พื้นที่ทางสังคมที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุในชุมชนชนบท กรณีศึกษาบ้านหนองแวง อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น
คำสำคัญ:
ชุมชนที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ, พื้นที่ทางสังคม, ชุมชนชนบทบทคัดย่อ
สถานการณ์ของประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเป็นสังคมผู้้สูงอายุุระดับสุดยอด (Super-aged Society) โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราส่วนของผู้สูงอายุจำนวนมาก ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือชุมชนในพื้นที่ชนบท จากสถานการณ์นี้ส่งผลให้ชุมชนมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ วิถีชีวิตในชนบทสัมพันธ์กับการตั้งถิ่นฐาน วัฒนธรรม และกลุ่มบุคคลในชุมชน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ก่อให้เกิดพื้นที่ทางสังคม สภาพแวดล้อมเช่นนี้มีส่วนช่วยให้เกิดสุขภาวะที่ดีของผู้สูงอายุ ดังนั้น พื้นที่ทางสังคมจึงมีบทบาทที่สำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการวิเคราะห์พื้นที่ทางสังคมของผู้สูงอายุในชุมชนชนบท เพื่อเป็นข้อมูลศึกษาความพร้อมในการรับมือสังคมผู้สูงอายุ และประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุในชุมชนชนบท กระบวนการนี้แสดงความเชื่อมโยงสภาพแวดล้อมทางกายภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชน
พื้นที่ทางสังคมไม่ได้เกิดขึ้นจากลักษณะทางกายภาพเพียงอย่างเดียวแต่เป็นความสัมพันธ์ของกลุ่มบุคคล
ในชุมชน ซึ่งมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในการใช้พื้นที่ทางสังคม การวิจัยนี้ได้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสม
โดยการสัมภาษณ์ สังเกตการณ์ และการสำรวจ โดยการใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information Systems) ในการสำรวจความเชื่อมโยง องค์ประกอบสภาพแวดล้อมทางกายภาพ และสังคมของผู้สุงอายุ ในบริเวณ
ที่พักอาศัย ละแวกบ้าน และชุมชน จากการวิเคราะห์การทับซ้อนข้อมูล (Overlay Analysis) ผลการวิจัยพบว่า การตั้งบ้านเรือนในชุมชนชนบทจะสะท้อนลักษณะความสัมพันธ์ของกลุ่มเครือญาติ เป็นการสร้างขอบเขตพื้นที่ทางสังคมของผู้สูงอายุ และเป็นการกำหนดพฤติกรรมทางสังคม ขอบเขตพื้นที่ทางกายภาพของผู้สูงอายุในชุมชนชนบท ไม่ได้ขึ้นอยู่กับลักษณะองค์ประกอบทางกายภาพของชุมชน แต่อย่างไรก็ตาม การสร้างพื้นที่ส่วนใหญ่เกิดจากวิถีชีวิตและการมีส่วนร่วมทางสังคม ตามแนวความคิดสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ โดยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization [WHO]) สุขภาวะของผู้สูงอายุได้ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมเพื่อผู้สูงอายุ แต่วิถีชีวิต
ในชุมชนชนบทจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมทางกายภาพอย่างชัดเจน
เอกสารอ้างอิง
กุลวดี โรจน์ไพศาลกิจ และยุวดี รอดจากภัย. (2561). สุขภาวะผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองและเขตชนบทของประเทศไทย. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา, 13(1), 113-127.
จินตนา อาจสันเที๊ยะ และรัชณีย์ ป้อมทอง. (2561). แนวโน้มการดูแลผู้สูงอายุในศตวรรษที่ 21: ความท้าทายในการพยาบาล. วารสารพยาบาลทหารบก, 19(1), 39-46.
ฐิติยา ภักดีสุวรรณ. (2550). อัตลักษณ์แห่งเรือนพื้นถิ่นอีสานสู่แนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร]. คลังปัญญา มหาวิทยาลัยศิลปากร. https://sure.su.ac.th/xmlui/handle/123456789/6033
ณรงค์ กลั่นความดี, อรพรรณ โตสิงห์, สุพร ดนัยดุษฎีกุล และบรรเจิด ประดิษฐ์สุขถาวร. (2558). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระยะเวลาในการเข้าถึงบริการสุขภาพของผู้ป่วยบาดเจ็บจากการจราจรทางบก. วารสารสภาการพยาบาล, 30(3), 54-66.
นพดล ตั้งสกุล, ทรงยศ วีระทวีมาศ, สรนาถ สินอุไรพันธ์, สักการ ราศีสุทธิ์, กุลศรี ตั้งสกุล, นิสรา อารณี, เขมโชติ ภู่ประเสริฐ, ธีรศักดิ์ สิงห์ปรีชา และสุกัญญา พรหมนารท. (2533). รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาแบบบ้านชนบทแบบบูรณาการ ภาคอีสานตอนบน. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
นามชัย กิตตินาคบัญชา. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถทางกาย สภาพแวดล้อม การมีส่วนร่วมทางสังคม และสุขภาพจิตของผู้สูงอายุไทย [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chula Digital Collections. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/1508
รชยา พรมวงศ์ และปัทมพร วงศ์วิริยะ. (2565). พฤติกรรมการเดินทางของผู้สูงอายุในเมืองขนาดกลาง กรณีศึกษา เมืองขอนแก่น. วารสารสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างวินิจฉัย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 21(3), 17-42. https://doi.org/10.14456/bei.2022.20
วิลาวัณย์ ภมรสุวรรณ. (2548). การเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอดของชุมชนริมน้ำดั้งเดิมในพื้นที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chula DigiVerse. http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/66441
วีรยา เอี่ยมฉ่ำ, กำธร กุลชล และณรงพน ไล่ประกอบทรัพย์. (2559). การเชื่อมโยงทางกายภาพของผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองได้ในชุมชนชนบทไทย: กรณีศึกษาตำบลเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น และตำบลสระแจง จังหวัดสิงห์บุรี. วารสารสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างวินิจฉัย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 15(2), 85–101.
ศิริพันธ์ ถาวรทวีวงษ์. (2543). สังคมวิทยาและมานุษยวิทยาเบื้องต้น. http://old-book.ru.ac.th/e-book/s/SO103/so103-4.pdf
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2564ก). การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2564. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. https://www.dop.go.th/download/knowledge/th1687612748-2406_0.pdf
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2564ข). รายงานการศึกษาแนวทางการพัฒนาคำนิยามเมืองและชนบทของประเทศไทย. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. https://catalogapi.nso.go.th/api/doc/department/D08/SD08_08/SD08_08_55_8.pdf
สำนักบริหารการทะเบียน. (2565). สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน). กรมการปกครอง. https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statMONTH/statmonth/#/mainpage
สำนักอนามัยผู้สูงอายุ. (2564). แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายกลุ่มผู้สูงอายุ ประเด็น เมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ. (AGE - FRIENDLY COMMUNITIES/CITIES) https://eh.anamai.moph.go.th/th/afcall/download?id=112717&mid=37425&mkey=m_document&lang=th&did=33773
Bonatto, D. D. A. M., & Alves, F. B. (2022). Application of Walkability Index for Older Adults’ Health in the Brazilian Context: The Case of Vitória-ES, Brazil. International Journal of Environmental Research and Public Health, 19(3), 1483. https://doi.org/10.3390/ijerph19031483
Buttimer, A., & Seamon, D. (1980). The Human Experience of Space and Place. St. Martin's Press.
Donnelly, S., O'Brien, M., Begley, E., & Brennan, J. (2016). 'I'd prefer to stay at home but I don't have a choice': Meeting Older People's Preference for Care: Policy, but what about practice?. School of Social Policy, Social Work and Social Justice. http://hdl.handle.net/10197/7670
Krout, J. A. (1988). The elderly in rural environments. Journal of Rural Studies, 4(2), 103-144. https://doi.org/10.1016/0743-0167(88)90028-9
Litwin, H. (1995). The Social Networks of Elserly Immigrants: An Analytic Typology. Journal of Aging Studies, 9(2), 155-174. https://doi.org/10.1016/0890-4065(95)90009-8
Public Health Agency of Canada. (2015). AGE-FRIENDLY COMMUNITIES EVALUATION GUIDE: USING INDICATORS TO MEASURE PROGRESS. Public Health Agency of Canada. https://www.canada.ca/en/public-health/services/health-promotion/aging-seniors/friendly-communities-evaluation-guide-using-indicators-measure-progress.html
Tudor, C. (2014). An Approach to Landscape Character Assessment. Natural England. https://assets.publishing.service.gov.uk/media/5aabd31340f0b64ab4b7576e/landscape-character-assessment.pdf
Vasileiou, K., Barnett, J., Thorpe, S., & Young, T. (2018). Characterising and justifying sample size sufficiency in interview-based studies: systematic analysis of qualitative health research over a 15-year period. BMC Medical Research Methodology, 18, 148. https://doi.org/10.1186/s12874-018-0594-7
Wahl, H. W., & Oswald, F. (2010). Environmental perspectives on aging. In D. Dannefer, & C. Phillipson (Eds.), The Sage Handbook of Social Gerontology. (pp. 111-124). SAGE Publications.
World Health Organization - Regional Office for Europe. (2018). Age-friendly environments in Europe: Indicators, monitoring and assessments. WHO Regional Office for Europe. https://www.who.int/publications/i/item/WHO-EURO-2020-1088-40834-55192
World Health Organization. (2007). Global Age-friendly Cities: A Guide. Publications of the World Health Organization can be obtained from WHO Press. https://www.who.int/publications/i/item/9789241547307
World Health Organization. (2023). National programmes for age-friendly cities and communities A guide. WHO. https://www.who.int/publications/i/item/9789240068698
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างวินิจฉัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและข้อคิดเห็นของบทความที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
