The Role of NGOs in the Transformation of Ethnic Tourism in Northern Thailand: A Case Study of the Mirror Foundation, Chiang Rai, Thailand

ผู้แต่ง

  • ฺNatanuj Vanichkul 0868098890
  • Sidney Jhingran มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

คำสำคัญ:

องค์กรที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐ (NGOs), การเปลี่ยนแปลงของการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์, มูลนิธิกระจกเงา

บทคัดย่อ

ชาวเขาหรือชนกลุ่มน้อยทางภาคเหนือของประเทศไทย บางครั้งถูกเรียกว่าเป็นคนชายขอบในแง่มุมที่คนกลุ่มนี้ขาดอำนาจการต่อรอง ขาดการศึกษา ขาดเครื่องมือเข้าถึงอำนาจ ถูกกีดกันออกจากระบบการต่อรองอำนาจและการจัดสรรทรัพยากร อำนาจและความมั่งคั่งในสังคม ในขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นธุรกิจที่นำรายได้มาสู่ประเทศเป็นจำนวนมาก ชาวเขาในภาคเหนือของประเทศไทยถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ แต่ผลประโยชน์รวมถึงรายได้ส่วนใหญ่ตกอยู่กับผู้ประกอบการ โดยที่ชาวเขาเองกลับได้รับผลประโยชน์เพียงน้อยนิดเท่านั้น ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงทั้งในทางสถานะและในเชิงโครงสร้างของการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างเร่งด่วน ซึ่งองค์กรที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐ (NGOs) เป็นอีกภาคส่วนหนึ่งที่สามารถจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนี้ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการ 1) ประเมินสถานะและโครงสร้างของการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ในภาคเหนือของประเทศไทย 2) ระบุขอบเขตของการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง 3) วิเคราะห์บทบาทของมูลนิธิกระจกเงาในฐานะที่เป็นองค์กรที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐในการเปลี่ยนแปลงการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ 4) สรุปบทบาทขององค์กรที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 ที่กำหนดโดยสหประชาชาติ งานวิจัยชิ้นนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิกระจกเงาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์จำนวน 8 คนและทำการสังเกตแบบมีส่วนร่วมที่มูลนิธิกระจกเงาและชุมชนภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิกระจกเงาจำนวน 4 แห่งในจังหวัดเชียงราย ใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์แก่นสาร (thematic analysis) เพื่อหาความหมาย จัดหมวดหมู่และตีความข้อมูล ผลการวิจัยสรุปได้ว่าสถานะและโครงสร้างของการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ในภาคเหนือของประเทศไทยอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ไม่สมดุลในหลายด้าน อาทิ ในเชิงธุรกิจ ชาวเขาได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อย แต่ผู้ประกอบการได้รับผลประโยชน์ส่วนใหญ่ ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ทั้งในเชิงนโยบาย (policy) ธุรกิจ (business) และแบบแผนการบริโภค (consumption) จึงเป็นสิ่งจำเป็น มูลนิธิกระจกเงาในฐานะที่เป็นองค์กรที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐสามารถที่จะมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ในภาคเหนือของประเทศไทยใน 3 ด้าน ได้แก่ การเป็นผู้ดำเนินการเปลี่ยนแปลง (implementer) การเป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (catalyst) และการเป็นผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง (partner) ทั้งในเชิงนโยบาย ธุรกิจและแบบแผนการบริโภค ซึ่งจะสามารถพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

Bernard, H. R. 2006. Research Methods in Anthropology. Lanham, MD: Altamira Press.
Bread for the World. 2017. Transforming Tourism: Tourism in the 2030 Agenda. Retrieved October 10, 2017, from https://www.transforming-tourism.org/towards-the-transformation-of-tourism.html.
Bread for the World. 2017. Berlin Declaration on “Transforming Tourism”. Retrieved October 10, 2017, from www.transforming-tourism.org/fileadmin/baukaesten/sdg/downloads/Berlin_Declaration.pdf._
Lewis, D. & Kanji, N. 2009. Non-Governmental Organizations and Development. NY: Routledge.
UNWTO. 2017. UNWTO Tourism Highlights: 2017 edition. Madrid, Spain: the World Tourism Organization (UNWTO).
Walters, T. 2016. Research Note: Using Thematic Analysis in Tourism Research. Tourism Analysis, 21, 107–116.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-06-25

รูปแบบการอ้างอิง

Vanichkul ฺ., & Jhingran, S. (2019). The Role of NGOs in the Transformation of Ethnic Tourism in Northern Thailand: A Case Study of the Mirror Foundation, Chiang Rai, Thailand. วารสาร อัล-ฮิกมะฮฺ, 9(17), 173–183. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/HIKMAH/article/view/149235