การจัดการตนเองและการจัดการภายในครอบครัวของครูสตรีมุสลิมสมรส ที่นำไปสู่ครอบครัวอบอุ่น: กรณีศึกษาจังหวัดยะลา

ผู้แต่ง

  • นัชชิมา บาเกาะ นิสิตปริญญาเอก สาขาวิชาการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ประยุกต์ สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • ดุษฎี โยเหลา รองศาสตราจารยประจำสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • วิชุดา กิจธรธรรม อาจารย์ประจําสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • ฐาศุกร์ จันประเสริฐ อาจารย์ประจําสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

คำสำคัญ:

ครอบครัวอบอุ่น, การจัดการตนเอง, การจัดการภายในครอบครัว, ครูสตรีมุสลิมสมรส

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพแบบรายกรณีศึกษา (Case Study) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหมาย องค์ประกอบของครอบครัวอบอุ่นตามการรับรู้ของครูสตรีมุสลิมสมรส และเพื่อศึกษาเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการจัดการตนเองและการจัดการภายในครอบครัวของครูสตรีมุสลิมสมรสที่นำไปสู่ครอบครัวอบอุ่น คัดเลือกผู้ให้ข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจง เป็นบุคคลที่ประกอบอาชีพครู มีบุตรและใช้ชีวิตครอบครัวไม่ต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 3 คน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หนึ่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

            ผลการวิจัยพบว่า ครอบครัวอบอุ่นตามการรับรู้ของครูสตรีมุสลิมสมรส คือ ครอบครัวที่อยู่บนพื้นฐานของอิสลาม มีวิถีการดำเนินชีวิตตามศาสนาอิสลามได้กำหนดไว้ และองค์ประกอบของครอบครัวอบอุ่นประกอบด้วย 2 ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้สึกที่มีต่อครอบครัว และด้านการแสดงออกทางพฤติกรรม อันได้แก่ การมีบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน การใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว การสื่อสารในครอบครัว การปลูกฝังเรื่องศาสนา การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว การแสดงความรักในครอบครัว และการมีจิตช่วยเหลือสังคม

เงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการจัดการตนเองของครูสตรีมุสลิมสมรสที่นำไปสู่ครอบครัวอบอุ่น เกิดจากสาเหตุภายในบุคคลที่มีลักษณะนิสัยเป็นผู้นำ และมีวินัยในตนเอง และเกิดจากสาเหตุภายนอกบุคคล อันได้แก่ การได้รับแบบอย่างจากบุคคลในครอบครัว การมีบทบาทหน้าที่ในวัยเด็กและการจัดการเวลาได้ดี สำหรับเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการจัดการภายในครอบครัว เกิดจากสาเหตุภายในบุคคลที่มีลักษณะของความเป็นผู้นำ และมีวินัยในตนเอง และเกิดจากสาเหตุภายนอกบุคคล อันได้แก่ มีการวางแผนชีวิตครอบครัว การปรับตัว การแก้ปัญหาด้วยศาสนา วิธีการอบรมเลี้ยงดูบุตร มีหลักการใช้ชีวิตครอบครัว และจัดการเวลาได้ดี

เอกสารอ้างอิง

เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. 2550. ใครว่าไม่มีเวลา ชนะเวลาได้ด้วยการบริหาร. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: ซัคเซส มีเดีย.

ชาย โพธิสิตา. 2548. ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัยเชิงคุณภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งฯ.

มัสลัน มาหะมะ. 2552. แต่งงานง่าย ซินายาก. มูลนิธิเพื่อการศึกษาและการพัฒนาสังคม.รัตนา จันทร์เทาว์ และ วงศ์ภินันท์วัฒนา. 2547. การศึกษาพฤติกรรมการสื่อสารในครอบครัวเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวชนบทอีสาน. รายงานการวิจัย. คณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สถาบันดำรงราชานุภาพ. 2553. การบริหารเวลา (Time Management): เอกสารความรู้ สดร.ลำดับที่ 17 ปีงบประมาณ 2553. กรุงทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย. หน้า 3-5.

สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. 2547. นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2547-2556. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ.

Curtin, R.B., Mapes, D., Schatell, D., & Burrows-Hudson, S. (2003). Self-management in patients with end stage renal disease: Exploring domains and dimensions. NephrologyNursing Journal. 32 (4). 389-395.

Kristin A.Moore. et al. 2002. Preliminary Research on Family Strengths. Baltimore. Maryland.

Maria Krysan et al. 1990. Identifying Successful Families: An Overview of Constructs and
Selected Measures. U.S.Department of Health and Human Services Assistant ecretary for Planning and Evaluation.

มัสลัน มาหะมะ. 2550. อิสลามวิถีแห่งชีวิต. สืบค้นเมื่อ 9 ตุลาคม 2554, จาก
http://www.islammore.com/main/content.php?page=sub&category=47&id=1004

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-04-17

รูปแบบการอ้างอิง

บาเกาะ น., โยเหลา ด., กิจธรธรรม ว., & จันประเสริฐ ฐ. (2018). การจัดการตนเองและการจัดการภายในครอบครัวของครูสตรีมุสลิมสมรส ที่นำไปสู่ครอบครัวอบอุ่น: กรณีศึกษาจังหวัดยะลา. วารสาร อัล-ฮิกมะฮฺ, 3(6), 61–73. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/HIKMAH/article/view/114986