึกษา มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน จำนวนเงิน 10,001-30,000 บาท จำนวนคนในครัวเรือน 4-6 คน และระยะเวลาอาศัยอยู่ในพื้นที่ 16 ปีขึ้นไป ความคิดเห็นของตัวอย่างต่อความรู้ความเข้าใจ ทัศนคติ และพฤติกรรม และการมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับความสำคัญมาก 2) ปัจจัยส่วนบุคคลด้าน อายุ อาชีพ ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน จำนวนคนในครัวเรือน และระยะเวลาอาศัยในพื้นที่ ที่แตกต่างกัน มีการมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในชุมชน แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ปัจจัยด้านความรู้ความเข้าใจทัศนคติ และ พฤติกรรมเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรน้ำ มีอิทธิพลต่อการจัดการทรัพยากรน้ำในบริเวณพื้นที่เขตอนุรักษ์และจุดรับน้ำดิบสำแล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05