บทความ ลดพฤติกรรมการไม่อยู่นิ่งของนักเรียนออทิสติก ในขณะ จัดการเรียนรู้กิจกรรมร้อยลูกปัด โดยการเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกรของนักเรียน หน่วยบริการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 3 จังหวัดสงขลา
คำสำคัญ:
พฤติกรรมการไม่อยู่นิ่งในชั้นเรียน,, การจัดกิจกรรมการร้อยลูกปัด, การเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกร, ศูนย์การศึกษาพิเศษ, หน่วยบริการ, เด็กออทิสติกบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการลดพฤติกรรม การไม่อยู่นิ่งในชั้นเรียนของนักเรียนออทิสติก โดยการจัดการเรียนรู้กิจกรรมการร้อยลูกปัด โดยการเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกร 2) เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการไม่อยู่นิ่งในชั้นเรียนของนักเรียนออทิสติก ระหว่างก่อนและหลัง จัดการเรียนรู้กิจกรรมการร้อยลูกปัด โดยการเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกร กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชาย - หญิง ที่เป็นบุคคลออทิสติก อายุ 7–10 ปี กำลังศึกษาอยู่ในชั้นเตรียมความพร้อม จำนวน 10 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 หน่วยบริการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 3 จังหวัดสงขลา เขต 3 ประกอบด้วยหน่วยบริการเทพา หน่วยบริการสะบ้าย้อย หน่วยบริการนาทวี หน่วยบริการนาหม่อมและหน่วยบริการสะเดา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบสังเกตและบันทึกพฤติกรรมไม่อยู่นิ่งในชั้นเรียนแบบช่วงเวลา 2) แผนการสอนเฉพาะบุคคล เรื่องการร้อยลูกปัด 3) แบบสำรวจสิ่งของที่ใช้แลกกับเบี้ยอรรถกร สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) ใช้สูตร IOC และการหาค่าความเที่ยงระหว่างผู้สังเกต 2 คน โดยใช้ค่าความเที่ยงระหว่างผู้สังเกต (IOR)
ผลการวิจัยพบว่า 1) เพื่อศึกษาการลดพฤติกรรม การไม่อยู่นิ่งในชั้นเรียนของนักเรียนออทิสติกโดยการจัดการเรียนรู้กิจกรรมการร้อยลูกปัด โดยการเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกร โดยพบว่า พฤติกรรมไม่อยู่นิ่งในชั้นเรียนขณะจัดการเรียนรู้กิจกรรมการร้อยลูกปัดของนักเรียนออทิสติกลดลง2) เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการไม่อยู่นิ่งในชั้นเรียนของนักเรียนออทิสติกระหว่างก่อนและหลัง จัดการเรียนรู้กิจกรรมการร้อยลูกปัด โดยการเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกร พบว่าคะแนนค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของพฤติกรรมไม่อยู่นิ่ง นักเรียนลุกจากที่นั่ง น้อยกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้กิจกรรมการร้อยลูกปัด โดยการเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกร และคะแนนค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของพฤติกรรมไม่อยู่นิ่ง นักเรียนพูดสอดแทรกขึ้นมาขณะที่ครูทำการสอน น้อยกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้กิจกรรมการร้อยลูกปัด โดยการเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกร
เอกสารอ้างอิง
กุลยา ก่อสุวรรณ. 2553.การสอนที่มีความบกพร่องระดับเล็กน้อย.นนทบุรี.สหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พลับลิสซิ่ง.
กาญจนา บุญสำรวย. 2550. การคิดเชิงเหตุผลของเด็กปฐมวัยทำกิจกรรมการเล่นร้อยลูกปปัดตามบัตร
ต้นแบบ. ปริญญานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต การศึกษาปฐมวัย บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรี
นครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร.
กาญจนา พงษ์เจริญ. 2555. การพัฒนาวินัยในตนเองด้วยกิจกรรมการจัดเกมของเล่นสำหรับเด็กปฐมวัย.
ฉะเชิงเทรา: รายงานการวิจัยโรงเรียนเซนต์หลุยส์
กระทรวงศึกษาธิการ. 2552. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคน
พิการทางการศึกษา.
จีระพงศ์ เพียรเจริญ. 2549 “การลดพฤติกรรมการลุกออกจากที่ในชั้นเรียนของเด็กออทิสติก โดยวิธีการ
เสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกร ร่วมกับการปรับสินไหม”.หลักสูตรปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต
สาขาวิชาการศึกษาพิเศษ.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542.ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่74 ก,19 สิงหาคม 2542
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2545.
ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 119 ตอนที่ 123 ก (19 ธันวาคม /2545 ) หน้า 4
พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.2551 ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 125
ตอนที่ 28 ก (5 กุมภาพันธ์ /2551) หน้า 3
วันดี จูเปี่ยม. 2554. การศึกษาผลของการใช้แรงเสริมทางบวกด้วยเบี้ยอรรถกรที่มีต่อพฤติกรรมความ
รับผิดชอบในการทำงานที่ได้รับมอบหมายในรายวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียน ระดับชั้น
ประถมศึกษาปีที่3/5. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การประถมศึกษา).กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ.ถ่ายเอกสาร
วัฒนา ปุญญฤทธิ์ และคณะ. 2553. สร้าสรรค์ปัญญา พัฒนาด้วยศิลปะ. กรุงเทพฯ: ที.พี.มีเดีย
วัฒนา ปุญญฤทธิ์ และคณะ. 2553. กิจกรรมศิลปะสำหับเด็กปฐมวัย 2. กรุงเทพฯ: มิวเซียมบุกส์
วิรุณ ตั้งเจริญ. 2546. หน่วยที่11-15 ศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย. พิมพ์ครั้งที่ 13. นนทบุรี: สาขาวิชา
ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช
สมศรี เมฆไพบูลย์วัฒนา. 2551. ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัยที่ได้รับกิจกรรมศิลปะ
สร้างสรรค์ร้อยดอกไม้. ปริญญานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต การศึกษาปฐมวัย บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ.หลักสูตรการอบรมครูสอนเสริมนักเรียนที่มีความบกพร่อง เพื่อให้บริการ
ตามกฎกระทรวงฯ .สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ,2548
สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ. อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ CDPD. หกจ.ไอเดียร์สแควร์. กรุงเทพ,2554 หน้า 37
สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. สิทธิเด็กตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ. 2555. กรุงเทพ
. (หน้า 5–13)
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2558).ปฎิรูปการศึกษาเพื่ออนาคตประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
นโยบายการศึกษาของนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา).กรุงเทพฯ:21 เซ็นจูรี จำกัด.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, แผนพัฒนาการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2555 – 2559). กระทรวงศึกษาธิการ. หน้า 19 – 33
สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560.
ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 134 ตอนที่ 40 ก 6 เมษายน 2560 หน้า 14
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564).สำนักนายกรัฐมนตรี.หน้า 4
สถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติ.การหาสาเหตุของโรคออทิสซึ่มและโรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบต่อต้านสังคม
ภายในสมอง.วารสาร Journal Of Neuroscience.2555.
สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต.ทฤษฎีและเทคนิคการปรับพฤติกรรม.กรุงเทพฯ:จุฬาลงกรณ์.2541
อาภา บ้านไกรทอง.ผลการใช้เบี้ยอรรถกรเพื่อเพิ่มพฤติกรรมการนั่งอยู่กับที่ใช้ในชั้นเรียนของนักเรียนที่มี
ความบกพร่องทางการได้ยิน.หลักสูตรปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษา
พิเศษ.มหาวิทยาลัยศิลปากร. 2549
มาลินี ไชยบัง และคณะ.การศึกษาผลการปรับพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กออทิสติกที่เรียนร่วม โดยใช้วิธีการ
เสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกรในการเล่นเกมกับเด็กปกติ.วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม;
ว.มรม. ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 : มกราคม - เมษายน 2551 : 43-52
เบญจกุล ศรีจำเริญ. การลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กออทิสติกโดยการสอนด้วยบัตรพลังร่วมกับการ
เสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกร. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการศึกษา
พิเศษ. มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา. 2558
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่7. กรุงเทพมหานคร. สำนัก
ทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา. มหาวิทยาลัยศรนครินทรวิโรฒประสานมิตร. 2543
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสาร อัล-ฮิกมะฮฺ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.