การเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลง เซปเทมเบอร์อินเดอะเรน สำหรับวงแจ๊สออกเท็ต
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาค้นคว้าอิสระเรื่อง การเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลง เซปเทมเบอร์อินเดอะเรน สำหรับวงแจ๊สออกเท็ต มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลง เซปเทมเบอร์อินเดอะเรน ขึ้นมาใหม่โดยใช้แนวคิดและวิธีการเรียบเรียงเสียงประสานในรูปแบบต่าง ๆ มีความยาว 4.30 นาที ทำการเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก และยูทูบเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2565 การเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลง เซปเทมเบอร์อินเดอะเรน สําหรับวงแจ๊สออกเท็ต ถ่ายทอดออกมาภายใต้แนวคิดของความสมดุลระหว่างสิ่งที่ผู้ฟังคาดเดาได้ ซึ่งก็คือแนวทำนองหลักจากต้นแบบ และสิ่งคาดเดาไม่ได้ต่าง ๆ เช่นการดัดแปลงลักษณะจังหวะให้เกิดความรู้สึกขัด รวมไปถึงการปรับอัตราความเร็วจังหวะที่สอดคล้องกับอารมณ์ในแต่ละช่วง ร่วมไปกับการวางเสียงประสานโดยใช้วิธีที่หลากหลาย เช่น การวางแนวเสียงประสานแบบดรอป 2 การใช้คอร์ดคู่สี่และห้าเรียงซ้อน การวางแนวเสียงแบบไลน์ไรติง เป็นต้น โดยจัดการกับวิธีการดังกล่าวให้สอดรับกับทำนองส่งผลให้ดนตรีมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันตลอดทั้งบทเพลง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารฟ้าเหนือระบบ ThaiJO2 ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารฟ้าเหนือระบบ ThaiJO2 ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารฟ้าเหนือระบบ ThaiJO2 หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ หรือเพื่อกระทำการใดๆจะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารฟ้าเหนือระบบ ThaiJO2 ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ธีรัช เลาห์วีระพานิช. (2564). แจ๊ส: สุนทรียภาพแห่งเสียงเสรี. สำนักพิมพ์พัชรดาว์.
Aebersold, J. (Ed.). (1987). Round Midnight: Timeless Jazz Classics. Jamey Aebersold Jazz.
Coker, J. (1998). A Guide to Jazz Composition & Arranging. Advance Music.
Hoenig, A., & Weidenmueller, J. (2011). Metric Modulations. Mel Bay Publications.
Lowell, D., & Pullig, K. (2003). Arranging fot Large Jazz Ensemble. Berklee Press.
Rutherford, P. (2008). Basics in Jazz Arranging. Hal Leonard.