ประสบการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสในย่านเมืองเก่าทุ่งยั้ง-ลับแล

ผู้แต่ง

  • ธเนศ ปัญญาดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • นพดล ตั้งสกุล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • ปัทมพร วงศ์วิริยะ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำสำคัญ:

การรับรู้ด้วยประสาทสัมผัส, มรดกทางวัฒนธรรม, เมืองเก่า, การวางแผนพัฒนาพื้นที่

บทคัดย่อ

การดูแลรักษามรดกวัฒนธรรมในปัจจุบันมักมุ่งเน้นการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่จับต้องได้ ขณะที่การพิจารณาวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้และสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องมีเพียงส่วนน้อย ทั้งยังขาดการเชื่อมโยงองค์ประกอบเหล่านี้ผ่านมิติด้านการรับรู้ที่มีผลต่อการสร้างบรรยากาศและความเป็นสถานที่ ทั้งที่ประสาทสัมผัสทั้ง 5 มีบทบาทสำคัญในการรับรู้สภาพแวดล้อม สร้างความเป็นสถานที่ และช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ดังนั้น การศึกษานี้จึงมุ่งศึกษาประสบการณ์การรับรู้องค์ประกอบทางวัฒนธรรมด้วยประสาทสัมผัส รวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ที่มีต่อวัฒนธรรมซึ่งสะท้อนความเป็นพื้นที่เมืองเก่าทุ่งยั้ง-ลับแล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นชุมชนประวัติศาสตร์ที่มีวัฒนธรรมหลากหลายจากการผสมผสานของหลายชาติพันธุ์และวัฒนธรรม มีทั้งมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ด้วยระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานระหว่างวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (EFA) กับกลุ่มตัวอย่าง 204 คน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่เป็นคนในพื้นที่และมีประสบการณ์หรือความเกี่ยวข้องกับพื้นที่เมืองเก่าทุ่งยั้ง-ลับแล ในรูปแบบต่างๆ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือแบบสอบถามแบบรายการและคำถามปลายเปิด

ผลการวิจัยพบว่า ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ การมองเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การรับรส และการสัมผัส มีบทบาทสำคัญในการรับรู้วัฒนธรรมและองค์ประกอบทางวัฒนธรรมในพื้นที่เมืองเก่าทุ่งยั้ง-ลับแล ผลการวิเคราะห์ EFA สามารถจัดกลุ่มปัจจัยได้ 4 องค์ประกอบหลักที่ ได้แก่ (1) ปัจจัยด้านลักษณะเฉพาะของสิ่งเร้า (2) ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล (3) ปัจจัยด้านความสัมพันธ์ และ (4) ปัจจัยด้านความต้องการ ซึ่งทั้ง 4 ปัจจัยมีปฏิสัมพันธ์กับประสาทสัมผัสทั้ง 5 สร้างประสบการณ์การรับรู้ที่ซับซ้อนและเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่เมืองเก่าทุ่งยั้ง-ลับแล โดยเฉพาะปัจจัยด้านลักษณะเฉพาะของสิ่งเร้าที่มีค่าน้ำหนักสูงสุด สะท้อนอิทธิพลของสิ่งเร้าทางกายภาพที่สร้างความประทับใจร่วมกันในกลุ่มผู้ใช้พื้นที่ ขณะที่ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคลแสดงความหลากหลายของการรับรู้ตามเพศ อายุ อาชีพ ประสบการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคลมีผลต่อการรับรู้และตีความวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ผลการศึกษา
ยังสอดคล้องกับแนวคิดที่ว่าประสาทสัมผัสทั้ง 5 มีบทบาทสำคัญต่อการรับรู้คุณค่าทางวัฒนธรรมในสภาพแวดล้อมของเมืองเก่า ทำให้ผู้คนเกิดความเข้าใจ ตระหนัก เห็นคุณค่า เชื่อมโยงกับเรื่องราวในอดีต เกิดความทรงจำร่วม อารมณ์ความรู้สึกและจินตนาการที่มีต่อสถานที่นั้น ๆ ช่วยสร้างอัตลักษณ์และเสริมสร้างการรับรู้ความเป็นสถานที่ของพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม ผลการศึกษานี้นำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนและอนุรักษ์เมืองเก่าในบริบทการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทยด้วยการรับรู้ทางประสาทสัมผัส สามารถเป็นแนวทางการวางแผนเชิงวัฒนธรรมที่คำนึงถึงความแตกต่างของปัจจัยส่วนบุคคล ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีความผูกพันกับพื้นที่ และให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ลักษณะทางกายภาพที่กระตุ้นประสาทสัมผัส เพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับบริบทเฉพาะของย่านเมืองเก่าแต่ละแห่ง

เอกสารอ้างอิง

กรมศิลปากร. (2538). แนวทางการจัดการโบราณสถานในบัญชีมรดกทางวัฒนธรรมของโลก. บริษัท สำนักพิมพ์สัมพันธ์ จำกัด.

กรรณิการ์ ชมดี. (2524). การประเมินคุณค่าทางการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม. (ม.ป.พ.).

กองจัดการสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม. (2561). คู่มือการนำเสนอ แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและแหล่งมรดกทางธรรมชาติเป็นแหล่งมรดกโลก. อี.ที.พับลิชชิ่ง. https://www.onep.go.th/ebook/publications/guildeline-book-world-heritage-resize.pdf

จิรพันธ์ ทองเจริญ. (2552). การจัดการมรดกทางวัฒนธรรม: กรณีศึกษาชุมชนไทยใหญ่บ้านปางหมู จังหวัดแม่ฮ่องสอน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chula Digiverse. https://digiverse.chula.ac.th/Info/item/dc:52963

ซิลเวอร์แมน, อาร์. อี. (2518). Psychology [จิตวิทยาทั่วไป General Psychology] (พิมพ์ครั้งที่ 8). จามจุรีโปรดักท์.

ดนัย นิลสกุล และนพดล ตั้งสกุล. (2560). สำนึกในถิ่นที่ในย่านการค้าเก่าเมืองอุบลราชธานี. วารสารสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างวินิจฉัย, 16(1), 67-83.

ดนัย นิลสกุล. (2560). ความผูกพันสถานที่และสำนึกในถิ่นที่ย่านการค้าเก่าเมืองอุบลราชธานี [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น]. Khon Kaen University Intellectual Repository. https://kkuir.kku.ac.th/jspui/handle/123456789/36032

เติมศักดิ์ คทวณิช. (2546). จิตวิทยาทั่วไป. ซีเอ็ดยูเคชั่น.

ทัศนาวลัย ตันติเอกรัตน์ และชฎาวรรณ ศิริจารุกุล. (2565). การวิเคราะห์องค์ประกอบศักยภาพการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารมรดกหมูย่างเมืองตรัง เพื่อการเรียนรู้บนเศรษฐกิจสร้างสรรค์. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 14(1), 172-187.

ธเนศ ปัญญาดี. (2559). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้กับพื้นที่กิจกรรมทางวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม กรณีศึกษาอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร]. Silpakorn University Repository: SURE. https://sure.su.ac.th/xmlui/bitstream/handle/123456789/14567

ปรัชมาศ สัญชานนท์. (2554). การจัดการมรดกทางวัฒนธรรมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในเมืองท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ กรณีศึกษาชุมชนในเมืองเชียงใหม่ [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chula Digiverse. https://digiverse.chula.ac.th/Info/item/dc:52703

พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559. (1 มีนาคม 2559). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 133 ตอนที่ 19 ก หน้า 1-9.

วศิน อิงคพัฒนากุล. (2548). การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรม. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.

วิฑูรย์ เหลียวรุ่งเรือง. (2552). การอนุรักษ์และการจัดการมรดกวัฒนธรรม. เจริญวิทย์การพิมพ์.

สถาบันวัฒนธรรมศึกษา. (ม.ป.ป.). ความหมายของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม. http://ich.culture.go.th/

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2549). ภูมิทัศน์วัฒนธรรม. บริษัทคุ้มครองมรดกไทย.

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2554ก). ชุดความรู้ด้านการอนุรักษ์ พัฒนา และบริหารจัดการเมืองเก่า เล่มที่ 1 ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเมืองเก่าในประเทศไทย. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. http://lib.mnre.go.th/lib/TNE/book1final.pdf

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2554ข). ชุดความรู้ด้านการอนุรักษ์ พัฒนา และบริหารจัดการเมืองเก่า เล่มที่ 2 แนวคิดและหลักเกณฑ์โดยทั่วไปเกี่ยวกับการอนุรักษ์ พัฒนา และฟื้นฟูเมืองเก่า. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. http://lib.mnre.go.th/lib/TNE/book2final.pdf

อิโคโมสไทย. (2563ก). กฎบัตรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์เมืองและชุมชนเมืองประวัติศาสตร์ (Washington Charter 1987). ICOMOS Thailand. http://www.icomosthai.org/

อิโคโมสไทย. (2563ข). กฎบัตรเวนิช (The Venice Charter 1964). ICOMOS Thailand. http://www.icomosthai.org/

Abd Rahman, N. H. B. (2018). Evaluating Tourist Sensory Experience in Melaka World Heritage Site [Doctoral dissertation, University Technology of Malaysia]. CORE. https://core.ac.uk/download/pdf/199243161.pdf

Abd Rahman, N. H., Ismail, H. N., & Khalifah, Z. (2018). MAPPING THE SENSORY VALUES IN THE CORE ZONE AREA OF MELAKA WORLD HERITAGE SITE. In Yüksek, G., Lew, A. A., Othman, N., Coşkun, İ. O., & KARAGÖZ, D. (Eds.), THE 11th TOURISM OUTLOOK CONFERENCE. Heritage Tourism beyond Borders and Civilizations (pp.138-146). Anadolu University.

Abd Rahman, N. H., Khalifah, Z., & Ismail, H. N. (2016). The Role of Sensory Experiences in Appreciating the Cultural Heritage Attractions. Tourism, Leisure and Global Change, 3, 117-128.

Australia ICOMOS. (2013). The Burra Charter: the Australia ICOMOS Charter for Places of Cultural Significance. Australia ICOMOS Incorporated. https://australia.icomos.org/wp-content/uploads/The-Burra-Charter-2013-Adopted-31.10.2013.pdf

Bull, M. (2000). Sounding out the city: Personal stereos and the management of everyday life. Berg.

Classen, C., Howes, D., & Synnott, A. (1994). Aroma: The cultural history of smell. Routledge.

Gibson, J. J. (1979). The ecological approach to visual perception. Houghton, Mifflin and Company.

Halbwachs, M. (1992). On Collective Memory. University of Chicago Press.

Henshaw, V. (2014). Urban smellscapes: Understanding and designing city smell environments. Routledge.

Pallasmaa, J. (2012). The eyes of the skin: architecture and the senses. John Wiley & Sons.

Samadi, Z., & Yunus, R. M. (2012). Physical and Spiritual Attributes of Urban Heritage Street's Revitalization. Procedia - Social and Behavioral Sciences, 36, 342-349. https://doi.org/10.1016/j.sbspro.2012.03.038

Silberman, N. A. (2012). Heritage interpretation and human rights: documenting diversity, expressing identity, or establishing universal principles?. International Journal of Heritage Studies, 18(3), 245-256. https://doi.org/10.1080/13527258.2012.643910

Van der Elst, J., Rissetto-Richards, H., & Díaz-Kommonen, L. (2018). Rural Sense: Value, Heritage, and Sensory Landscapes: Developing a Design-oriented Approach to Mapping for Healthier Landscapes. Landscape Review, 18(1), 56-71.

Zainol, R. (2014). Appreciating a World Heritage Site using Multisensory Elements: A Case Study in Kinabalu Park, Sabah, Malaysia. SHS Web of Conferences, 12, 01080. https://doi.org/10.1051/shsconf/20141201080

Zainol, R., Ahmad, F., Nordin, N. A., Mohd@Ahmad, I., & Ching, G. H. (2013). Appreciating Built Heritage Through Urban Sensory Elements. Journal of Surveying, Construction and Property, 4(1), 1-12.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-09

รูปแบบการอ้างอิง

ปัญญาดี ธ., ตั้งสกุล น., & วงศ์วิริยะ ป. (2026). ประสบการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสในย่านเมืองเก่าทุ่งยั้ง-ลับแล. สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างวินิจฉัย, 25(1), 1–25. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/arch-kku/article/view/282594

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย