การพัฒนาจิตสำนึกคนในท้องถิ่นต่อการอนุรักษ์ผักพื้นบ้าน ตำบลแม่ใส จังหวัดพะเยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาจิตสำนึกต่อการอนุรักษ์ผักพื้นบ้านของคนในท้องถิ่น ตำบลแม่ใส อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ประกอบด้วย นักพัฒนาสุขภาวะ 17 คน ผู้นำเยาวชน 25 คนและตัวแทนครัวเรือน 30 คน วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะคือ 1) วิเคราะห์สถานการณ์ 2) พัฒนาจิตสำนึกคนในท้องถิ่นต่อการอนุรักษ์ผักพื้นบ้านด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม ประกอบด้วย 6 กิจกรรมได้แก่ กิจกรรมการบวชป่า กิจกรรมการเรียนรู้ข้ามวัยระหว่างผู้สูงอายุกับเด็กและเยาวชน กิจกรรมรณรงค์กินผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง กิจกรรมนักสืบน้อย กิจกรรมรณรงค์เด็กเล็กกินผัก และกิจกรรมขยะกินได้ และ 3) ถอดบทเรียน เครื่องมือในการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ วิถีชุมชนเครื่องมือ 7 ชิ้น ซึ่งประกอบด้วย แผนที่เดินดิน ประวัติศาสตร์ชุมชน ปฏิทินชุมชน บุคคลที่มีประวัติชีวิตน่าสนใจ ผังเครือญาติ ระบบสุขภาพชุมชน โครงสร้างองค์กรชุมชน และการสัมภาษณ์เชิงลึก การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การถอดคำสัมภาษณ์คำต่อคำ การตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้าและการวิเคราะห์ความตรงตามเนื้อหา ข้อมูลเชิงปริมาณใช้แบบวัดจิตสำนึกต่อการพัฒนาชุมชนของเยาวชน มีค่าความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 0.88 และค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือเท่ากับ 0.78 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ t-test ผลวิจัยพบว่า นักพัฒนาสุขภาวะมีความรู้สึกดีใจ ภูมิใจ ตระหนักรู้คุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น ดังนั้นจึงระดมสมองและจัดกิจกรรมอนุรักษ์ผักพื้นบ้านให้เด็ก เยาวชน คนในชุมชน ทำให้เยาวชนส่วนใหญ่มีระดับจิตสำนึกพัฒนาชุมชนด้านการเห็นคุณค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 และมีระดับจิตสำนึกพัฒนาชุมชนด้านการรับรู้และการตอบสนองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และร้อยละ 46 ของผู้ปกครองศูนย์เด็กเล็ก ไม่ใส่ขนมกรุบกรอบในกระเป๋านักเรียน จัดเมนูอาหารแปลงร่างให้เด็กรับประทานที่บ้าน และเกิดกติกาชุมชนการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ การจำหน่ายผักปลอดสารและการจัดการขยะเปียก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
Area Based Development Research Journal values copyright protection and licensing to safeguard author rights and facilitate the appropriate dissemination of research. Our policies ensure openness, accessibility, and attribution. Authors retain copyright ownership, and articles are published under a Creative Commons Attribution License (CC BY), allowing sharing, adaptation, and proper attribution. Authors have the freedom to publish under the CC BY license, granting broad reuse and distribution permissions. The journal supports posting articles on third-party repositories, adhering to institutional and funding restrictions. Author guidelines detail copyright and licensing requirements, empowering authors with knowledge about their rights and responsibilities. These policies cultivate an environment of collaboration, openness, and responsible sharing, benefiting authors and the research community while honoring intellectual property rights.
เอกสารอ้างอิง
โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์, คณิตสร เต็งรัง และ ราตรี ปิ่นแก้ว. (2559). วิถีชุมชนเครื่องมือ 7 ชิ้นที่ทําให้งานชุมชนง่าย ได้ผลและสนุก. (พิมพ์ครั้งที่ 12). นนทบุรี: สุขศาลา.
ฉัตรทิพย์ นาคสุภา. (2529). แนวคิดการพัฒนาแบบพึ่งตนเอง บ้านกับเมือง. กรุงเทพมหานคร: สร้างสรรค์ จํากัด.
ชณิตา ประดิษฐ์สถาพร. (2555). สุขภาวะครอบครัวสู่สุขภาวะชุมชน. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา. พะเยา.
ชณิตา ประดิษฐ์สถาพร. (2556). การพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนด้านการป้องกันเบาหวานด้วยอาหารวิถีล้านนา (รายงานการวิจัย). คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา. พะเยา.
ชณิตา ประดิษฐ์สถาพร. (2559). ระบบสุขภาพชุมชนด้านการป้องกันเบาหวานด้วยอาหารวิถีล้านนา. ใน ปิยะวัติ บุญหลง (บ.ก.), ประมวลบทความวิชาการเพื่อสังคม. (น.38-41). กรุงเทพมหานคร: พันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม.
ชุติมา พิชิตรณชัยกุล และ สากล สถิตวิทยานันท์. (2557). การเข้าสู่งานอาสาสมัครและบทบาทของอาสาสมัครในสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพิการทางสมองและปัญญาจังหวัดนนทบุรี. วารสารวิทยาลัยราชสุดาเพื่อการวิจัยและพัฒนาคนพิการ, 10(3), 4-12.
ธงรบ ขุนสงคราม. (2561). การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชุมชน กรณีศึกษา: ศูนย์อุดมศึกษาฯ ปะคํา ตําบลหูทํานบ อําเภอปะคํา จังหวัดบุรีรัมย์. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ (proceeding) การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์. สืบค้นเมื่อ 12 สิงหาคม 2559, จาก https://dspace.bru.ac.th/xmlui/handle/123456789/3924.
ธีราพร ทองปัญญา. (2558). จิตสํานึกต่อการพัฒนาชุมชนของเยาวชน: กรณีศึกษา กลุ่มเยาวชนอาสาสมัครพัฒนาชุมชนห้วยหมอนทอง. วิทยาสารเกษตรศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์, 36(3), 483-497.
ปภาพินท์ รุณธาตุ, วัลนิกา ฉลากบาง, จํานง วงษ์ชาชม และ พรเทพ เสถียรนพเก้า. (2559). การพัฒนาจิตสาธารณะด้วยกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้นํานักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม, 6(2), 25-32.
พนารัตน์ มาศฉมาดล. (2560). การถอดบทเรียนการพัฒนากติกาชุมชนเพื่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติร่วมเพื่อความยั่งยืน: ศึกษากรณีเครือข่ายโครงการรักษ์ป่าโคกหลวง องค์การบริหารส่วนตําบลสวนหม่อน อําาเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น. กรุงเทพมหานคร: สถาบันพระปกเกล้า.
วรรณิภา สันป่าแก้ว และ ชื่นชนก โควิทน์. (2557). แนวทางการเสริมสร้างจิตสํานึกด้านการอนุรักษ์พลังงานของเยาวชน. วารสารอิเล็คทรอนิกส์ทางการศึกษา, 9(2), 438-451.
วิลาสินี วิเชียรรัตน์. (2544). ร่วมปฏิรูปการเรียนรู้กับครูต้นแบบ: การปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ การสอนแบบมีส่วนร่วม.
กรุงเทพมหานคร: สําานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
สถิติโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลแม่ใส. (2558). รายงานข้อมูลสุขภาพประจําาปีงบประมาณ 2557. พะเยา: เอกสารอัดสําเนา.
สรายุทธ คาน และ สมกูล ถาวรกิจ. (2560). รูปแบบการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของชุมชนกรณีศึกษา: ชุดโครงการวิจัยและพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น เครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฎ. วารสารสารสนเทศ, 16(2), 169-180.
สาโรจน์ พานิชชานนท์, สุรสิทธิ์ วชิรขจร, สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต และ ธวัชชัย ศุภดิษฐ์. (2554). การมีส่วนร่วมในโครงการตามกรอบแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงการเปลี่ยนแปลงจิตสํานึกและพฤติกรรมการอนุรักษ์ป่าต้นน้ําของชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยง หมู่บ้านป่าละอู. วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อม, 7(1), 59-74.
สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. (2555). ยุทธศาสตร์การวิจัย (พ.ศ. 2555 – 2559): ภาคเหนือ. สืบค้นเมื่อ 10 พฤษภาคม 2562 จาก file:///E:/New%20folder/research_plan_north.pdf.
สุภาวรรณ วงค์คาจันทร์ และ บุญแสน เตียวนุกูลธรรม. (2559). การใช้ประโยชน์ อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ําอย่างมีสมดุล. วารสารวิจัยราชภัฎพระนคร สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 11(2), 108-124.
เหมือนฝัน นาครทรรพ และ ธีรพัฒน์ วงศ์คุ้มสิน. (2556). สัมพันธภาพทางสังคม พรหมวิหาร 4 การรับรู้คุณลักษณะของงานและความสุขในการทํางานของอาสาพัฒนาชุมชน จังหวัดนนทบุรี. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์, 39(2), 120-135.
อรุณรุ่ง ปภาพสิษฐ, ทิวัฒน์ มณีโชติ, สายฤดี วรกิจโภคาทร และ วิรัตน์ คําศรีจันทร. (2555). รูปแบบการสร้างจิตสํานึกในการพัฒนาชุมชน. วารสารวิจัยราชภัฎพระนคร, 7(2), 98-110.
อุดมพงษ์ เกศศรีพงษ์ศา, จาริณี ม้าแก้ว, สรรพเพช เพียรจัด, ธัญรัศม์ ยุทธสารเสนีย์ และ ผกามาศ มูลวันดี. (2560). รูปแบบการสร้างจิตสํานึกท้องถิ่นเพื่ออนุรักษ์ป่าชุมชนอย่างยั่งยืน ตําบลโคกกลาง อําาเภอลําปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์, 12(1), 59-71.
Colorafi, K. J., & Evans, B. (2016). Qualitative descriptive methods in health science research. HERD: Health Environments Research & Design Journal, 9(4), 16-25.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Englewood Cliffs. NJ: Prentice Hall.
Krathwohl, D. R., Bloom, B. S., & Masia, B. B. (1964). Taxonomy of educational objectives: Handbook II: Affective domain. New York:David McKay Co.