การพัฒนาทักษะการพูดแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของเยาวชนใน ชุมชนหมู่บ้านดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย การพัฒนาทักษะการพูดแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของเยาวชนในชุมชน หมู่บ้านดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการพูดแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของเยาวชนในชุมชนหมู่บ้านนดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และเพื่อสำรวจความพึงพอใจต่อการพัฒนาทักษะการพูดแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของเยาวชนในชุมชนหมู่บ้านดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ประชากรของการวิจัย คือเยาวชนในชุมชนบ้านดอยช้างที่กำลังศึกษาในโรงเรียนบ้านดอยช้าง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 70 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ เยาวชนในชุมชนบ้านดอยช้างที่กำลังศึกษาในโรงเรียนบ้านดอยช้าง ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 20 คน โดยวิธีการสุ่มแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่แบบประเมินผลการพูดเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการพูดก่อนและหลังการพัฒนา และแบบสำรวจความพึงพอใจต่อการพัฒนาทักษะการพูดแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของเยาวชนในชุมชนหมู่บ้านดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย จากนั้นดำเนินการอบรมให้ความรู้เรื่องการพูดแนะนำ แล้วทำการทดสอบหลังการพัฒนาโดยใช้แบบประเมินผลการพูดเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการพูด นำคะแนนที่ได้จากการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการพูดมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ( X ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าเฉลี่ยร้อยละ แล้วให้กลุ่มเยาวชนทำแบบสำรวจความพึงพอใจตอ่ การพัฒนาทักษะการพูดแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของเยาวชนในชุมชนหมู่บ้านดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงรายผลการศึกษาพบว่า เยาวชนในชุมชนหมู่บ้านดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวยจังหวัดเชียงรายมีผลสัมฤทธิ์หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการพูดแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในชุมชนบ้านดอยช้างสูงขึ้นจากเดิม โดยมีคะแนนพัฒนาการเฉลี่ยเท่ากับ 6.30วิเคราะห์ด้วยสถิติที (t – test) และได้ค่าที (t – test) เท่ากับ 16.1 แสดงว่าผลสัมฤทธิ์หลังพัฒนาทักษะการพูดแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสูงกว่าก่อนพัฒนาทักษะการพูดแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และเยาวชนมีความพึงพอใจต่อการพัฒนาทักษะการพูดแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของเยาวชนในชุมชนหมู่บ้านดอยช้าง ตำบลวาวีอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.77 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.37
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารฟ้าเหนือระบบ ThaiJO2 ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารฟ้าเหนือระบบ ThaiJO2 ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารฟ้าเหนือระบบ ThaiJO2 หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ หรือเพื่อกระทำการใดๆจะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารฟ้าเหนือระบบ ThaiJO2 ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์. (2548). พูดได้ พูดเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 20). กรุงเทพฯ : ฟาร์โกล๊บ.
พงศกร สมมิตร.(2552). การพัฒนาทักษะการพูดสุนทรพจน์ของนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านการพูด โดยใช้กระบวนการค่ายอัจฉริยะนักพูด. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่.
พิชญา สกุลวิทย์. (2551). การพัฒนาทักษะการฟัง การดู และการพูดภาษาไทยของนักเรียน ช่วงชั้นที่ 2 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่.
วิรัช ลภิรัตนกุล. (2543). วาทนิเทศและวาทศิลป์ หลักทฤษฎีและวิธีปฏิบัติยุคสหัสวรรษใหม่. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สนิท สัตโยภาส. (2538). พฤติกรรมการสอนภาษาไทยในระดับมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ : คุรุสภา.
สมชาติ กิจยรรยง. (2555). ศิลปะการพูดสำหรับผู้นำ. กรุงเทพฯ : เอ๊กซเปอร์เน็ท.
สมชาย วงศ์เพชรศรี. (2547). การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยแบบร่วมมือกัน เรื่อง การพูด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต).มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. มหาสารคาม.
สมิต สัชฌุกร. (2547). การพูดต่อชุมนุมชน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สายธาร.
. (2552). การพูดต่อชุมนุมชน. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สายธาร.
สวัสดิ์ บันเทิงสุข. (2537). เทคนิคการพูด. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ฉับแกระ.