ป่าจาก: ทรัพยากรทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนขนาบนาก จังหวัดนครศรีธรรมราช
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสำคัญและคุณค่าของป่าจาก ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตของชุมชนขนาบนาก และการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อนำไปสู่การท่องเที่ยวและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าจากในชุมชน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน สัมภาษณ์เชิงลึกบุคคลสำคัญ กลุ่มตัวอย่าง 12 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบลูกโซ่ และประชุมกลุ่มระดมความคิดเห็นเพื่อให้ทราบถึงความสำคัญและคุณค่าของป่าจาก วางแผนและออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับชุมชน กำหนดช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว และสำรวจความพึงพอใจการท่องเที่ยวโดยการทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และนักท่องเที่ยว จำนวน 20 คน ผลวิจัยพบว่าป่าจากมีความสำคัญและมีคุณค่าที่เกี่ยวเนื่องกับชุมชน 5 ด้าน ได้แก่ 1) การอนุรักษ์วิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น 2) การเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร 3) การเป็นวัตถุดิบในการผลิตสิ่งของเครื่องใช้ 4) การเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน และ 5) การอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อเป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์ทรัพยากร จากจุดเด่นของชุมชนขนาบนากคือ วิถีชีวิตซึ่งเกี่ยวเนื่องกับป่าจาก และกำหนดเค้าโครงเรื่องคือ “ท่องเที่ยวป่าจาก วิถีคนขนาบนาก แห่งลุ่มน้ำปากพนัง” เส้นทางท่องเที่ยวเป็นวงรอบ ระยะทาง 14.6 กิโลเมตร สำหรับการท่องเที่ยวครึ่งวัน หรือปรับเป็น 1 วัน ขึ้นอยู่กับกิจกรรมและการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผู้เข้าร่วมทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวประกอบด้วยผู้ประกอบการที่พัก/โรงแรม มัคคุเทศก์ และนักท่องเที่ยว ผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.67 สำหรับแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนขนาบนาก ควรกำหนดจุดท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน ได้แก่ กลุ่มสนใจข้าวพันธุ์พื้นเมือง กลุ่มสนใจเรียนรู้ป่าจาก และการมีส่วนร่วมในกิจกรรม นอกจากนี้ควรให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยมีองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นผู้นำและพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกับชุมชน
Article Details
Area Based Development Research Journal values copyright protection and licensing to safeguard author rights and facilitate the appropriate dissemination of research. Our policies ensure openness, accessibility, and attribution. Authors retain copyright ownership, and articles are published under a Creative Commons Attribution License (CC BY), allowing sharing, adaptation, and proper attribution. Authors have the freedom to publish under the CC BY license, granting broad reuse and distribution permissions. The journal supports posting articles on third-party repositories, adhering to institutional and funding restrictions. Author guidelines detail copyright and licensing requirements, empowering authors with knowledge about their rights and responsibilities. These policies cultivate an environment of collaboration, openness, and responsible sharing, benefiting authors and the research community while honoring intellectual property rights.