รูปแบบภาวะผู้นำของสตรีกับบทบาทการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย กรณีศึกษา ภาคเหนือตอนล่าง

Main Article Content

นวลนิจ หงส์วิวัฒน์
วิจิตรา ศรีสอน
สัณฐาน ชยนนท์

บทคัดย่อ

          งานวิจัยเรื่อง รูปแบบภาวะผู้นำของสตรีกับบทบาทการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย กรณีศึกษา ภาคเหนือตอนล่าง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาบริบทภาวะผู้นำของสตรีในประเทศไทย 2. ศึกษาบทบาทของสตรีในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย และ 3. นำเสนอรูปแบบภาวะผู้นำของสตรีในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย กรณีศึกษา ภาคเหนือตอนล่าง เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ศึกษาเอกสาร บทความ และการสัมภาษณ์เจาะลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 18 คน ได้แก่ นักวิชาการ 5 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน ข้าราชการในกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว 5 คน นักสังคมสงเคราะห์ 4 คน และการสนทนากลุ่ม จำนวน 12 คน นักวิชาการ 3 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน ข้าราชการในกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว 3 คน และนักสังคมสงเคราะห์ 3 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การระดมสมอง และตรวจสอบข้อมูลโดยวิธีสามเส้า ผลการวิจัยพบว่า 1. บริบทภาวะผู้นำของสตรีในประเทศไทย พบว่า ปัจจุบันประชาชนมีสิทธิเท่าเทียมกัน จะเห็นได้ว่าสตรีมีบทบาทในการดำเนินงานและเป็นผู้นําทั้งภาครัฐและเอกชนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากความเสมอภาคทางด้านสังคมที่ผู้หญิงและผู้ชายมีสิทธิเท่าเทียมกัน ทำให้ศักยภาพของผู้หญิงทัดเทียมกับผู้ชายหรืองานบางอย่างผู้หญิงสามารถทำได้คล้ายผู้ชาย 2. บทบาทของภาวะผู้นำสตรีในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย พบว่า ผู้นำสตรีมีบทบาทในการอบรมบ่มเพาะเด็กและเยาวชน เพื่อให้เด็กและเยาวชนในอนาคตเจริญเติบโตจากเบ้าหลอมที่ดีทั้งจากครอบครัว และสถาบันการศึกษา ผู้นำสตรีควรมีบทบาทในการมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองอย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นรากฐานของการพัฒนาภาวะผู้นำของสตรี และ 3. นำเสนอรูปแบบภาวะผู้นำของสตรีในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย กรณีศึกษา ภาคเหนือตอนล่าง พบว่า รูปแบบภาวะผู้นำของสตรีในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย ใช้รูปแบบ DDSL ประกอบด้วย 1. ความสะอาด 2. ความมีระเบียบ 3. ความสุภาพนุ่มนวล 4. การตรงต่อเวลา 5. สมาธิ 6. การพัฒนาทักษะ เพื่อเป็นผู้นำ และ 7. การเรียนรู้ตลอดชีวิต

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
หงส์วิวัฒน์ น., ศรีสอน ว., & ชยนนท์ ส. (2023). รูปแบบภาวะผู้นำของสตรีกับบทบาทการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย กรณีศึกษา ภาคเหนือตอนล่าง. วารสารรัฐศาสตร์รอบรู้และสหวิทยาการ, 6(1), 101–122. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/WPSMS/article/view/264425
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research article)